มท.จัดตั้งอาสาสมัครฝนหลวงบรรเทาภัยแล้ง 25 จังหวัด
มท.จัดตั้งอาสาสมัครฝนหลวงบรรเทาภัยแล้ง 25 จังหวัด
เมื่อเร็วๆ นี้ กระทรวงมหาดไทยได้ออกมาตรการสำคัญเพื่อรับมือกับปัญหาภัยแล้งที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เร่งสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกรวม 25 จังหวัด เร่งดำเนินการส่งเสริมการจัดตั้งอาสาสมัครฝนหลวง เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการประสานงานกับกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ในการเติมน้ำลงอ่างเก็บน้ำและช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรที่ได้รับความเดือดร้อน
ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้ถือเป็นการน้อมนำพระราชปณิธาน “สืบสาน รักษา และต่อยอด” ของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมาปรับใช้ในการปฏิบัติงานจริง เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำในสถานการณ์ฉุกเฉินมีความรวดเร็วและตรงจุดมากยิ่งขึ้น มท.จัดตั้งอาสาสมัครฝนหลวงบรรเทาภัยแล้ง 25 จังหวัด จะช่วยให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงการช่วยเหลือจากฝนหลวงได้ทันท่วงทีในช่วงวิกฤตขาดแคลนน้ำ
ทำไมต้องมีอาสาสมัครฝนหลวงในระดับจังหวัด?
การมีตัวแทนอาสาสมัครในพื้นที่ถือเป็นหัวใจสำคัญ เพราะอาสาสมัครเหล่านี้จะทำหน้าที่เป็นหูเป็นตาและประสานงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อรายงานข้อมูลสภาพอากาศและความต้องการน้ำในพื้นที่ได้อย่างแม่นยำ การที่กระทรวงมหาดไทยเน้นย้ำให้มีการจัดตั้งเครือข่ายนี้ผ่านการส่งเสริมการจัดตั้งอาสาสมัครฝนหลวง จะช่วยลดขั้นตอนการทำงานและสามารถตอบสนองต่อภัยแล้งได้รวดเร็วกว่าที่เคย
สำหรับรายชื่อ 25 จังหวัดที่ต้องดำเนินโครงการนี้ ได้แก่:
- กลุ่มจังหวัดภาคกลาง: กาญจนบุรี, ชัยนาท, นครนายก, นครปฐม, นนทบุรี, ปทุมธานี, พระนครศรีอยุธยา, ราชบุรี, ลพบุรี, สมุทรปราการ, สมุทรสงคราม, สมุทรสาคร, สระบุรี, สิงห์บุรี, สุพรรณบุรี, อ่างทอง, ปราจีนบุรี และเพชรบุรี
- กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก: จันทบุรี, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ตราด, ระยอง, สระแก้ว
ด้วยสภาวะอากาศที่มีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การเตรียมความพร้อมผ่านแนวทางส่งเสริมการจัดตั้งอาสาสมัครฝนหลวงจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ผมเชื่อว่าหากเครือข่ายอาสาสมัครเข้มแข็ง ปัญหาผลผลิตทางการเกษตรเสียหายจากความแห้งแล้งก็จะลดน้อยลง และเป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับพี่น้องประชาชนในระยะยาวครับ