นกกรงหัวจุกลด 90% ใน 20 ปี ใกล้สูญพันธุ์ในภาคใต้

นกกรงหัวจุกลด 90% ใน 20 ปี ใกล้สูญพันธุ์ในภาคใต้

หากคุณเคยได้ยินเสียงนกร้องเพราะ ๆ ในสวนหน้าบ้านหรือตามป่าธรรมชาติ แล้วนึกสงสัยว่า “นกตัวนั้นคือนกอะไรนะ” วันนี้เราจะพามาทำความรู้จักกับหนึ่งในนกที่มีเสียงร้องไพเราะที่สุดในประเทศไทย นั่นคือนกกรงหัวจุก หรือที่นักวิชาการและนักอนุรักษ์นิยมเรียกกันว่า “นกปรอดหัวโขน”

นกกรงหัวจุกคือใคร ทำไมต้องให้ความสำคัญ

นกกรงหัวจุก (Black-headed Sibia) หรือชื่อวิทยาศาสตร์ Heterophasia desgodinsi เป็นนกขนาดเล็ก หัวสีดำ ลำตัวสีเทาอมน้ำตาล มีปีกและหางสีน้ำตาลเข้ม นกชนิดนี้มีถิ่นอาศัยในป่าดิบเขาและป่าเบญจพรรณภาคเหนือและภาคใต้ของประเทศไทย ด้วยเสียงร้องที่ไพเราะและรูปร่างหน้าตาที่น่ารัก ทำให้นกกรงหัวจุกกลายเป็นนกที่มีมูลค่าในตลาดสัตว์เลี้ยงสูงมาก

ข้อมูลวิทยาศาสตร์ชี้ชัด ประชากรลดลงกว่า 90% ใน 20 ปี

ข้อมูลล่าสุดจาก นพ.รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ นักอนุรักษ์และผู้ก่อตั้งชมรมอนุรักษ์นกและธรรมชาติล้านนา ระบุว่า ประชากรนกกรงหัวจุกในธรรมชาติลดลงอย่างต่อเนื่องมากกว่า 90% ในช่วงกว่า 20 ปีที่ผ่านมา และที่น่าตกใจคือ นกกรงหัวจุกเกือบจะสูญพันธุ์ไปจากพื้นที่ธรรมชาติในภาคใต้แล้ว

การสำรวจทั่วประเทศล่าสุดโดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พบว่า ประชากรนกกรงหัวจุกที่ยังหลงเหลืออยู่ มีเพียง 9% เท่านั้นที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่อนุรักษ์ ซึ่งมีกฎหมายคุ้มครองจากการจับและการล่า ส่วนที่เหลืออีก 91% อาศัยอยู่นอกพื้นที่อนุรักษ์ ซึ่งหมายความว่า พวกมันไม่มีกฎหมายใด ๆ คุ้มครอง

การถอดถอนนกกรงหัวจุกออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง คือการฆ่านกทั้งฝูง

มีข่าวลือหนาหูว่า คณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ มีแนวโน้มจะถอดถอนนกกรงหัวจุกออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งการตัดสินใจเช่นนั้นจะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อประชากรนกกรงหัวจุกในธรรมชาติอย่างแน่นอน

เหตุผลก็ง่ายนิดเดียว นกกรงหัวจุกเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่มีความต้องการในตลาดสูงมาก ทั้งในและต่างประเทศ หากถอดถอนมันออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง มันจะไม่มีมาตรการทางกฎหมายใด ๆ มาคุ้มครองอีกเลย แปลว่า ใครก็ตามที่อยากจับ อยากล่า ก็สามารถทำได้อย่างเสรี

ข้อเท็จจริงที่หลายคนอาจไม่รู้เกี่ยวกับนกกรงหัวจุก

  • นกกรงหัวจุกมีพฤติกรรมเป็นสังคม ชอบอยู่กันเป็นฝูงเล็ก ๆ ขนาด 3-10 ตัว
  • มันกินผลไม้ แมลง และน้ำหวานจากดอกไม้ ช่วยในการผสมเกสรและกระจายเมล็ดพืช
  • นกกรงหัวจุกมีอายุขัยเฉลี่ย 6-10 ปีในธรรมชาติ
  • การสูญพันธุ์ของนกกรงหัวจุกจะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อาหารและระบบนิเวศโดยรวม
  • แม้จะเพาะพันธุ์ในกรงเลี้ยงได้ แต่การพึ่งพาแหล่งเพาะพันธุ์เทียมเป็นการเสี่ยง เพราะความหลากหลายทางพันธุกรรมจะลดลง

ความต้องการตลาดสูง คือต้นตอของปัญหา

ตลาดนกกรงหัวจุกในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านยังคงคึกคัก ราคาต่อตัวในบางครั้งสูงถึงหลักหมื่นบาท ยิ่งเสียงร้องเพราะ ราคายิ่งพุ่ง ความต้องการที่สูงขนาดนี้จึงกลายเป็นแรงจูงใจให้ผู้คนหันไปจับนกในธรรมชาติ ซึ่งส่งผลให้ประชากรในธรรมชาติลดลงอย่างรวดเร็ว

แม้ว่าปัจจุบันจะมีการเพาะพันธุ์นกกรงหัวจุกในกรงเลี้ยงได้แล้ว แต่การอนุญาตให้เพาะพันธุ์ ก็ไม่ใช่เหตุผลที่เพียงพอที่จะถอดถอนมันออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง เพราะการมีอยู่ของนกในธรรมชาติ คือหัวใจสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ

ข้อมูลวิทยาศาสตร์ vs ผลประโยชน์ทางการเมือง

นพ.รังสฤษฎ์ ชี้ชัดว่า หากรัฐบาลหรือคณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ มีมติให้ถอดถอนนกกรงหัวจุกออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองในวันที่ 12 ธันวาคม นั่นแปลว่า การตัดสินใจดังกล่าวจะไม่เป็นไปตามข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ แต่จะเป็นการตัดสินใจเพื่อเอาใจฐานคะแนนเสียงของนักการเมืองเท่านั้น

การอนุรักษ์สัตว์ป่า ควรอิงข้อมูลวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่อิงการเมืองหรือแรงกดดันจากกลุ่มผลประโยชน์ ความอยู่รอดของสิ่งมีชีวิตหนึ่งชีวิต ไม่ควรถูกตัดสินด้วย “คะแนนเสียง”

เราควรทำอะไรได้บ้าง

การอนุรักษ์นกกรงหัวจุกไม่ใช่หน้าที่ของนักวิชาการหรือหน่วยงานรัฐเพียงอย่างเดียว แต่เป็นหน้าที่ของทุกคน ไม่ว่าคุณจะเป็นคนรักนก คนรักธรรมชาติ หรือแค่คนธรรมดาที่อยากให้ป่าไม้และสัตว์ป่าของเรายังคงมีชีวิตอยู่

สิ่งที่คุณสามารถทำได้ มีดังนี้

  • ไม่ซื้อ ไม่เลี้ยงนกกรงหัวจุกที่จับจากธรรมชาติ
  • สนับสนุนการเพาะพันธุ์ในกรงเลี้ยง แต่ต้องตรวจสอบแหล่งที่มาให้ชัดเจน
  • ร่วมแบ่งปันข้อมูลและให้ความรู้กับคนรอบข้างเกี่ยวกับความเสี่ยงที่นกกรงหัวจุกกำลังเผชิญ
  • ร่วมลงชื่อหรือสนับสนุนแคมเปญเพื่อคัดค้านการถอดถอนนกกรงหัวจุกออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง
  • ส่งเสียงถึงหน่วยงานรัฐและนักการเมือง ให้ตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ผลประโยชน์ทางการเมือง

นกกรงหัวจุกอาจดูเป็นเพียง “นกตัวเล็ก ๆ” แต่มันคือตัวแทนของระบบนิเวศที่สมดุล คือตัวชี้วัดว่า “ธรรมชาติของเรายังดีอยู่หรือไม่” การสูญเสียนกกรงหัวจุก ไม่ใช่แค่การสูญเสียสัตว์อีกหนึ่งชนิด แต่คือการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพที่เราไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้อีก

หากคุณเห็นด้วยว่า ธรรมชาติและสัตว์ป่าควรได้รับการปกป้อง เราอยากให้คุณแชร์บทความนี้ ช่วยกันเผยแพร่ความรู้ ช่วยกันปกป้องนกกรงหัวจุก และช่วยกันปกป้องธรรมชาติของเราไว้ให้ลูกหลานได้เห็น

ที่มา – ‘หมอหม่อง’ชี้‘นกกรงหัวจุก’ในธรรมชาติลดต่อเนื่องกว่า 90 % ในรอบ 20 ปีเกือบหมดภาคใต้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *