ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

อุตสาหกรรมน้ำตาลลดคาร์บอนรับโจทย์โลกร้อนและกติกาโลก

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังส่งผลต่อภาคเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารอย่างชัดเจน ทั้งในด้านผลผลิต ต้นทุนการดำเนินงาน และความมั่นคงทางอาหาร ขณะเดียวกัน ตลาดโลกก็ให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากขึ้น ผู้ประกอบการจึงไม่สามารถมองเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นเพียงภาพลักษณ์ขององค์กรได้อีกต่อไป แต่ต้องนำมาปรับใช้จริงตั้งแต่การเพาะปลูก การผลิตในโรงงาน การขนส่ง ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์

ประเด็นนี้ทำให้อุตสาหกรรมน้ำตาลต้องเร่งวางแผนรับมืออย่างเป็นระบบ เพราะห่วงโซ่การผลิตเกี่ยวข้องกับผู้คนและกิจกรรมจำนวนมาก ตั้งแต่เกษตรกรผู้ปลูกอ้อย โรงงานน้ำตาล ผู้ให้บริการขนส่ง ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ ตลอดจนผู้บริโภคปลายทาง การลดคาร์บอนจึงไม่ใช่ภารกิจของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วน

อุตสาหกรรมน้ำตาลลดคาร์บอนรับโจทย์โลกร้อนและกติกาโลก

รายงาน State of the Global Climate 2025 จากองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก หรือ WMO ระบุว่า ช่วงปี 2015-2025 เป็นช่วงเวลา 11 ปีที่มีอุณหภูมิโลกร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่าภาคธุรกิจต้องเตรียมพร้อมรับความเสี่ยงจากสภาพอากาศสุดขั้ว เช่น ภัยแล้ง น้ำท่วม และอุณหภูมิที่สูงขึ้น ซึ่งล้วนกระทบต่อผลผลิตอ้อยและประสิทธิภาพการผลิต

สำหรับประเทศไทย ดัชนี Climate Risk Index 2026 จัดให้ไทยมีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศสุดขั้วเป็นอันดับ 17 ของโลก ขณะที่ดัชนี ND-GAIN จัดอันดับความพร้อมในการปรับตัวของไทยไว้ที่ 123 จาก 192 ประเทศ นอกจากนี้ ธนาคารโลกยังประเมินว่า หากไม่มีมาตรการรับมือเพิ่มเติม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจทำให้ GDP ของไทยลดลง 7-14% ภายในปี 2050

นอกจากความเสี่ยงด้านสภาพอากาศแล้ว ผู้ส่งออกยังต้องติดตามกติกาการค้าใหม่ของตลาดโลก เช่น กลไกปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน หรือ CBAM และกฎหมายสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่า หรือ EUDR ของสหภาพยุโรป รวมถึงข้อกำหนดการเปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่อุปทานจากประเทศเศรษฐกิจสำคัญอย่างจีนและสิงคโปร์

แนวทางอุตสาหกรรมน้ำตาลลดคาร์บอนตั้งแต่ต้นน้ำ

การลดคาร์บอนที่มีประสิทธิภาพควรเริ่มตั้งแต่ไร่อ้อย ไม่ใช่รอแก้ไขเมื่อวัตถุดิบเข้าสู่โรงงานแล้ว แนวทางสำคัญคือการส่งเสริมเกษตรสมัยใหม่ที่ช่วยเพิ่มผลผลิตต่อไร่ ลดการใช้ทรัพยากร และลดการเผาอ้อยซึ่งเป็นแหล่งปล่อยฝุ่นละอองและก๊าซเรือนกระจก เกษตรกรยังสามารถใช้ข้อมูลสภาพอากาศ เทคโนโลยีการให้น้ำ และเครื่องจักรที่เหมาะสม เพื่อบริหารจัดการพื้นที่เพาะปลูกได้แม่นยำขึ้น

กลุ่มมิตรผลเป็นตัวอย่างของผู้ประกอบการที่กำหนดเป้าหมายมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ภายในปี 2050 โดยประกาศเป้าหมายดังกล่าวตั้งแต่ปี 2022 แนวทางดำเนินงานครอบคลุมการส่งเสริมการทำไร่อ้อยสมัยใหม่ผ่าน Mitr Phol ModernFarm ภายใต้มาตรฐาน Bonsucro และ VIVE Programme ซึ่งช่วยยกระดับการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและการตรวจสอบย้อนกลับ

  • ส่งเสริมการเพาะปลูกอ้อยที่ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
  • ลดการเผาในพื้นที่เกษตรและสนับสนุนการจัดการเศษวัสดุอย่างเหมาะสม
  • เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนในกระบวนการผลิต
  • พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในโรงงาน
  • ปรับปรุงระบบขนส่งและบรรจุภัณฑ์เพื่อลดผลกระทบตลอดวงจรชีวิตสินค้า

โรงงานและห่วงโซ่อุปทานต้องเดินหน้าไปพร้อมกัน

การลดคาร์บอนในโรงงานน้ำตาลสามารถทำได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่การเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักร การลดการสูญเสียในกระบวนการผลิต การใช้พลังงานชีวมวลจากชานอ้อย และการนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้มากขึ้น นอกจากช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแล้ว ยังช่วยลดต้นทุนพลังงานในระยะยาวและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ

กลุ่มมิตรผลเริ่มจากการพัฒนาโรงงานให้มีความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือ Carbon Neutral Factory ก่อนขยายแนวทางไปยังผู้เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่คุณค่า ปัจจุบันโรงงานน้ำตาลในกลุ่มได้รับการรับรองความเป็นกลางทางคาร์บอนแล้ว 3 แห่ง ได้แก่ อุทยานมิตรผลด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งได้รับการรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกในปี 2023 และได้รับการรับรองต่อเนื่อง รวมถึงอุทยานมิตรผลภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ และโรงงานน้ำตาลมิตรภูเวียง จังหวัดขอนแก่น ซึ่งได้รับการรับรองในปี 2026

อย่างไรก็ตาม การรับรองโรงงานเพียงบางแห่งไม่ใช่จุดสิ้นสุด เพราะการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเกิดขึ้นตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่การผลิตวัตถุดิบ การรวบรวมอ้อย การขนส่ง การแปรรูป และการจัดจำหน่าย ผู้ประกอบการจึงต้องมีระบบเก็บข้อมูลที่น่าเชื่อถือ สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ และเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าและผู้บริโภค

ในด้านบรรจุภัณฑ์ ธุรกิจสามารถลดผลกระทบได้ด้วยการใช้วัสดุอย่างคุ้มค่า เลือกวัสดุที่รีไซเคิลได้ ออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีน้ำหนักเหมาะสม และพิจารณาผลกระทบตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ ขณะเดียวกัน การวางแผนเส้นทางขนส่งและการใช้ยานพาหนะที่ประหยัดพลังงานก็ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้อีกทางหนึ่ง

ความร่วมมือคือกุญแจสำคัญของการเปลี่ยนผ่าน

การทำให้อุตสาหกรรมน้ำตาลลดคาร์บอนได้จริงต้องอาศัยความเข้าใจและการมีส่วนร่วมของบุคลากรทุกระดับ พนักงานต้องเห็นความสำคัญของการประหยัดพลังงาน เกษตรกรต้องได้รับความรู้และเครื่องมือที่เหมาะสม ผู้ประกอบการต้องลงทุนในเทคโนโลยี ขณะที่ภาครัฐควรสนับสนุนมาตรการจูงใจ เงินทุน และมาตรฐานที่ชัดเจน

ผู้บริโภคเองก็มีบทบาทไม่น้อย เพราะการเลือกซื้อสินค้าที่มีข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อโลก จะช่วยผลักดันให้ธุรกิจเร่งปรับตัวมากขึ้น เมื่อทุกฝ่ายเดินไปในทิศทางเดียวกัน การลดคาร์บอนจะไม่ใช่เพียงภาระต้นทุน แต่สามารถกลายเป็นโอกาสสร้างนวัตกรรม เพิ่มประสิทธิภาพ และเปิดตลาดใหม่

ท้ายที่สุด อุตสาหกรรมน้ำตาลลดคาร์บอนเป็นเรื่องที่ต้องทำอย่างต่อเนื่องและวัดผลได้ ผู้ประกอบการที่เริ่มลงมือเร็วจะมีความพร้อมมากกว่าในการรับมือกติกาการค้าใหม่และความเสี่ยงจากโลกร้อน การลงทุนวันนี้จึงไม่เพียงช่วยดูแลสิ่งแวดล้อม แต่ยังช่วยสร้างความมั่นคงให้เกษตรกร ธุรกิจ และเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

หากธุรกิจของคุณอยู่ในห่วงโซ่อุตสาหกรรมน้ำตาล ควรเริ่มสำรวจการปล่อยคาร์บอนในทุกขั้นตอน ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน และลงมือปรับปรุงจากจุดที่ทำได้ทันที เพราะการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ที่ทำอย่างต่อเนื่อง อาจกลายเป็นความได้เปรียบครั้งใหญ่ในโลกธุรกิจคาร์บอนต่ำ

ที่มา – อุตสาหกรรมน้ำตาลเร่งลดคาร์บอนรับโจทย์โลกร้อน-กติกาโลก

สส.ภูมิใจไทยโต้ศิริโชค ปมข่าวยุบพรรค

ประเด็นการเมืองร้อนแรงขึ้นอีกครั้ง หลังมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับเงินบริจาคที่เข้าสู่พรรคภูมิใจไทย และอาจเชื่อมโยงไปถึงข้อกล่าวหาว่าพรรคอาจถูกยุบ ล่าสุด สส.ภูมิใจไทยหลายคนออกมาโพสต์ข้อความชี้แจงและตอบโต้ นายศิริโชค โสภา อดีต สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ โดยยืนยันว่าการบริจาคเงินจากเงินเดือนของ สส. เพื่อสนับสนุนกิจกรรมของพรรคสามารถทำได้ หากดำเนินการด้วยความสมัครใจ โปร่งใส และเป็นไปตามกฎหมาย

สส.ภูมิใจไทยโต้ศิริโชค ปมข่าวยุบพรรค

เมื่อวันที่ 15 ต.ค. 69 นายคงกฤช รามศักดิ์ สส.พระนครศรีอยุธยา พรรคภูมิใจไทย ออกมาอธิบายกรณีที่มีการพูดถึงเงินบริจาคจาก น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย โดยระบุว่า สส.ของพรรคสามารถบริจาคเงินเพื่อสนับสนุนกิจกรรมของพรรคได้ เงินดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของรายได้จากเงินเดือนที่ได้รับผ่านสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และการตัดสินใจบริจาคขึ้นอยู่กับความสมัครใจของ สส.แต่ละคน

นายคงกฤชยังกล่าวในเชิงตั้งคำถามว่า นายศิริโชคเคยเป็น สส.มาก่อน จึงน่าจะเข้าใจหลักปฏิบัติและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี พร้อมขอชี้แจงเพื่อให้สังคมคลายข้อสงสัยเกี่ยวกับที่มาของเงินบริจาค รวมถึงประเด็นที่ถูกนำไปเชื่อมโยงกับการยุบพรรค

สส.ภูมิใจไทยโต้ศิริโชค ปมข่าวยุบพรรค ด้วยข้อมูลเรื่องเงินบริจาค

ด้านนายฤทธิรงค์ ภูมิสวัสดิ์ สส.มหาสารคาม พรรคภูมิใจไทย ระบุว่า สส.ของพรรคร่วมสนับสนุนเงินจากรายได้ที่ได้รับเป็นเงินเดือน เพื่อบริจาคให้แก่พรรคและใช้ดำเนินกิจกรรมตามวัตถุประสงค์ของพรรค กิจกรรมเหล่านี้ครอบคลุมทั้งงานทางการเมือง งานที่เกี่ยวข้องกับสมาชิก และกิจกรรมที่มุ่งสร้างประโยชน์ให้ประชาชนและสังคม

นายฤทธิรงค์ย้ำว่า กระบวนการดังกล่าวดำเนินอยู่บนหลักสำคัญหลายประการ ได้แก่ ความสมัครใจ ความโปร่งใส และความรับผิดชอบ พร้อมระบุว่าพรรคมีการบันทึกรายรับ รายจ่าย และจัดเก็บหลักฐานการบริจาคอย่างถูกต้อง เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ตามกฎหมาย การมีเอกสารและข้อมูลประกอบจึงเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความชัดเจนต่อสังคม

ขณะเดียวกัน น.ส.รินทร์ลิตา อดิษะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ก็ออกมาโพสต์ชี้แจงในทิศทางเดียวกัน โดยยืนยันว่า สส.ของพรรคเต็มใจนำเงินเดือนที่ได้รับจากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรมาบริจาคให้พรรค เพื่อใช้ดำเนินกิจกรรมตามวัตถุประสงค์และสร้างประโยชน์แก่ประชาชน

น.ส.รินทร์ลิตาระบุเพิ่มเติมว่า นายศิริโชคเคยทำหน้าที่ สส.มาก่อน จึงน่าจะทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับแนวทางการบริจาคเงินให้พรรคการเมือง พร้อมย้ำว่าการดำเนินการของตนเองและพรรคอยู่บนหลักความสมัครใจและความโปร่งใส มีการจัดทำบัญชีรายรับรายจ่าย และมีหลักฐานประกอบอย่างถูกต้อง

ประเด็นที่พรรคภูมิใจไทยยืนยันต่อสังคม

  • การบริจาคเป็นไปโดยสมัครใจ: สส.แต่ละคนเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะสนับสนุนเงินให้พรรคหรือไม่ ไม่มีการระบุว่าเป็นภาระที่ทุกคนต้องปฏิบัติ
  • เงินมาจากรายได้ของ สส.: เงินที่นำมาบริจาคเป็นส่วนหนึ่งของเงินเดือนที่ได้รับจากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
  • มีวัตถุประสงค์ชัดเจน: พรรคจะนำเงินไปใช้สนับสนุนกิจกรรมตามวัตถุประสงค์ของพรรค รวมถึงกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและสังคม
  • มีการจัดทำหลักฐาน: พรรคยืนยันว่ามีการบันทึกรายรับ รายจ่าย และหลักฐานการบริจาค เพื่อให้การดำเนินงานตรวจสอบได้
  • พร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ: หากมีหลักฐานว่าบุคคลใดกระทำผิด สามารถยื่นเรื่องต่อองค์กรที่มีหน้าที่ตามกฎหมายได้

ข้อสังเกตเรื่องข่าวยุบพรรคและการตรวจสอบ

สำหรับข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการยุบพรรค ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่เพียงการตั้งคำถามผ่านสื่อสังคมออนไลน์ แต่ควรพิจารณาจากข้อเท็จจริง เอกสาร และกระบวนการตรวจสอบของหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย การนำเสนอข้อมูลอย่างรอบด้านจะช่วยให้ประชาชนแยกแยะได้ว่าเรื่องใดเป็นข้อเท็จจริง เรื่องใดเป็นความเห็น และเรื่องใดอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

กรณีนี้จึงสะท้อนให้เห็นว่า การรับเงินบริจาคของพรรคการเมืองควรมีรายละเอียดที่เปิดเผย ตรวจสอบได้ และสอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันผู้ที่ตั้งคำถามหรือวิพากษ์วิจารณ์ก็ควรนำเสนอข้อมูลอย่างรับผิดชอบ เพื่อไม่ให้สังคมเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนหรือขยายข่าวที่ยังไม่มีข้อยุติ

ท่าทีของ สส.ภูมิใจไทยในครั้งนี้เป็นการออกมาชี้แจงพร้อมกันหลายคน โดยเน้นย้ำเรื่องความสมัครใจ ความโปร่งใส และการจัดเก็บหลักฐานอย่างเป็นระบบ ส่วนข้อสรุปว่าการดำเนินการดังกล่าวถูกต้องครบถ้วนเพียงใด ยังคงต้องอาศัยการตรวจสอบจากหน่วยงานตามกฎหมายและข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นทางการ

ในมุมของประชาชน การติดตามข่าวการเมืองควรเปรียบเทียบข้อมูลจากหลายแหล่ง อ่านเอกสารต้นทาง และรอผลการตรวจสอบก่อนตัดสินใจเชื่อหรือแชร์ต่อ เพราะการตรวจสอบอย่างมีเหตุผลคือกลไกสำคัญที่จะช่วยให้การเมืองไทยเดินหน้าอย่างโปร่งใสและรับผิดชอบ

ที่มา – รู้หรือแกล้งไม่รู้? สส.ภูมิใจไทย แทคทีมโต้ ‘ศิริโชค‘ ปั่นข่าวยุบพรรคภูมิใจไทย

แอปเปิล อินเทลลิเจนซ์ เปิดทดลองใช้ในจีนปลาย ต.ค.

วงการเทคโนโลยีกำลังจับตาความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ หลังแอปเปิลได้รับไฟเขียวจากทางการจีนให้เปิดใช้งานแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์ หรือ แอปเปิล อินเทลลิเจนซ์ ในจีนแผ่นดินใหญ่ โดยบริษัทเตรียมเปิดให้ผู้ใช้งานทดลองใช้ภายในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญ เพราะจีนเป็นหนึ่งในตลาดหลักของแอปเปิล และเป็นตลาดที่บริษัทต้องใช้เวลาหารือด้านกฎระเบียบมาอย่างต่อเนื่อง

ทิม คุก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแอปเปิล เปิดเผยว่า แพลตฟอร์มเอไอของบริษัทได้รับอนุมัติให้เปิดใช้งานในจีนแล้ว เบื้องต้นบริษัทจะทยอยนำฟีเจอร์ที่มีอยู่มาให้บริการกับผู้ใช้งานไอโฟน ไอแพด และคอมพิวเตอร์แมค การเปิดตัวช่วงแรกจะเป็นการทดลองใช้งาน เพื่อประเมินประสิทธิภาพ ความเหมาะสม และการตอบรับจากผู้บริโภคชาวจีน

แอปเปิล อินเทลลิเจนซ์ เตรียมเปิดทดลองในจีน

แอปเปิลวางแผนเปิดให้ใช้งานอย่างเป็นทางการในจีนภายในเดือนธันวาคม โดยคาดว่าจะมาพร้อมการอัปเดตระบบปฏิบัติการไอโอเอส 27.3 ฟีเจอร์ชุดนี้เป็นเทคโนโลยีเอไอที่บริษัทเปิดตัวครั้งแรกในสหรัฐเมื่อประมาณสองปีก่อน และได้รับการพัฒนาเพื่อช่วยให้ผู้ใช้ทำงานกับอุปกรณ์ได้สะดวกขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการจัดการข้อความ การสรุปข้อมูล หรือการตกแต่งภาพ

อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ชาวจีนอาจไม่ได้รับฟีเจอร์ทั้งหมดพร้อมกับตลาดอื่นในช่วงแรก โดยเฉพาะผู้ช่วยเสียงสิริเวอร์ชันใหม่ รวมถึงความสามารถบางอย่างที่แอปเปิลเพิ่งประกาศในปีนี้ บริษัทระบุว่ายังอยู่ระหว่างการเตรียมระบบให้สอดคล้องกับเงื่อนไขด้านกฎหมายและการให้บริการภายในประเทศจีน จึงต้องทยอยเปิดใช้งานอย่างระมัดระวัง

ฟีเจอร์เด่นของแอปเปิล อินเทลลิเจนซ์ ระยะแรก

สำหรับฟีเจอร์ที่คาดว่าจะเปิดให้ใช้งานในช่วงเริ่มต้น มีทั้งเครื่องมือที่เน้นความสะดวกและการสร้างสรรค์ ผู้ใช้สามารถใช้เอไอช่วยจัดการงานประจำวันได้ง่ายขึ้น โดยฟีเจอร์สำคัญประกอบด้วย

  • การสร้างอีโมจิส่วนบุคคล หรือเจนโมจิ เพื่อใช้สื่อสารในรูปแบบที่เป็นตัวเองมากขึ้น
  • การสรุปการแจ้งเตือน ช่วยลดเวลาการอ่านข้อความจำนวนมาก
  • เครื่องมือช่วยเขียนสำหรับปรับสำนวน ตรวจทาน และเรียบเรียงข้อความ
  • เครื่องมือลบวัตถุหรือสิ่งที่ไม่ต้องการออกจากภาพถ่าย

แม้ฟีเจอร์เหล่านี้จะดูมีประโยชน์ แต่ยังต้องติดตามว่าผู้บริโภคชาวจีนจะตอบรับมากน้อยเพียงใด เพราะแอปเปิล อินเทลลิเจนซ์ รุ่นแรกเคยถูกวิจารณ์ว่าทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ และยังตามหลังคู่แข่งบางรายในตลาดเอไอ ผู้ใช้งานจึงอาจคาดหวังการพัฒนาที่รวดเร็วและความสามารถที่ตอบโจทย์มากขึ้น

ด้านความร่วมมือในประเทศจีน แอปเปิลได้ทำงานร่วมกับอาลีบาบาเพื่อพัฒนาระบบควบคุมการทำงานของเอไอ รวมถึงตัวกรองเนื้อหาที่สอดคล้องกับกฎระเบียบของจีน นอกจากนี้ยังร่วมมือกับไป่ตู้ในด้านการค้นหาและฟีเจอร์ที่เกี่ยวข้องกับสิริ การดำเนินงานลักษณะนี้ช่วยให้บริษัทสามารถนำบริการเข้าสู่ตลาดได้ แต่ก็ทำให้รูปแบบการใช้งานในจีนแตกต่างจากประเทศอื่น

ก่อนหน้านี้ แอปเปิลได้รับอนุมัติเบื้องต้นให้เปิดตัวแพลตฟอร์มเอไอตั้งแต่เดือนกรกฎาคม จากนั้นจึงต้องหารือเพิ่มเติมกับกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน เพื่อขอใบอนุญาตให้บริการแก่ผู้บริโภค กระทั่งวันที่ 29 กันยายน บริษัทได้รับอนุญาตให้ไอโฟนรุ่นใหม่รองรับแอปเปิล อินเทลลิเจนซ์ และโมเดลเอไอของอาลีบาบา

สำหรับข้อจำกัดที่เห็นได้ชัด คือเครื่องมือสร้างภาพด้วยเอไอของแอปเปิล รวมถึงแอปพลิเคชันอิมเมจ เพลย์กราวด์ จะยังไม่เปิดให้บริการในจีน นอกจากนี้ ฟีเจอร์สร้างข้อความบางประเภทอาจถูกจำกัดการใช้งานในบางแอปพลิเคชัน เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของทางการ การเปิดตัวครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการอัปเดตซอฟต์แวร์ แต่เป็นการปรับบริการให้เข้ากับสภาพแวดล้อมด้านกฎหมายและเทคโนโลยีของตลาดจีนโดยเฉพาะ

ในมุมของผู้ใช้งาน การเปิดทดลองช่วงปลายเดือนตุลาคมจะช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้นว่าแอปเปิลสามารถส่งมอบประสบการณ์เอไอที่ลื่นไหลและเป็นประโยชน์ได้มากแค่ไหน หากบริษัทแก้ไขข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพและเพิ่มความสามารถให้ตอบโจทย์ท้องถิ่นได้ การมาของแอปเปิล อินเทลลิเจนซ์ ก็อาจช่วยรักษาความสนใจของผู้ใช้ไอโฟนในจีนได้ในระยะยาว

ท้ายที่สุด ผู้ใช้ควรติดตามรายละเอียดจากแอปเปิลเกี่ยวกับรุ่นอุปกรณ์ที่รองรับ ภาษา เงื่อนไขการทดลอง และฟีเจอร์ที่เปิดให้ใช้งานจริง เพราะความสามารถอาจแตกต่างกันตามระบบปฏิบัติการและข้อกำหนดในแต่ละพื้นที่ การเปิดตัวครั้งนี้เป็นอีกบททดสอบสำคัญของแอปเปิลในตลาดเอไอ และน่าติดตามว่าบริษัทจะเปลี่ยนข้อจำกัดให้กลายเป็นโอกาสได้อย่างไร

ที่มา – “แอปเปิล อินเทลลิเจนซ์” ผ่านไฟเขียวจีน เตรียมให้ทดลองใช้ปลายเดือนต.ค. นี้

วราวุธมอบถุงยังชีพผู้ประสบภัยน้ำท่วมนครปฐม

สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดนครปฐมยังคงเป็นเรื่องที่หลายฝ่ายต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ริมแม่น้ำท่าจีนที่ได้รับผลกระทบจากมวลน้ำจำนวนมาก ล่าสุด นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง กลุ่มลุ่มน้ำท่าจีน พร้อมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม หน่วยงานราชการ และภาคเอกชน ลงพื้นที่ตำบลงิ้วราย อำเภอนครชัยศรี เพื่อให้กำลังใจและช่วยเหลือประชาชนที่กำลังเดือดร้อน

ภารกิจครั้งนี้เป็นการลงพื้นที่อย่างเร่งด่วน หลังหลายชุมชนได้รับผลกระทบจากน้ำฝนที่ตกสะสม รวมถึงมวลน้ำจากพื้นที่ตอนเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดสุพรรณบุรีที่ไหลลงสู่แม่น้ำท่าจีน ทำให้ระดับน้ำในบางจุดสูงถึงระดับเอว ชาวบ้านจำนวนมากต้องใช้เรือเป็นพาหนะในการเดินทาง ขณะที่ผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุจำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ

วราวุธมอบถุงยังชีพผู้ประสบภัยน้ำท่วมนครปฐม

นายวราวุธและคณะได้พบปะประชาชนบริเวณศาลาเอนกประสงค์ ตำบลงิ้วราย พร้อมมอบถุงยังชีพอุตสาหกรรมรวมใจ และถุงยังชีพที่ได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน ให้แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมและผู้ป่วยติดเตียงรวมกว่า 400 ชุด สิ่งของเหล่านี้มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตในช่วงที่การเดินทางเป็นไปอย่างยากลำบาก และร้านค้าหรือบริการบางแห่งยังไม่สามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติ

การช่วยเหลือไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการมอบสิ่งของเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับฟังปัญหาจากประชาชนโดยตรง หลายครอบครัวสะท้อนความกังวลเกี่ยวกับระดับน้ำที่เพิ่มขึ้น ความเสียหายต่อบ้านเรือน พื้นที่เกษตร และเส้นทางสัญจร โดยเฉพาะผู้ที่มีสมาชิกในครอบครัวเป็นผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งต้องเตรียมยา อาหาร และอุปกรณ์จำเป็นไว้ให้พร้อมอยู่เสมอ

วราวุธมอบถุงยังชีพผู้ประสบภัยน้ำท่วมนครปฐม พร้อมวางแผนระยะยาว

นายวราวุธกล่าวว่า ตำบลงิ้วรายเป็นหนึ่งในพื้นที่ของจังหวัดนครปฐมที่ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนจากมวลน้ำมหาศาล ทั้งจากปริมาณฝนและน้ำที่ไหลมาจากทางตอนเหนือ สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลต่อเนื่องเป็นวงกว้าง ตั้งแต่จังหวัดชัยนาท สุพรรณบุรี นครปฐม ไปจนถึงสมุทรสาคร จึงจำเป็นต้องประสานการทำงานระหว่างจังหวัดและหน่วยงานที่ดูแลระบบน้ำอย่างใกล้ชิด

ก่อนลงพื้นที่ นายวราวุธได้เข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมการฯ และได้รับแนวทางจากนายกรัฐมนตรีให้เร่งดูแลประชาชนในจังหวัดนครปฐม โดยนายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยต่อสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้น รวมถึงต้องเตรียมรับมือกับปัญหาภัยแล้งที่อาจตามมาหลังน้ำลด การบริหารจัดการน้ำจึงต้องวางแผนให้ครอบคลุมทั้งช่วงน้ำมากและช่วงน้ำขาด ไม่ใช่แก้ไขเฉพาะหน้าเพียงอย่างเดียว

แนวทางสำคัญที่ได้รับการพูดถึงคือการเร่งระบายน้ำในช่วงที่น้ำทะเลลดต่ำ เพื่อผลักดันน้ำจากพื้นที่นครปฐมลงสู่ทะเลให้ได้เร็วที่สุด ก่อนที่ระดับน้ำทะเลจะหนุนสูงขึ้นอีกครั้งในช่วงปลายเดือนตุลาคม การดำเนินการดังกล่าวต้องอาศัยความร่วมมือจากจังหวัดนครปฐม กรมชลประทาน หน่วยงานท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อชุมชน

สถานการณ์ถนนพุทธมณฑลสาย 8 และการช่วยเหลือชุมชน

หลังจากลงพื้นที่ตำบลงิ้วราย นายวราวุธและคณะเดินทางต่อไปยังถนนพุทธมณฑลสาย 8 เส้นทางงิ้วราย–สัมปทวน บริเวณก่อนขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำนครชัยศรี จุดดังกล่าวประสบปัญหาน้ำท่วมสูงซ้ำซาก ประกอบกับถนนมีลักษณะคับแคบ ทำให้การสัญจรของประชาชนเป็นไปด้วยความลำบาก เจ้าหน้าที่ได้รับฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับปัญหาและข้อจำกัดของพื้นที่ เพื่อใช้ประกอบการวางแผนแก้ไขในระยะต่อไป

ในโอกาสเดียวกัน ประชาชนผู้ประสบภัยจำนวนหนึ่งพายเรือกว่า 10 ลำมารับถุงยังชีพด้วยตนเอง ภาพดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความเดือดร้อนของชุมชนริมแม่น้ำ และความจำเป็นในการส่งต่อความช่วยเหลือให้ถึงมือประชาชนอย่างรวดเร็ว การสนับสนุนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และอาสาสมัครจึงมีบทบาทสำคัญมากในช่วงวิกฤต เพราะช่วยเติมเต็มทั้งสิ่งของจำเป็น กำลังคน และกำลังใจให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ

  • มอบถุงยังชีพแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมและผู้ป่วยติดเตียงกว่า 400 ชุด
  • ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่ทะเล
  • ติดตามปัญหาถนนและเส้นทางสัญจรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
  • เตรียมแนวทางรับมือทั้งสถานการณ์น้ำท่วมและภัยแล้งที่จะตามมา

เหตุการณ์ครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า การช่วยเหลือผู้ประสบภัยจำเป็นต้องทำทั้งในรูปแบบเร่งด่วนและการวางแผนระยะยาว การมอบถุงยังชีพช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น ขณะที่การจัดการระบบน้ำและการปรับปรุงเส้นทางจะช่วยลดความเสี่ยงในอนาคต สำหรับประชาชนในพื้นที่ ควรติดตามประกาศจากจังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง เตรียมเอกสารสำคัญ ยาประจำตัว อาหาร น้ำดื่ม และอุปกรณ์จำเป็นให้พร้อม หากมีผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้สูงอายุในบ้าน ควรแจ้งข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือได้ตรงจุด

การส่งต่อกำลังใจและความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องคือสิ่งสำคัญที่สุดในช่วงน้ำท่วม หากทุกภาคส่วนร่วมมือกันอย่างจริงจัง ชุมชนริมแม่น้ำท่าจีนจะสามารถผ่านพ้นสถานการณ์ครั้งนี้ไปได้ และมีแนวทางป้องกันที่ดีขึ้นในอนาคต

ที่มา – ‘วราวุธ‘ มอบถุงยังชีพผู้ประสบภัยน้ำท่วม-ผู้ป่วยติดเตียง จ.นครปฐม

ประมูลรถเมล์ EV ขสมก. เฟส 2 รวม 800 คัน

โครงการ ประมูลรถเมล์ EV ขสมก. เฟส 2 กำลังเดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรม หลังองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. เตรียมจัดหารถโดยสารพลังงานไฟฟ้าจำนวน 800 คัน วงเงินประมาณ 8,139.9162 ล้านบาท เพื่อยกระดับการเดินทางของประชาชนและทดแทนรถเมล์ปรับอากาศรุ่นเก่าที่ใช้งานมานานกว่า 30 ปี

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติโครงการเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 โดยกำหนดใช้งบประมาณประจำปี 2570 รูปแบบโครงการจะเป็นการเช่ารถพร้อมการให้บริการเป็นระยะเวลา 7 ปี ซึ่งแนวทางนี้ช่วยให้ ขสมก. สามารถบริหารจัดการรถใหม่ได้คล่องตัวขึ้น ทั้งด้านการบำรุงรักษา การรับประกัน และการควบคุมคุณภาพการให้บริการ

ประมูลรถเมล์ EV ขสมก. เฟส 2 เดินหน้าเปิด TOR

ขสมก. เตรียมลงนามบันทึกข้อตกลงคุณธรรมร่วมกับองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ในวันที่ 19 ตุลาคม 2569 เพื่อสร้างความโปร่งใสในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง โดยประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสามารถติดตามตรวจสอบขั้นตอนสำคัญของโครงการได้มากขึ้น

หลังจากนั้นจะเร่งจัดทำรายละเอียดขอบเขตงาน หรือ TOR เพื่อเปิดประมูลอย่างเป็นทางการ คาดว่าจะใช้เวลาประกวดราคาไม่เกิน 3 เดือน และลงนามสัญญากับผู้ชนะประมูลได้ในช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ 2570 หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน รถล็อตแรกจะเริ่มส่งมอบภายใน 300 วัน หรือประมาณกลางปี 2570

ประมูลรถเมล์ EV ขสมก. เฟส 2 ช่วยเปลี่ยนรถเก่า

รถไฟฟ้าจำนวน 800 คันในเฟส 2 จะเข้ามาให้บริการร่วมกับรถ EV จากโครงการเฟสแรกจำนวน 1,520 คัน รวมเป็นรถโดยสารพลังงานสะอาดทั้งหมด 2,320 คันตามเป้าหมายของกระทรวงคมนาคม การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญคือ ลดการพึ่งพารถเมล์เก่าที่มีปัญหาชำรุดบ่อย และเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสารในกรุงเทพฯ

รถที่จะทยอยปลดระวางประกอบด้วยรถโดยสารปรับอากาศครีมน้ำเงินและรถแดวูสีส้ม ซึ่งบางส่วนมีอายุการใช้งานมากกว่า 30 ปี แม้รถรุ่นเก่าจะมีบทบาทสำคัญต่อระบบขนส่งสาธารณะมาเป็นเวลานาน แต่เมื่อใช้งานต่อเนื่องย่อมมีต้นทุนซ่อมบำรุงสูง รวมทั้งอาจสร้างความไม่มั่นใจให้กับผู้โดยสารในเรื่องความปลอดภัยและความตรงต่อเวลา

ความคืบหน้ารถเมล์ EV ขสมก. เฟสแรก

สำหรับโครงการเฟสแรกจำนวน 1,520 คัน มีวงเงินงบประมาณ 15,355.6 ล้านบาท โดยบริษัท นครชัยแอร์ จำกัด เป็นผู้ชนะการประมูลด้วยวงเงิน 14,905 ล้านบาท และว่าจ้างกลุ่ม NEX ซึ่งประกอบด้วยบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA กับบริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) ผลิตรถโดยสารยี่ห้อ FOTON จากประเทศจีน

แผนการส่งมอบรถในเฟสแรกแบ่งเป็น 3 ช่วง ได้แก่ 500 คันแรกภายในเดือนมีนาคม 2570 อีก 500 คันในช่วงปลายเดือนเมษายน และอีก 520 คันในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม เมื่อรวมกันแล้วจะครบทั้ง 1,520 คันตามแผน ซึ่งจะช่วยให้ ขสมก. สามารถปรับเส้นทางและเพิ่มจำนวนรถใหม่ในพื้นที่ที่มีผู้ใช้บริการหนาแน่นได้อย่างเหมาะสม

ประโยชน์ด้านต้นทุนและสิ่งแวดล้อม

การนำรถเมล์ EV มาใช้งานคาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายของ ขสมก. ได้หลายด้าน ปัจจุบันหน่วยงานมีค่าซ่อมบำรุงรถโดยสารมากกว่า 2,000 ล้านบาทต่อปี และมีค่าน้ำมันอีกประมาณ 2,000 ล้านบาทต่อปี เมื่อเปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้า ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานคาดว่าจะลดลงเหลือประมาณ 800 ล้านบาทต่อปี

นอกจากการประหยัดต้นทุนด้านพลังงานแล้ว ระบบรถไฟฟ้ายังช่วยลดมลพิษทางอากาศและเสียงรบกวนในเมือง โดยเฉพาะตามเส้นทางที่มีรถโดยสารวิ่งเป็นจำนวนมาก หากนำระบบชำระค่าโดยสารอัตโนมัติมาใช้ร่วมกัน ก็อาจลดค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรเก็บค่าโดยสารได้อีกประมาณ 900 ล้านบาทต่อปี ขสมก. ประเมินว่าการดำเนินงานโดยรวมอาจช่วยประหยัดต้นทุนได้มากกว่า 4,100 ล้านบาทต่อปี

  • ลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงรถโดยสารรุ่นเก่า
  • ลดการใช้น้ำมันและลดมลพิษจากการเดินรถ
  • เพิ่มความสะดวกสบายและความมั่นใจให้ผู้โดยสาร
  • รองรับการเชื่อมต่อกับระบบตั๋วร่วมและระบบขนส่งสาธารณะอื่น
  • เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารเส้นทางและจำนวนรถ

ค่าโดยสารรถเมล์ EV จะอยู่ที่เท่าไร

เบื้องต้น ขสมก. วางแนวคิดค่าโดยสารรถเมล์ EV ไว้ที่ 15 บาท 20 บาท และ 25 บาท โดยอัตราจริงยังต้องรอแนวนโยบายจากกระทรวงคมนาคม รวมถึงการหารือกับกระทรวงการคลัง เนื่องจากผู้โดยสารส่วนหนึ่งเคยใช้รถเมล์ร้อนที่มีค่าโดยสารประมาณ 8 บาท การปรับราคาจึงควรคำนึงถึงภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนเป็นสำคัญ

แนวทางช่วยเหลือที่อยู่ระหว่างการพิจารณา ได้แก่ การใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และการเชื่อมโยงระบบตั๋วร่วมกับรถไฟฟ้า ซึ่งมีค่าโดยสารอยู่ในช่วงประมาณ 17-45 บาท หากระบบตั๋วร่วมสามารถใช้งานได้สะดวก ก็จะช่วยให้ผู้โดยสารวางแผนการเดินทางและควบคุมค่าใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น

รถเมล์ร้อนจะหายไปทั้งหมดหรือไม่

แม้จะมีการนำรถ EV มาแทนที่รถเก่า แต่ ขสมก. ยังมีแผนเก็บรถเมล์ร้อนไว้ประมาณ 700 คัน เพื่อใช้เป็นรถสำรองในกรณีฉุกเฉินหรือช่วงที่มีความต้องการเดินทางสูง นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างศึกษาการนำรถบางส่วนไปปรับใช้เป็นคาเฟ่หรือรถท่องเที่ยว เพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติมและใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินเดิมให้คุ้มค่ามากที่สุด

ภาพรวมของ ประมูลรถเมล์ EV ขสมก. เฟส 2 จึงไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนรถรุ่นเก่าเป็นรถรุ่นใหม่เท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างต้นทุน การพัฒนาระบบชำระเงิน และการยกระดับบริการขนส่งสาธารณะทั้งระบบ ความสำเร็จของโครงการจะขึ้นอยู่กับความโปร่งใสของการประมูล การส่งมอบรถตรงเวลา และการกำหนดค่าโดยสารที่ประชาชนเข้าถึงได้

สำหรับผู้โดยสาร สิ่งที่ควรติดตามต่อไปคือรายละเอียด TOR ตารางการประมูล เส้นทางที่จะนำรถใหม่ไปให้บริการ และมาตรการช่วยเหลือด้านค่าโดยสาร หากทุกหน่วยงานทำงานตามแผน รถเมล์ EV จะเป็นอีกก้าวสำคัญของกรุงเทพฯ สู่ระบบขนส่งที่สะอาด ประหยัด และตอบโจทย์การเดินทางในชีวิตประจำวันมากขึ้น

มุมมองน่าจับตา: โครงการนี้จะเกิดประโยชน์สูงสุดเมื่อรถใหม่มาพร้อมบริการที่ตรงเวลา ระบบตั๋วที่ใช้งานง่าย และค่าโดยสารที่เหมาะสม เพราะหัวใจของขนส่งสาธารณะไม่ใช่แค่การมีรถที่ทันสมัย แต่คือการทำให้ประชาชนเลือกใช้ได้จริงในทุกวัน

ที่มา – ลุยTORประมูลรถเมล์EVขสมก.เฟส2 รวม 800 คัน 8,139 ล้าน เช่าขับ7ปี ใช้แทนรถเมล์แอร์คันเก่า

เคน ทุบสถิติ เมสซี หลังยิง 2 ตุงเกมเจ๊าไวกิง

แฟนฟุตบอลยุโรปได้เห็นอีกหนึ่งผลงานที่น่าประทับใจของ แฮร์รี เคน กองหน้าตัวเก่งจาก บาเยิร์น มิวนิค หลังเจ้าตัวเหมาคนเดียว 2 ประตูในเกมที่ต้นสังกัดบุกเสมอ ไวกิง เอฟเค จากนอร์เวย์ 3-3 ผลงานดังกล่าวไม่เพียงช่วยให้เกมสนุกเข้มข้นจนถึงช่วงท้าย แต่ยังทำให้ เคน สร้างสถิติใหม่ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกได้สำเร็จ

ประเด็นสำคัญคือ เคน ทุบสถิติ เมสซี หลังยิง 2 ตุงเกมเจ๊าไวกิง ด้วยจำนวนประตูที่ทำได้หลังอายุครบ 30 ปี โดยกองหน้าทีมชาติอังกฤษยิงไปแล้ว 36 ประตู แซงหน้าสถิติเดิมของ ลิโอเนล เมสซี ที่ทำไว้ 35 ประตู กลายเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่าอายุไม่ใช่อุปสรรคสำหรับดาวยิงระดับโลก

เคน ทุบสถิติ เมสซี หลังยิง 2 ตุงเกมเจ๊าไวกิง

เกมระหว่าง ไวกิง เอฟเค กับ บาเยิร์น มิวนิค เต็มไปด้วยจังหวะลุ้นประตู ทั้งสองทีมเปิดเกมรุกแลกกันอย่างดุเดือด และผลัดกันสร้างความกดดันต่อแนวรับของคู่แข่ง แม้ บาเยิร์น จะไม่สามารถเก็บชัยชนะได้ แต่สองประตูของ เคน ก็มีความหมายอย่างมากในแง่สถิติส่วนตัวและเส้นทางการล่าประตูในรายการใหญ่ของยุโรป

เคนแสดงให้เห็นถึงจุดเด่นที่หลากหลาย ทั้งการยืนตำแหน่ง การอ่านเกม การจบสกอร์ด้วยเท้าทั้งสองข้าง และการเล่นลูกกลางอากาศ นอกจากจะเป็นกองหน้าที่รอจบสกอร์ในเขตโทษแล้ว เขายังสามารถถอยลงมาเชื่อมเกมกับเพื่อนร่วมทีมได้ดี ทำให้แนวรับของไวกิงต้องรับมือกับการเคลื่อนที่ตลอดทั้งเกม

สถิติใหม่ที่สะท้อนความยอดเยี่ยมของ เคน

การทำประตูในแชมเปี้ยนส์ ลีกหลังอายุ 30 ปีไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะการแข่งขันเต็มไปด้วยกองหลังระดับชั้นนำและความกดดันในทุกนัด อย่างไรก็ตาม เคนยังคงรักษามาตรฐานการเล่นได้อย่างต่อเนื่อง จนทำให้เขาก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะที่ยิงประตูในรายการนี้ได้มากที่สุดหลังเข้าสู่วัย 30 ปี

  • เคนยิงในแชมเปี้ยนส์ ลีกหลังอายุ 30 ปีไปแล้ว 36 ประตู
  • ทำลายสถิติเดิมของ ลิโอเนล เมสซี ที่ทำไว้ 35 ประตู
  • ยิงรวมในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีกครบ 57 ประตู
  • ขยับขึ้นอันดับ 8 ในตารางดาวยิงสูงสุดตลอดกาล ร่วมกับ โธมัส มุลเลอร์

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนความสม่ำเสมอของ เคน ได้เป็นอย่างดี เขาไม่ได้อาศัยเพียงความเร็วหรือพละกำลัง แต่ยังใช้ประสบการณ์และความเข้าใจเกมเพื่อหาพื้นที่ว่างในจังหวะสำคัญ เมื่อมีโอกาส เขาสามารถเปลี่ยนให้กลายเป็นประตูได้ทันที นี่คือเหตุผลที่ทำให้เขายังคงเป็นหนึ่งในกองหน้าที่น่ากลัวที่สุดของวงการฟุตบอลยุโรป

เคน ทุบสถิติ เมสซี หลังยิง 2 ตุงเกมเจ๊าไวกิง กับเส้นทางล่าดาวยิงตลอดกาล

หลังทำสถิติแซงหน้า เมสซี ได้สำเร็จ เคนยังมีโอกาสขยับอันดับบนตารางดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของแชมเปี้ยนส์ ลีกได้อีกหลายขั้น หากเขายังรักษาฟอร์มการเล่นและสุขภาพร่างกายได้ดี จำนวนประตูที่ทำได้ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อ บาเยิร์น มิวนิคยังเป็นทีมที่มีโอกาสลงเล่นในรายการยุโรปทุกฤดูกาล

การขึ้นมาอยู่อันดับเดียวกับ โธมัส มุลเลอร์ ยังถือเป็นเรื่องน่าสนใจ เพราะทั้งคู่ต่างเป็นกองหน้าที่ฝากผลงานไว้กับ บาเยิร์น มิวนิค มายาวนาน แม้มีสไตล์การเล่นแตกต่างกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันคือความเฉียบคมในกรอบเขตโทษและความสามารถในการทำประตูในเกมใหญ่

สำหรับ บาเยิร์น ผลเสมอ 3-3 อาจไม่ใช่ผลการแข่งขันที่ทีมต้องการมากที่สุด แต่ผลงานของ เคน ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับแนวรุกได้อย่างชัดเจน เกมนี้ยังแสดงให้เห็นว่าทีมต้องปรับปรุงการเล่นเกมรับ ขณะเดียวกันก็มีอาวุธในแดนหน้าที่สามารถสร้างความแตกต่างได้เสมอ

แฟนบอลเยอรมันสามารถรับชมการแข่งขันฟุตบอลบุนเดสลีกา ฤดูกาล 2026/27 พร้อมเสียงพากย์ภาษาไทยครบทั้ง 306 แมตช์ รวมถึงไฮไลท์และรีรันผ่าน AIS PLAY เพียงสมัครแพ็กเกจ PLAY ALL ลูกค้า AIS มือถือและเน็ตบ้านรับสิทธิ์ราคาพิเศษ เริ่มต้นรายเดือน 199 บาทต่อเดือนนาน 12 เดือน หรือรายปี 1,999 บาทต่อปี ส่วนลูกค้าทั่วไปสมัครแพ็กเกจรายเดือนได้ในราคา 299 บาท

โดยส่วนตัวแล้ว ผลงานครั้งนี้ยืนยันว่า เคนยังมีศักยภาพพอที่จะสร้างสถิติใหม่ได้อีกมาก การทำลายสถิติของ เมสซี คือความสำเร็จครั้งใหญ่ แต่เส้นทางของเขายังไม่จบ แฟนบอลจึงควรติดตามกันต่อว่า เคนจะยิงเพิ่มได้อีกกี่ประตู และจะก้าวขึ้นไปอยู่ในอันดับใดของตารางดาวยิงตลอดกาล

ที่มา – “เคน” ทุบสถิติ “เมสซี” หลังยิง 2 ตุงเกมเจ๊าไวกิง

กระทรวงทรัพยากรรับฟังเสียงค้านวิ่งเทรลแก่งกระจาน

กระทรวงทรัพยากรรับฟังเสียงค้านวิ่งเทรลแก่งกระจาน หลังประชาชนแสดงความกังวลต่อการจัดกิจกรรมวิ่งเทรลในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติ โดยกิจกรรมมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 1 พฤศจิกายน ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่การจัดงานกีฬาเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับการดูแลระบบนิเวศ สัตว์ป่า และคุณค่าอันโดดเด่นของพื้นที่ที่ควรได้รับการอนุรักษ์อย่างรอบคอบ

กระทรวงทรัพยากรรับฟังเสียงค้านวิ่งเทรลแก่งกระจาน

เมื่อวันที่ 15 กันยายน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นของประชาชน กรณีคัดค้านการจัดวิ่งเทรลในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้นางรวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงฯ รับทราบปัญหาและข้อกังวลจากประชาชน พร้อมมอบหมายให้นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ รองปลัดกระทรวงฯ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี เป็นผู้แทนเข้าหารือแนวทางแก้ไขร่วมกัน

การรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้สะท้อนว่า การจัดกิจกรรมในพื้นที่ธรรมชาติที่มีความเปราะบางจำเป็นต้องพิจารณาหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นจำนวนผู้เข้าร่วม เส้นทางวิ่ง ช่วงเวลาของกิจกรรม การควบคุมขยะ รวมถึงแผนรองรับเหตุฉุกเฉิน การตัดสินใจควรอาศัยข้อมูลทางวิชาการและการมีส่วนร่วมของชุมชนในพื้นที่ เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างกิจกรรมเพื่อสุขภาพกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ

ข้อกังวลต่อการจัดวิ่งเทรลในพื้นที่มรดกโลก

ประชาชนแสดงความห่วงใยว่า การนำผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมากเข้าสู่พื้นที่พร้อมกันอาจสร้างแรงกดดันต่อระบบนิเวศ โดยเฉพาะในบริเวณที่เป็นแหล่งอาศัยหรือเส้นทางหากินของสัตว์ป่า เสียงของคน การเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ และการใช้แสงหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ อาจทำให้สัตว์เกิดความตื่นตกใจ หลบหนี หรือเปลี่ยนเส้นทางตามธรรมชาติ หากเกิดขึ้นซ้ำหรือมีความรุนแรงมาก อาจกระทบต่อพฤติกรรมและการดำรงชีวิตของสัตว์ในระยะยาว

นอกจากผลกระทบต่อสัตว์ป่าแล้ว ยังมีความเสี่ยงด้านขยะและการปนเปื้อนจากกิจกรรม เช่น ขวดน้ำ บรรจุภัณฑ์อาหาร อุปกรณ์พลาสติก และของใช้ส่วนตัวของนักวิ่ง หากไม่มีระบบจัดเก็บและตรวจสอบที่เข้มงวด ขยะเหล่านี้อาจหลุดรอดเข้าสู่แหล่งน้ำหรือถูกสัตว์ป่ากินเข้าไปได้ ดังนั้น ผู้จัดงานควรแสดงแผนบริหารจัดการขยะอย่างชัดเจน ตั้งแต่การลดการใช้พลาสติก การคัดแยก การขนย้ายออกจากพื้นที่ ไปจนถึงการตรวจสอบเส้นทางหลังจบกิจกรรม

  • ผลกระทบต่อสัตว์ป่า: เสียงและจำนวนคนอาจรบกวนการหากิน การพักผ่อน และการเคลื่อนที่ของสัตว์
  • ปัญหาขยะ: กิจกรรมขนาดใหญ่อาจทำให้เกิดขยะตกค้างและการปนเปื้อนในพื้นที่ธรรมชาติ
  • ความปลอดภัย: ต้องมีมาตรการป้องกันการเผชิญหน้าระหว่างผู้เข้าร่วมกับสัตว์ป่า
  • การดูแลพื้นที่: ควรกำหนดเส้นทางและจำนวนผู้เข้าร่วมให้เหมาะสมกับความสามารถในการรองรับของระบบนิเวศ
  • การมีส่วนร่วม: ชุมชน นักวิชาการ และหน่วยงานอนุรักษ์ควรมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ

ความสำคัญของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเป็นพื้นที่สำคัญด้านทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ ผืนป่าแห่งนี้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าหลายชนิด เช่น เสือ กระทิง ช้าง และสัตว์ป่าขนาดเล็กอีกจำนวนมาก นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งต้นน้ำและมีความสำคัญต่อระบบนิเวศในวงกว้าง การได้รับการยอมรับเป็นพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติยิ่งทำให้ทุกกิจกรรมที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่ต้องคำนึงถึงคุณค่าอันโดดเด่นและความสมบูรณ์ของธรรมชาติเป็นลำดับแรก

การจัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงกีฬาในพื้นที่อนุรักษ์สามารถเกิดขึ้นได้ หากมีการวางแผนที่เหมาะสมและไม่ทำลายทรัพยากร แต่ต้องประเมินความเสี่ยงอย่างละเอียดก่อนอนุมัติ โดยอาจพิจารณาจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วม เลือกเส้นทางที่ห่างจากแหล่งอาศัยของสัตว์ป่า หลีกเลี่ยงฤดูผสมพันธุ์หรือช่วงที่สัตว์เลี้ยงลูกอ่อน และกำหนดเวลาเข้าออกอย่างชัดเจน การมีเจ้าหน้าที่ดูแลตลอดเส้นทางก็เป็นอีกมาตรการที่ช่วยลดความเสี่ยงได้

แนวทางที่ควรพิจารณาก่อนอนุมัติกิจกรรม

แนวทางสำคัญคือการจัดทำรายงานประเมินผลกระทบที่ครอบคลุม ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และการจัดการพื้นที่ ผู้จัดงานควรเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ รับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และพร้อมปรับรูปแบบกิจกรรมตามข้อเสนอแนะ หากพบว่าพื้นที่หรือช่วงเวลาไม่เหมาะสม การเลื่อนกำหนดการ เปลี่ยนเส้นทาง ลดจำนวนผู้เข้าร่วม หรือย้ายกิจกรรมไปยังพื้นที่ที่มีความเปราะบางน้อยกว่า อาจเป็นทางเลือกที่ช่วยลดผลกระทบได้

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยืนยันว่าจะให้ความสำคัญกับเสียงของประชาชน พร้อมพิจารณาทางเลือกต่าง ๆ อย่างรอบคอบ โดยยึดการคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก จุดยืนดังกล่าวมีความสำคัญ เพราะการอนุรักษ์พื้นที่มรดกโลกไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของภาครัฐ ผู้จัดกิจกรรม นักท่องเที่ยว ชุมชน และประชาชนทุกคน

สำหรับผู้ที่สนใจวิ่งเทรลหรือท่องเที่ยวในพื้นที่ธรรมชาติ ควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการและปฏิบัติตามกฎของอุทยานอย่างเคร่งครัด ไม่ทิ้งขยะ ไม่ส่งเสียงดัง และไม่เข้าใกล้สัตว์ป่า การเคารพธรรมชาติอาจทำให้ประสบการณ์การเดินทางมีข้อจำกัดบางอย่าง แต่เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้คนรุ่นต่อไปยังได้เห็นผืนป่าและสัตว์ป่าอย่างสมบูรณ์

มุมมอง: กระทรวงทรัพยากรรับฟังเสียงค้านวิ่งเทรลแก่งกระจานถือเป็นก้าวที่ดี เพราะการพัฒนากิจกรรมท่องเที่ยวควรเดินคู่กับการอนุรักษ์ หากทุกฝ่ายเปิดใจรับฟังข้อมูลและพร้อมปรับเปลี่ยนรูปแบบงาน เป้าหมายสำคัญที่สุดคือการรักษาผืนป่าแก่งกระจานให้คงความสมบูรณ์และเป็นมรดกของคนไทยอย่างยั่งยืน

ที่มา – ‘กระทรวงทรัพยากร’ รับฟังเสียงประชาชนคัดค้านจัดวิ่งเทรลในพื้นที่มรดกโลกแก่งกระจาน

YOGURUTO รุกตลาดนมทางเลือกด้วย Nuts, Yes!

ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ตลาดเครื่องดื่มไทยมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ โดยเฉพาะกระแส โยเกิร์ตปั่น ที่กลายเป็นเมนูยอดนิยมของคนรุ่นใหม่อย่างรวดเร็ว จากเครื่องดื่มเฉพาะกลุ่มได้ขยับมาเป็นสินค้าที่พบเห็นได้ตามศูนย์การค้า แหล่งชุมชน และร้านเครื่องดื่มทั่วประเทศ แบรนด์ต่าง ๆ จึงเร่งพัฒนาเมนูใหม่ สร้างจุดขาย และขยายสาขาเพื่อช่วงชิงความสนใจจากผู้บริโภค

หนึ่งในแบรนด์ที่สร้างกระแสได้โดดเด่นคือ YOGURUTO หรือโยกุรุโตะ ซึ่งได้รับความสนใจจากเมนูโยเกิร์ตข้าวเหนียวนิลในช่วงต้นปี 2569 ความสำเร็จดังกล่าวช่วยให้ผู้บริโภครู้จักโยเกิร์ตปั่นมากขึ้น และทำให้ตลาดนี้กลายเป็นสมรภูมิที่มีการแข่งขันเข้มข้น ทั้งจากแบรนด์ไทยที่เน้นราคาเข้าถึงง่ายและแบรนด์ต่างชาติที่ชูวัตถุดิบกับภาพลักษณ์พรีเมียม

YOGURUTO รุกตลาดนมทางเลือกด้วยแบรนด์ Nuts, Yes!

เมื่อการแข่งขันในตลาดโยเกิร์ตปั่นเพิ่มขึ้น YOGURUTO จึงไม่ได้หยุดอยู่แค่การออกเมนูใหม่หรือเปิดสาขาเพิ่ม แต่เลือกต่อยอดจุดแข็งด้วยการเปิดตัวแบรนด์เครื่องดื่มน้องใหม่อย่าง Nuts, Yes! หรือ นัทส์เยส แบรนด์ที่เน้นความมันนัวจากถั่วและนมจากพืช เช่น นมถั่วและนมโอ๊ต

Nuts, Yes! นำวัตถุดิบจากพืชมาพัฒนาเป็นเมนูที่ผู้บริโภคคุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็นโกโก้ กาแฟ และมัตจะ พร้อมเพิ่มความพิเศษด้วยครีมถั่วจากพิสตาชิโอและฮาเซลนัต ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 59 บาท และเปิดสาขาแรกที่เดอะสตรีท รัชดา การวางตำแหน่งเช่นนี้ช่วยให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าได้ง่าย โดยยังคงมีภาพลักษณ์ทันสมัยและตอบรับเทรนด์รักสุขภาพ

เหตุผลที่ YOGURUTO รุกตลาดนมทางเลือก

การขยายธุรกิจครั้งนี้สะท้อนแนวคิดที่น่าสนใจ เพราะผู้ประกอบการไม่ได้พึ่งพากระแสของสินค้าเพียงประเภทเดียว แต่ใช้ความเชี่ยวชาญเดิมมาต่อยอดสู่ตลาดที่มีโอกาสเติบโต ฐานลูกค้าของ YOGURUTO ความสามารถในการสร้างเมนู และการทำการตลาดบนโซเชียลมีเดีย ล้วนเป็นทรัพยากรที่สามารถนำมาใช้สนับสนุน Nuts, Yes! ได้

อีกปัจจัยสำคัญคือความสนใจในนมทางเลือกที่เพิ่มขึ้น ผู้บริโภคบางส่วนลดการดื่มนมวัวเพราะเหตุผลด้านสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ หรือความต้องการทดลองรสชาติใหม่ ขณะเดียวกัน นมถั่วและนมโอ๊ตก็ได้รับความนิยมในกลุ่มคนทำงาน คนรักสุขภาพ และผู้ที่มองหาเครื่องดื่มที่เข้ากับการใช้ชีวิตแบบยืดหยุ่น โดยมีการประเมินว่าตลาดนมทางเลือกจากพืชในไทยปี 2569 จะมีมูลค่าประมาณ 4,200 ล้านบาท และเติบโตประมาณ 5% จากปีก่อน

ตลาดโยเกิร์ตปั่นแข่งขันกันอย่างไร

แม้ YOGURUTO จะเป็นแบรนด์ที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่อง แต่ตลาดโยเกิร์ตปั่นในไทยยังมีผู้เล่นอีกหลายรายที่ใช้กลยุทธ์แตกต่างกัน การแข่งขันไม่ได้วัดกันเฉพาะรสชาติเท่านั้น แต่ยังรวมถึงราคา ความสะดวก ทำเล ภาพลักษณ์ และประสบการณ์ของลูกค้า

  • YOGURUTO: แบรนด์ไทยที่เน้นโยเกิร์ตสดปั่นสไตล์ญี่ปุ่น ราคาเข้าถึงง่าย เมนูหลากหลาย และขยายสาขาผ่านแฟรนไชส์ ปัจจุบันมีสาขาราว 250 แห่งทั่วประเทศ
  • YoPPa Yogurt: แบรนด์ของญดา-นริลญา กุลมงคลเพชร ที่ชูภาพลักษณ์โยเกิร์ตสมูทตี้สไตล์เกาหลี เน้นซินไบโอติก ความหวานน้อย และการสื่อสารผ่านตัวผู้บริหารกับโซเชียลมีเดีย
  • Koomi: แบรนด์จากออสเตรเลียที่เน้นโยเกิร์ตผสมผลไม้สด พร้อมสื่อสารกับผู้บริโภคที่สนใจสุขภาพและไลฟ์สไตล์
  • Mr. Jolly Yogurt: แบรนด์จากออสเตรเลียที่สร้างความแตกต่างด้วยภาพลักษณ์พรีเมียม โยเกิร์ตพร้อมท็อปปิ้ง และประสบการณ์การรับประทาน
  • YogurBara: อีกหนึ่งแบรนด์ที่เข้ามาแข่งขันในตลาดโยเกิร์ตปั่น สะท้อนให้เห็นว่าตลาดนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้เล่นหลายขนาด

สำหรับผู้บริโภค การมีตัวเลือกมากขึ้นถือเป็นเรื่องดี เพราะแต่ละแบรนด์ต้องพยายามรักษาคุณภาพ พัฒนารสชาติ และควบคุมราคาให้เหมาะสม ส่วนผู้ประกอบการต้องทำความเข้าใจว่ากระแสไวรัลอาจช่วยดึงลูกค้าเข้าร้านในช่วงแรก แต่การสร้างลูกค้าประจำจำเป็นต้องอาศัยคุณภาพที่สม่ำเสมอ บริการที่ดี และเมนูที่ตอบโจทย์จริง

ความท้าทายของ YOGURUTO จึงอยู่ที่การพิสูจน์ว่าแบรนด์สามารถถ่ายทอดความสำเร็จจากโยเกิร์ตปั่นไปสู่เครื่องดื่มนมถั่วและนมโอ๊ตได้หรือไม่ Nuts, Yes! จะต้องสร้างเอกลักษณ์ของตัวเองให้ชัดเจน ไม่ใช่เป็นเพียงแบรนด์ที่ต่อยอดจากชื่อเดิม แต่ต้องทำให้ลูกค้าอยากกลับมาซื้อเพราะรสชาติ คุณภาพ และประสบการณ์ของแบรนด์

ในมุมมองของผู้บริโภค การเปิดตัว Nuts, Yes! เป็นสัญญาณว่าตลาดเครื่องดื่มไทยกำลังเดินหน้าไปสู่การแข่งขันที่หลากหลายมากขึ้น ใครที่กำลังมองหาเครื่องดื่มจากพืช ลองเปิดใจให้เมนูใหม่ ๆ และเปรียบเทียบรสชาติที่ชอบได้เลย ส่วนผู้ประกอบการควรจับตากลยุทธ์ของ YOGURUTO เพราะการผสานกระแสสินค้าเดิมเข้ากับตลาดนมทางเลือก อาจเป็นแนวทางสำคัญของการเติบโตในอนาคต

ท้ายที่สุด ความสำเร็จของ Nuts, Yes! จะไม่ได้วัดจากการเปิดสาขาได้เร็วเพียงอย่างเดียว แต่จะอยู่ที่การสร้างแบรนด์ให้แข็งแรงและทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ หากคุณสนใจเทรนด์เครื่องดื่มสุขภาพ นี่คือช่วงเวลาที่น่าติดตามว่า YOGURUTO จะเปลี่ยนกระแสโยเกิร์ตปั่นให้กลายเป็นการเติบโตครั้งใหม่ได้อย่างไร

ที่มา – ตลาดโยเกิร์ตปั่นเดือด YOGURUTO แตกไลน์ Nuts, Yes! รุกตลาดนมทางเลือก

อินเดียสั่งนักแสดงบอลลีวูดออกจากประเทศ

ประเด็น อินเดียสั่งนักแสดงบอลลีวูดออกจากประเทศ กำลังได้รับความสนใจจากสื่อและประชาชนในอินเดีย หลังมีรายงานว่านักแสดงบอลลีวูด นายอิมราน ข่าน อายุ 43 ปี ซึ่งถือสัญชาติสหรัฐอเมริกา ถูกแจ้งให้เดินทางออกจากประเทศ ภายหลังเข้าร่วมการชุมนุมทางการเมืองในนครมุมไบ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับข้อกำหนดด้านคนเข้าเมืองและเงื่อนไขการใช้วีซ่าของอินเดีย โดยทางการมองว่าชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศไม่ควรเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองหรือการประท้วงในลักษณะที่อาจขัดต่อกฎระเบียบ การเข้าร่วมการชุมนุมของข่านจึงกลายเป็นประเด็นทางกฎหมายอย่างรวดเร็ว

อินเดียสั่งนักแสดงบอลลีวูดออกจากประเทศ

ตามรายงานของหนังสือพิมพ์อินเดียนเอ็กซ์เพรสและไทมส์ออฟอินเดีย ข่านเข้าร่วมการชุมนุมในเมืองมุมไบเมื่อวันที่ 10 ต.ค. การชุมนุมครั้งนั้นมีเป้าหมายเรียกร้องให้นายกยาเนช กุมาร ลาออกจากตำแหน่งประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งอินเดีย เนื่องจากมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการแก้ไขรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

กลุ่มผู้ประท้วงบางส่วนเชื่อว่าการแก้ไขรายชื่อดังกล่าวอาจเอื้อประโยชน์ให้พรรคภารติยะ จันตะ หรือ BJP ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ยังเป็นข้อกล่าวหาและข้อถกเถียงทางการเมืองที่มีหลายฝ่ายแสดงความคิดเห็นแตกต่างกัน ประชาชนจึงจับตาว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะตรวจสอบเรื่องนี้อย่างไรต่อไป

อินเดียสั่งนักแสดงบอลลีวูดออกจากประเทศ หลังร่วมชุมนุม

หลังเข้าร่วมการประท้วง ข่านได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวว่า “ดูเหมือนว่าผมกำลังจะได้ไปนั่งรถเล่น” พร้อมภาพที่เขาชูสองนิ้วเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะ ขณะนั่งอยู่ด้านหลังรถคันหนึ่งซึ่งมีลักษณะคล้ายรถตำรวจ โพสต์ดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้ติดตามและถูกนำไปเผยแพร่ต่อในสื่อท้องถิ่น

ต่อมามีการยื่นเรื่องร้องเรียนต่อสถานีตำรวจแห่งหนึ่งในเมืองมุมไบ โดยกล่าวหาว่านักแสดงรายนี้ละเมิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการพำนักและการทำกิจกรรมของชาวต่างชาติในอินเดีย เรื่องร้องเรียนดังกล่าวถูกส่งต่อไปยังสำนักงานทะเบียนคนต่างด้าวประจำภูมิภาค หรือหน่วยงานที่มีหน้าที่ติดตาม ตรวจสอบ และดูแลชาวต่างชาติภายในประเทศ

หน่วยงานดังกล่าวมีอำนาจพิจารณาสถานะการพำนักของชาวต่างชาติ รวมถึงตรวจสอบว่าผู้ถือวีซ่าปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างถูกต้องหรือไม่ หลังพิจารณาข้อร้องเรียน ทางการจึงออกหนังสือแจ้งให้ข่านเดินทางออกจากอินเดียภายในวันที่ 28 ต.ค. การแจ้งดังกล่าวทำให้กรณีนี้กลายเป็นข่าวใหญ่ เพราะเกี่ยวข้องทั้งกับวงการบันเทิง การเมือง และกฎหมายคนเข้าเมือง

เหตุการณ์นี้สะท้อนว่าชาวต่างชาติที่เดินทางไปทำงานหรือพำนักในอินเดียจำเป็นต้องทำความเข้าใจกฎระเบียบอย่างละเอียด แม้จะเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงหรือมีผู้ติดตามจำนวนมากก็ตาม การเข้าร่วมกิจกรรมสาธารณะบางประเภทอาจถูกตีความว่าเป็นการมีส่วนร่วมทางการเมือง ซึ่งแตกต่างจากการเดินทางเพื่อท่องเที่ยว การถ่ายทำภาพยนตร์ หรือการทำงานตามวัตถุประสงค์ของวีซ่า

  • ประเด็นด้านวีซ่า: ชาวต่างชาติอาจต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของวีซ่าอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะข้อจำกัดเกี่ยวกับกิจกรรมทางการเมือง
  • ประเด็นด้านการชุมนุม: การเข้าร่วมการประท้วงอาจนำไปสู่การตรวจสอบ หากผู้เข้าร่วมไม่มีสิทธิหรือสถานะที่สอดคล้องกับกฎหมายท้องถิ่น
  • ประเด็นด้านสื่อสังคมออนไลน์: ข้อความและภาพที่เผยแพร่บนแพลตฟอร์มออนไลน์อาจถูกนำมาใช้ประกอบการพิจารณาของหน่วยงานรัฐ
  • ประเด็นด้านภาพลักษณ์: บุคคลสาธารณะต้องระมัดระวังการแสดงออก เพราะการกระทำอาจส่งผลต่อทั้งอาชีพและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

สำหรับกรณี อินเดียสั่งนักแสดงบอลลีวูดออกจากประเทศ ยังมีรายละเอียดที่สังคมติดตาม ทั้งเรื่องการดำเนินการตามหนังสือแจ้ง การชี้แจงของนักแสดง และท่าทีของหน่วยงานรัฐบาลอินเดีย แม้ข่าวเบื้องต้นจะระบุเหตุผลด้านกฎระเบียบคนเข้าเมือง แต่ประชาชนจำนวนมากยังมองว่าคดีนี้มีมิติทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

เรื่องนี้จึงเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับศิลปิน นักแสดง และผู้มีชื่อเสียงที่เดินทางไปทำงานในต่างประเทศ การแสดงจุดยืนทางสังคมเป็นสิทธิที่หลายคนให้ความสำคัญ แต่ควรพิจารณากฎหมายของประเทศเจ้าบ้าน เงื่อนไขวีซ่า และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างรอบคอบ ผู้อ่านควรติดตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ และแยกแยะระหว่างข้อเท็จจริงกับความคิดเห็นทางการเมืองก่อนสรุปเรื่องราว

กรณีนี้ยังคงเป็นประเด็นที่น่าจับตา เพราะอาจส่งผลต่อการถกเถียงเรื่องเสรีภาพในการแสดงออกของชาวต่างชาติในอินเดีย หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติม ควรพิจารณาข้อมูลจากหน่วยงานทางการและคำชี้แจงของผู้เกี่ยวข้องควบคู่กัน เพื่อให้เห็นภาพอย่างรอบด้าน

ที่มา – อินเดียสั่งนักแสดงบอลลีวูดออกจากประเทศ ฐานร่วมชุมนุมขับไล่ประธานกกต.

ฟุตบอล LAWYER’S CUP ครั้งที่ 28 “เพชรสามวัง”

คนในแวดวงกฎหมายเตรียมตัวให้พร้อม เพราะการแข่งขัน ฟุตบอล LAWYER’S CUP ครั้งที่ 28 “เพชรสามวัง” เปิดรับสมัครทีมอย่างเป็นทางการแล้ว โดยสภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ มอบหมายให้สภาทนายความภาค 7 รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันในครั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวไม่ได้มุ่งเน้นเพียงผลการแข่งขันในสนามเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างมิตรภาพ ความสามัคคี และความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักกฎหมายจากทั่วประเทศ

การแข่งขันจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “สนามนี้… ไม่ใช่แค่ฟุตบอล แต่คือมิตรภาพและน้ำใจนักกีฬา” ซึ่งสะท้อนเป้าหมายของงานได้อย่างชัดเจน ฟุตบอลจึงเป็นมากกว่ากีฬาสำหรับผู้เข้าร่วม เพราะทุกจังหวะการเล่น การเชียร์ และการพบปะกัน ล้วนช่วยเชื่อมโยงเครือข่ายของผู้ประกอบวิชาชีพกฎหมายให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น

ฟุตบอล LAWYER’S CUP ครั้งที่ 28 “เพชรสามวัง” เปิดรับสมัครทีม

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วม ฟุตบอล LAWYER’S CUP ครั้งที่ 28 “เพชรสามวัง” สามารถเตรียมความพร้อมและตรวจสอบรายละเอียดการสมัครได้ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ช่วงเวลานี้เป็นกำหนดการสำคัญที่แต่ละทีมควรวางแผนล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็นการคัดเลือกนักกีฬา การจัดทำรายชื่อ การเตรียมเอกสาร และการประสานงานภายในทีม

ข้อกำหนดที่ผู้สมัครต้องใส่ใจเป็นพิเศษคือ ทุกทีมจะต้องยื่นรายชื่อนักกีฬา พร้อมชำระเงินประกันทีมให้เรียบร้อยภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2569 เท่านั้น หากดำเนินการไม่ทันตามกำหนด อาจส่งผลต่อสิทธิ์ในการเข้าร่วมการแข่งขัน ดังนั้นทีมที่ตัดสินใจเข้าร่วมควรเริ่มรวบรวมข้อมูลและตรวจสอบเอกสารตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อป้องกันความผิดพลาดในขั้นตอนสุดท้าย

ฟุตบอล LAWYER’S CUP ครั้งที่ 28 “เพชรสามวัง” แข่งขันเมื่อไร

กำหนดการแข่งขันจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 8–10 มกราคม 2570 ณ สนามจุลานนท์กีฬาสถาน มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี สถานที่ดังกล่าวจะเป็นจุดนัดพบของนักกฎหมายและนักฟุตบอลจากหลายพื้นที่ที่มาร่วมทำกิจกรรมด้วยเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือการลงสนามอย่างเต็มที่ ควบคู่ไปกับการรักษาน้ำใจนักกีฬา

การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ฟุตบอลชายรุ่นทั่วไป และฟุตบอลชายรุ่นอาวุโส การแบ่งรุ่นช่วยให้ทีมสามารถเลือกประเภทที่เหมาะสมกับนักกีฬาในสังกัด และทำให้การแข่งขันมีความสมดุลมากขึ้น นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมในช่วงวัยต่าง ๆ ได้มีพื้นที่แสดงความสามารถและร่วมสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจ

รายละเอียดสำคัญที่ทีมผู้สมัครควรเตรียม

  • ตรวจสอบประเภทการแข่งขันว่าทีมต้องการสมัครรุ่นทั่วไปหรือรุ่นอาวุโส
  • จัดเตรียมรายชื่อนักกีฬาให้ครบถ้วนและตรงตามข้อกำหนดของผู้จัดการแข่งขัน
  • เตรียมเงินประกันทีมและดำเนินการชำระภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2569
  • ดาวน์โหลดเอกสารการสมัครจากช่องทางที่ผู้จัดงานกำหนด
  • ติดตามประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับกติกา ตารางแข่งขัน และรายละเอียดการเดินทาง

นอกจากการแข่งขันในสนามแล้ว งานนี้ยังเป็นโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้พบปะเพื่อนร่วมวิชาชีพจากภูมิภาคต่าง ๆ การพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างการแข่งขันอาจนำไปสู่ความร่วมมือใหม่ ๆ ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ทางวิชาชีพ การทำกิจกรรมเพื่อสังคม หรือการสร้างเครือข่ายที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงาน

สำหรับทีมที่กำลังตัดสินใจสมัคร ควรให้ความสำคัญกับการฝึกซ้อมอย่างเหมาะสม โดยเน้นทั้งความฟิตของร่างกาย การทำงานเป็นทีม และการเคารพกติกา แม้การแข่งขันจะเต็มไปด้วยความสนุกและความมุ่งมั่น แต่หัวใจสำคัญของกิจกรรมคือการมีน้ำใจนักกีฬาและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้เข้าร่วมทุกคน

ผู้สนใจสามารถติดตามช่องทางการสมัครและดาวน์โหลดเอกสารสำหรับรุ่นทั่วไป รวมถึงช่องทางการสมัครและดาวน์โหลดเอกสารสำหรับรุ่นอาวุโสได้จากประกาศของผู้จัดงาน ส่วนผู้ที่ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมควรติดต่อช่องทางที่สภาทนายความภาค 7 ระบุไว้ เพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน โดยเฉพาะรายละเอียดเกี่ยวกับคุณสมบัติของนักกีฬา เอกสารประกอบ และขั้นตอนการชำระเงินประกันทีม

ฟุตบอล LAWYER’S CUP ครั้งที่ 28 “เพชรสามวัง” จึงเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าจับตาสำหรับคนในวงการกฎหมายทั่วประเทศ ใครที่มีทีมพร้อมและอยากร่วมสร้างสีสันในสนาม ไม่ควรรอจนใกล้หมดเขตสมัคร ควรเตรียมเอกสารและประสานงานกับทีมให้เรียบร้อยตั้งแต่วันนี้ เพราะนอกจากโอกาสคว้าชัยชนะแล้ว สิ่งที่มีคุณค่าไม่แพ้กันคือมิตรภาพและความทรงจำดี ๆ ที่จะเกิดขึ้นตลอดการแข่งขัน

หากคุณมีทีมฟุตบอลในแวดวงกฎหมาย อย่าพลาดโอกาสเข้าร่วมเวทีแห่งมิตรภาพครั้งนี้ เตรียมทีมให้พร้อม สมัครภายในกำหนด และมาร่วมแสดงพลังความสามัคคีผ่านเกมกีฬาในเดือนมกราคม 2570

ที่มา – เปิดรับสมัครแล้ว! ศึกฟุตบอล LAWYER’S CUP ครั้งที่ 28 “เพชรสามวัง” ชวนดวลแข้งกระชับมิตร ม.ค.70