ไออาตาชี้ การบินฟื้นตัวหลายเดือนแม้ฮอร์มุซเปิด
อุตสาหกรรมการบินทั่วโลกกำลังเผชิญความท้าทายครั้งสำคัญ หลังจากความตึงเครียดที่ช่องแคบฮอร์มุซ แม้ช่องแคบจะเปิดให้ผ่านได้แล้ว แต่ ไออาตาชี้ อุตสาหกรรมการบินใช้เวลาฟื้นตัว “หลายเดือน” แม้ช่องแคบฮอร์มุซผ่านได้แล้ว สิ่งนี้ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันเชื้อเพลิง สายการบิน และผู้โดยสารอย่างไร เรามาดูกันแบบละเอียด
ไออาตาชี้ อุตสาหกรรมการบินใช้เวลาฟื้นตัว “หลายเดือน” แม้ช่องแคบฮอร์มุซผ่านได้แล้ว
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2567 สมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA หรือไออาตา) ระบุชัดเจนว่าต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าปริมาณและราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานจะกลับสู่ภาวะปกติ แม้ช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันดิบจะเปิดใช้งานได้แล้วก็ตาม ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางสำคัญที่ขนส่งน้ำมันดิบราว 20% ของโลก การหยุดชะงักจึงกระทบหนักต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงาน
วิลลี วอลช์ ผู้อำนวยการใหญ่ไออาตา อธิบายสาเหตุหลัก
นายวิลลี วอลช์ ผู้อำนวยการใหญ่ไออาตา กล่าวในการให้สัมภาษณ์ว่า ยากที่จะระบุเวลาที่แน่นอนว่าน้ำมันเชื้อเพลิงจะฟื้นตัว แต่ยืนยันว่า “จะไม่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว” และต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะกลับสู่ระดับปกติ สาเหตุหลักมาจากกำลังการกลั่นน้ำมันในตะวันออกกลางที่หยุดชะงัก วอลช์คาดว่าจะไม่ฟื้นตัวได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ แม้การขนส่งน้ำมันดิบจะเริ่มไหลเวียนอีกครั้ง แต่หากโรงกลั่นไม่ทำงาน ปัญหาจะยืดเยื้อต่อไป
นอกจากนี้ เขายังชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงจากการที่กำลังการผลิตน้ำมัน “กระจุกตัว” อยู่ในบางภูมิภาคของโลก หากเกิดปัญหาในจุดใดจุดหนึ่ง จะส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง เหมือนที่เกิดขึ้นครั้งนี้
ผลกระทบต่อราคาตั๋วเครื่องบินและเส้นทางการบิน
จากประสบการณ์ในอดีต ไออาตาชี้ว่าอุตสาหกรรมการบินจะตอบสนองต่อราคาน้ำมันที่พุ่งสูงด้วยการขึ้นราคาตั๋วเครื่องบินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้โดยสารอาจต้องจ่ายแพงขึ้น โดยเฉพาะเส้นทางยาวไกล นอกจากนี้ จราจรทางอากาศที่เคยผ่านตะวันออกกลางจำนวนมาก ได้เปลี่ยนไปใช้เส้นทางของสายการบินนอกภูมิภาคแทน วอลช์มองว่านี่เป็น “ปัญหาชั่วคราว” แต่ก็กระทบต่อกำหนดการเดินทาง
- ราคาน้ำมันพุ่งสูง: เชื้อเพลิงอากาศยานคิดเป็นต้นทุน 30-40% ของสายการบิน
- เปลี่ยนเส้นทางบิน: สายการบินยุโรปและเอเชียหลีกเลี่ยงน่านฟ้าตะวันออกกลาง ส่งผลให้เวลาเดินทางนานขึ้น
- ขึ้นราคาตั๋ว: คาดการณ์ว่าตั๋วโดยสารจะแพงขึ้น 10-20% ในช่วงหลายเดือนข้างหน้า
- กระทบศูนย์กลางการบิน: สนามบินดูไบและโดฮาเสียรายได้จากผู้โดยสารต่อเครื่อง
อนาคตของศูนย์กลางการบินในอ่าวเปอร์เซีย
วอลช์ยืนยันว่า “ไม่มีทางทดแทน” กำลังการบินของสายการบินในอ่าวเปอร์เซีย เช่น Emirates, Qatar Airways และ Etihad ที่เป็นฮับสำคัญของโลก แต่เขามั่นใจว่าศูนย์กลางเหล่านี้จะฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งและความสามารถในการแข่งขัน
ปัญหานี้เกิดขึ้นท่ามกลางการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบินหลังโควิด-19 ซึ่งผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ปัจจัย geopolitical อย่างช่องแคบฮอร์มุซ สงครามในยูเครน หรือความขัดแย้ง在中东 ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญ นักวิเคราะห์คาดว่าราคาน้ำมันจะผันผวนต่อไปในปีนี้ ส่งผลให้สายการบินต้องปรับกลยุทธ์ เช่น ลดเที่ยวบินหรือใช้เครื่องบินประหยัดน้ำมันมากขึ้น
สำหรับผู้โดยสารชาวไทยที่นิยมเดินทางไปยุโรปหรือออสเตรเลียผ่านฮับตะวันออกกลาง ควรเตรียมตัวรับมือกับค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น โดยติดตามราคาตั๋วจากเว็บไซต์อย่าง Traveloka หรือ Airlines’ official sites และพิจารณาเส้นทางตรงหรือผ่านสิงคโปร์ ฮ่องกงแทน
สรุปแล้ว แม้ไออาตาชี้ อุตสาหกรรมการบินใช้เวลาฟื้นตัว “หลายเดือน” แต่ถือเป็นโอกาสให้อุตสาหกรรมปรับตัวให้ยั่งยืนมากขึ้น เช่น ลงทุนในเชื้อเพลิงชีวภาพหรือ SAF (Sustainable Aviation Fuel) คุณคิดว่าปัญหานี้จะกระทบการท่องเที่ยวไทยอย่างไร? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้หากเป็นประโยชน์!
ที่มา – ไออาตาชี้ อุตสาหกรรมการบินใช้เวลาฟื้นตัว “หลายเดือน” แม้ช่องแคบฮอร์มุซผ่านได้แล้ว