AFC ลงโทษบุรีรัมย์และราชบุรี เหตุทำผิดเวลา
วงการฟุตบอลเอเชียมีเรื่องให้แฟนบอลไทยติดตามอีกครั้ง หลังสหพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือ เอเอฟซี ประกาศบทลงโทษต่อสองสโมสรจากไทย ได้แก่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และราชบุรี เอฟซี โดยทั้งสองทีมถูกปรับเงินจากการดำเนินงานที่ไม่เป็นไปตามเวลาที่กำหนดก่อนการแข่งขันระดับทวีป
กรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่า การแข่งขันฟุตบอลภายใต้การดูแลของเอเอฟซีให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็ก ๆ มากเพียงใด แม้จะเป็นความล่าช้าเพียงไม่กี่นาที แต่ก็สามารถนำไปสู่ค่าปรับจำนวนมาก รวมถึงอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์และการเตรียมทีมในเกมถัดไปได้
AFC ลงโทษบุรีรัมย์และราชบุรี
สำหรับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด หรือ “ปราสาทสายฟ้า” ถูกเอเอฟซีลงโทษจากเหตุเดินทางออกจากห้องพักและลงสนามล่าช้า จนทำให้การแข่งขันในเกมเยือนยะโฮร์ ดารุล ทักซิม เริ่มต้นครึ่งหลังช้ากว่ากำหนด 2 นาที เกมดังกล่าวอยู่ในรายการเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก อีลิต ฤดูกาล 2026-27 และแข่งขันเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569
เอเอฟซีระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นความผิดครั้งที่ 3 ของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดภายในช่วงเวลาที่กำหนด สโมสรจึงถูกปรับเงินจำนวน 2,250 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 75,300 บาท การทำผิดซ้ำทำให้บทลงโทษมีความเข้มงวดมากขึ้น เพราะทีมงานทุกฝ่ายควรเรียนรู้และแก้ไขปัญหาจากเหตุการณ์ก่อนหน้า
AFC ลงโทษบุรีรัมย์และราชบุรี จากความล่าช้า
นอกจากค่าปรับของสโมสรแล้ว มาริโอ ซิลวา หัวหน้าผู้ฝึกสอนของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยังถูกปรับเงินส่วนตัวอีก 1,500 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 50,000 บาท เนื่องจากไม่สามารถควบคุมให้นักเตะลงสนามตามเวลาที่เอเอฟซีกำหนดได้ เมื่อรวมค่าปรับของสโมสรกับค่าปรับของเฮดโค้ช บุรีรัมย์ต้องจ่ายเงินรวมประมาณ 125,500 บาท
ตัวเลขดังกล่าวอาจดูไม่มากเมื่อเทียบกับงบประมาณของสโมสรระดับท็อป แต่ในมุมการบริหารจัดการถือเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่ควรเกิดขึ้น ความผิดพลาดเรื่องเวลาอาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น การประชุมทีมที่ใช้เวลานาน การเดินทางจากห้องแต่งตัวไปยังสนาม หรือการสื่อสารระหว่างนักเตะกับทีมงานที่ไม่ชัดเจน ดังนั้นทุกฝ่ายจำเป็นต้องวางแผนล่วงหน้าและเผื่อเวลาให้เพียงพอ
ขณะที่ราชบุรี เอฟซี ก็ถูกเอเอฟซีลงโทษเช่นกัน จากเกมเปิดบ้านพบเซี่ยงไฮ้ พอร์ท เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 สโมสรส่งใบรายชื่อนักเตะก่อนเริ่มเกมล่าช้า โดยส่งเอกสารก่อนการแข่งขันเพียง 80 นาที ซึ่งช้ากว่ากำหนด 10 นาที ส่งผลให้ราชบุรีถูกปรับเงิน 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 33,400 บาท
รายละเอียดบทลงโทษของสองสโมสรไทย
- บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด: ถูกปรับประมาณ 75,300 บาท จากการเริ่มครึ่งหลังช้า 2 นาที
- มาริโอ ซิลวา: ถูกปรับประมาณ 50,000 บาท จากการควบคุมเวลาให้นักเตะลงสนามไม่ทันกำหนด
- ราชบุรี เอฟซี: ถูกปรับประมาณ 33,400 บาท จากการส่งใบรายชื่อช้ากว่ากำหนด 10 นาที
- ยอดรวมของบุรีรัมย์: ประมาณ 125,500 บาท เมื่อรวมค่าปรับของสโมสรและหัวหน้าผู้ฝึกสอน
เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับสโมสรไทยที่ลงแข่งขันในเวทีเอเชีย เพราะกฎของเอเอฟซีครอบคลุมตั้งแต่การส่งรายชื่อ การเข้าสนาม การเริ่มการแข่งขัน ไปจนถึงการปฏิบัติตามตารางเวลาของฝ่ายจัดการแข่งขัน ทุกขั้นตอนมีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอย่างละเอียด และความล่าช้าเพียงไม่กี่นาทีก็อาจถูกบันทึกเป็นความผิดได้
การรักษาเวลาไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของระเบียบ แต่ยังเกี่ยวข้องกับความเป็นมืออาชีพของสโมสรด้วย ทีมที่วางระบบดีควรกำหนดผู้รับผิดชอบในแต่ละขั้นตอน มีการแจ้งเตือนก่อนถึงเวลา และตรวจสอบความพร้อมของนักเตะกับเอกสารหลายรอบ หากทำได้อย่างเป็นระบบก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการถูกปรับ และทำให้นักเตะมีสมาธิกับการแข่งขันมากขึ้น
สำหรับแฟนบอลไทย เรื่องนี้น่าจะเป็นสัญญาณให้ทุกสโมสรเพิ่มความละเอียดในการทำงานเมื่อต้องแข่งขันในรายการระดับเอเชีย เพราะชื่อเสียงของทีมไม่ได้วัดจากผลงานในสนามเท่านั้น แต่ยังรวมถึงวินัยและการบริหารจัดการนอกสนามด้วย มุมมองส่วนตัวคือค่าปรับครั้งนี้ควรเป็นบทเรียนให้บุรีรัมย์และราชบุรีปรับปรุงระบบภายใน เพื่อไม่ให้ความผิดพลาดด้านเวลามาบดบังผลงานของนักเตะในอนาคต
ที่มา – AFC เฮี้ยบ! ‘บุรีรัมย์’ เสีย 1.25 แสนเพราะช้าไป 2 นาที – ‘ราชบุรี’ ส่งชื่อเลท 10 นาที โดน 3.3 หมื่น
