ผู้เขียน: ข่าวไทย แอดมิน

เดลินิวส์ 18 ส.ค. นายกฯ ปัดสหรัฐบีบ! ศึกเลือกข้าง AI

สวัสดีครับแฟนข่าวเดลินิวส์ทุกท่าน วันนี้เรามาสรุปประเด็นร้อนที่น่าสนใจจากหน้าหนังสือพิมพ์ฉบับวันที่ 18-19 สิงหาคม 2569 ซึ่งมีประเด็นใหญ่ที่สังคมกำลังจับตามองอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องทิศทางนโยบายต่างประเทศของไทย

เดลินิวส์ 18 ส.ค. นายกฯ ปัดสหรัฐบีบ! ศึกเลือกข้าง AI

ประเด็นที่ถือเป็นหัวใจสำคัญในวันนี้คือการที่ท่านนายกฯ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ยืนยันชัดเจนว่าไทยไม่มีความกดดันจากสหรัฐอเมริกาในเรื่องการดำเนินนโยบายเทคโนโลยี โดยเฉพาะในกรณีของ เดลินิวส์ 18 ส.ค. นายกฯ ปัดสหรัฐบีบ! ศึกเลือกข้าง AI ที่กำลังเป็นกระแสร้อนแรง ท่านนายกฯ มั่นใจว่าเรื่องการเลือกข้างทางเทคโนโลยีจะไม่ส่งผลกระทบต่อดีลภาษีระหว่างประเทศแน่นอน ถือเป็นการคลายข้อสงสัยให้กับหลายภาคส่วนที่กังวลว่าไทยอาจต้องตกที่นั่งลำบากในสมรภูมิเทคโนโลยีโลก

ติดตามความเคลื่อนไหว เดลินิวส์ 18 ส.ค. นายกฯ ปัดสหรัฐบีบ! ศึกเลือกข้าง AI

นอกจากประเด็นเรื่อง AI แล้ว ยังมีข่าวที่น่าสนใจอีกมากมายในฉบับนี้:

  • การเคลื่อนไหวทางการเมืองของ ‘เท้ง’ ที่ประกาศท้าชิงนายก อบจ.นนทบุรี
  • ความคืบหน้าการทลายเครือข่าย ‘บิลผี’ โกงกินชาติที่สร้างความเสียหายกว่า 360 ล้านบาท
  • ข่าวจากต่างประเทศกรณีเกาหลีใต้ประกาศยุติการบริโภคเนื้อสุนัขอย่างเด็ดขาด

ในฝั่งของฉบับวันที่ 19 สิงหาคม ยังมีเรื่องที่ต้องติดตามอีก เช่น สถานการณ์ฝนถล่มใน 39 จังหวัดทั่วไทยที่หน่วยงานรัฐกำลังเร่งมือช่วยเหลือ และกรณีการกู้ทุ่นระเบิดที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด การอ่านข่าวสารจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้อย่าง เดลินิวส์ 18 ส.ค. นายกฯ ปัดสหรัฐบีบ! ศึกเลือกข้าง AI จะช่วยให้คุณได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนที่สุดท่ามกลางกระแสข่าวลือมากมาย

ถือเป็นช่วงเวลาที่การเมืองและเศรษฐกิจกำลังปรับตัวอย่างเข้มข้น เราในฐานะประชาชนคงต้องจับตาดูต่อไปว่า นโยบายการเดินหมากของไทยบนเวทีโลกภายใต้การนำของรัฐบาลชุดนี้จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจบ้านเราอย่างไร อย่าลืมติดตามอ่านรายละเอียดเต็มๆ ได้ที่หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ทั้งฉบับจริงและฉบับล่วงหน้าทุกแผงครับ

ที่มา – เดลินิวส์ 18 ส.ค. นายกฯ ปัดสหรัฐบีบ! ศึกเลือกข้าง AI ลั่นไม่กระทบดีลภาษี

“เรือใบสีฟ้า” หวังปิดดีลคว้า “บูอัดดี” สัปดาห์นี้

“เรือใบสีฟ้า” หวังปิดดีลคว้า “บูอัดดี” สัปดาห์นี้

แฟนบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เตรียมตัวให้พร้อม เพราะล่าสุดมีรายงานว่า “เรือใบสีฟ้า” หวังปิดดีลคว้า “บูอัดดี” สัปดาห์นี้ เพื่อเข้ามาอุดช่องว่างในแดนกลาง หลังจากที่ทีมตัดสินใจปล่อยตัว โรดรี เอร์นานเดซ กองกลางตัวเก่งไปให้กับบาร์เซโลนา การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณว่าทีมกำลังเร่งเครื่องเต็มที่ในตลาดซื้อขายนักเตะรอบนี้

ทำไม “เรือใบสีฟ้า” หวังปิดดีลคว้า “บูอัดดี” สัปดาห์นี้ถึงน่าจับตามอง?

อายยุบ บูอัดดี ดาวรุ่งวัย 18 ปีจากสโมสรลีลล์ กลายเป็นเป้าหมายเบอร์ต้นๆ ของเป๊ป กวาร์ดิโอลา หลังจากที่เจ้าตัวโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในฟุตบอลโลก 2026 โดยเฉพาะการยึดตำแหน่งตัวจริงให้ทีมชาติโมร็อกโกถึง 5 จาก 6 นัด ซึ่งด้วยศักยภาพที่เกินวัยเช่นนี้ ทำให้ไม่แปลกใจเลยที่ “เรือใบสีฟ้า” หวังปิดดีลคว้า “บูอัดดี” สัปดาห์นี้ ด้วยค่าตัวที่คาดว่าสูงถึง 85.6 ล้านปอนด์

นอกเหนือจากดีลของบูอัดดีแล้ว แผนการเสริมทัพของแมนฯ ซิตี้ ยังมีความน่าสนใจอีกหลายประเด็น ดังนี้:

  • การเดินหน้าล่าตัว เอ็นโซ เฟร์นานเดซ แม้จะเลยเส้นตายที่เชลซีขีดไว้
  • การจัดสรรงบประมาณมหาศาลเพื่อยกเครื่องแดนกลางใหม่
  • การปรับทัพหลังจากเพิ่งคว้าตัว เอลเลียต แอนเดอร์สัน มาร่วมทีม

หลายคนอาจสงสัยว่าการทุ่มเงินกว่า 300 ล้านปอนด์ในการเสริมทัพแดนกลางเพียงอย่างเดียวจะเป็นผลดีระยะยาวหรือไม่ แต่สำหรับแมนฯ ซิตี้ นี่คือการแสดงให้เห็นถึงความทะเยอทะยานที่จะรักษาความเป็นเบอร์หนึ่งของพรีเมียร์ลีกเอาไว้ ไม่ว่าคู่แข่งจะขยับตัวอย่างไร พวกเขาก็พร้อมสู้ด้วยเม็ดเงินที่เหนือกว่าเสมอ

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ นี่อาจเป็นความเสี่ยงที่คุ้มค่า หากบูอัดดีสามารถปรับตัวเข้ากับสไตล์ของพรีเมียร์ลีกได้รวดเร็วเหมือนกับที่ทำในฟุตบอลโลก เราอาจจะได้เห็นดาวรุ่งดวงใหม่ที่กลายเป็นตำนานคนต่อไปในถิ่นเอติฮัด สเตเดียม ก็เป็นได้ มาร่วมลุ้นไปพร้อมกันว่าบทสรุปของดีลนี้จะลงเอยอย่างไรในอีกไม่กี่วันข้างหน้าครับ

ที่มา – “เรือใบสีฟ้า” หวังปิดดีลคว้า “บูอัดดี” สัปดาห์นี้

เรื่องน่ารู้ : พลับ ผลไม้มงคลที่ให้ประโยชน์มากกว่าที่คิด

เรื่องน่ารู้ : พลับ

หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับการเห็นลูกพลับวางขายตามตลาดหรือซูเปอร์มาร์เก็ตในช่วงฤดูหนาว แต่รู้ไหมว่า เรื่องน่ารู้ : พลับ นั้นมีรายละเอียดที่น่าสนใจซ่อนอยู่มากมาย ไม่ใช่แค่เพียงผลไม้รสชาติอร่อยที่หาทานได้ง่ายเท่านั้น แต่ต้นพลับยังถือเป็นไม้ยืนต้นที่มีความสำคัญทั้งในเชิงเศรษฐกิจและวัฒนธรรม โดยเฉพาะในแถบเอเชียที่ยกย่องให้ผลไม้ชนิดนี้เป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดี

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของต้นพลับคือไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ใบมีสีเขียวสดรูปทรงคล้ายหัวใจ ส่วนดอกมีสีเหลืองอ่อนลักษณะคล้ายระฆังเล็กๆ สำหรับผลของพลับนั้นมีความหลากหลายมาก ทั้งทรงกลม ทรงกรวย หรือกลมแบน ซึ่งเมื่อเราศึกษาถึง เรื่องน่ารู้ : พลับ เราจะพบว่าพลับแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือพลับหวานที่ทานสดได้เลยอย่างพันธุ์ฟูยุ และพลับฝาดที่ต้องผ่านกระบวนการลดความฝาดก่อนจึงจะทานอร่อย

ประโยชน์มหาศาลจากเรื่องน่ารู้ : พลับ

นอกจากรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว พลับยังเป็นแหล่งรวมของวิตามินและแร่ธาตุมากมาย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในหัวข้อสำคัญของ เรื่องน่ารู้ : พลับ ที่คนรักสุขภาพไม่ควรพลาด:

  • ประโยชน์ต่อหัวใจ: ใบพลับนำมาต้มเป็นชาช่วยลดอาการหลอดเลือดแข็งตัวและบรรเทาปัญหาเส้นเลือดเลี้ยงหัวใจตีบ
  • ควบคุมความดัน: การดื่มชาใบพลับเป็นประจำช่วยลดความดันโลหิตและช่วยเรื่องระบบขับถ่าย
  • ช่วยให้นอนหลับ: สำหรับใครที่นอนหลับยาก พลับมีสรรพคุณช่วยผ่อนคลายและแก้อาการนอนไม่หลับได้ดี
  • ผลไม้มงคล: ในวัฒนธรรมจีน สีส้มอมเหลืองของลูกพลับเปรียบเสมือนทองคำ จึงเป็นผลไม้ที่นิยมใช้เป็นของขวัญมงคลเพื่อสื่อถึงความมั่งมีศรีสุข

หากคุณอยากมีสุขภาพที่ดีขึ้น ลองแบ่งเวลามาลิ้มลองพลับวันละ 1 ผลดูสิครับ นอกจากจะได้ความหวานที่สดชื่นแล้ว ร่างกายของคุณยังจะได้รับประโยชน์จากสารอาหารที่เต็มเปี่ยม ไม่ว่าจะเป็นการทานสด แปรรูปเป็นแยม หรือชงชาใบพลับดื่ม ก็ล้วนเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการดูแลตัวเองในทุกๆ วัน

ที่มา – เรื่องน่ารู้ : พลับ

“โรดรี” หวานเจี๊ยบบอกฝันเล่นให้ “บาร์ซา” มาตลอด

“โรดรี” หวานเจี๊ยบบอกฝันเล่นให้ “บาร์ซา” มาตลอด

แฟนบอล “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา คงได้เฮกันยกใหญ่ เมื่อมิดฟิลด์ระดับโลกอย่าง โรดรี เอร์นานเดซ ได้ออกมาเปิดใจแบบหวานเจี๊ยบว่า “โรดรี” หวานเจี๊ยบบอกฝันเล่นให้ “บาร์ซา” มาตลอด ก่อนที่เขาจะย้ายจากแมนเชสเตอร์ ซิตี มาร่วมทัพอย่างเป็นทางการ ถือเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความตื่นเต้นให้กับวงการฟุตบอลสเปนและแฟนบอลทั่วโลกไม่น้อยเลยทีเดียว

หลังจากที่ โรดรี ตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับทางต้นสังกัดเดิมในพรีเมียร์ลีกอย่าง แมนฯ ซิตี ทั้งที่สัญญาเหลืออีกเพียงปีเดียว ทางสโมสรจึงตัดสินใจปล่อยตัวเขาในราคา 65.4 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 2,877.6 ล้านบาท เพื่อให้เจ้าตัวได้กลับไปวาดลวดลายในบ้านเกิดตามความต้องการ โดยล่าสุดเขาก็ได้เดินทางถึงเมืองบาร์เซโลนาเป็นที่เรียบร้อย พร้อมเข้ารับการตรวจร่างกายและเตรียมเซ็นสัญญาเป็นเวลา 4 ปีเต็ม

เปิดใจ “โรดรี” หวานเจี๊ยบบอกฝันเล่นให้ “บาร์ซา” มาตลอด อย่างเป็นทางการ

ทันทีที่ก้าวเท้าถึงสนามบิน บรรดานักข่าวต่างรีบกรูเข้าไปถามถึงความรู้สึกในการย้ายทีมครั้งนี้ ซึ่ง โรดรี ก็ได้ตอบอย่างชัดเจนว่า “การลงเล่นให้ บาร์เซโลนา คือฝันของผมมาตลอด และพวกเราจะมุ่งมั่นคว้าถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีก รวมถึงแชมป์ทุกรายการที่ขวางหน้ามาครองให้ได้” คำพูดนี้ทำเอาแฟนบอลบาร์ซาถึงกับยิ้มแก้มปริ เพราะมันสะท้อนให้เห็นถึงความกระหายชัยชนะของเขา

ทางด้าน แมนเชสเตอร์ ซิตี เอง ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจและกำลังเร่งมองหานักเตะใหม่เข้ามาทดแทนตำแหน่งมิดฟิลด์คนสำคัญ โดยมีรายชื่อที่กำลังตกเป็นข่าวหนาหู ดังนี้:

  • อายยุบ บูอัดดี: มิดฟิลด์ดาวรุ่งจาก ลีลล์ ที่มีค่าตัวประเมินไว้สูงถึง 85.6 ล้านปอนด์
  • เอ็นโซ เฟร์นานเดซ: กองกลางตัวเก่งจาก เชลซี ที่มีการตั้งค่าตัวไว้สูงลิ่วถึง 120 ล้านปอนด์

การย้ายทีมครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญสำหรับทั้งสองสโมสร แม้แฟนๆ เรือใบสีฟ้าจะเสียดาย แต่การที่ “โรดรี” หวานเจี๊ยบบอกฝันเล่นให้ “บาร์ซา” มาตลอด ก็พิสูจน์ให้เห็นว่าในโลกของฟุตบอล ความฝันในวัยเด็กและความต้องการกลับบ้านเกิดมักจะเป็นปัจจัยสำคัญที่อยู่เหนือตัวเลขค่าเหนื่อย นี่คือการเริ่มต้นบทใหม่ที่น่าจับตามองอย่างยิ่งว่า ผลงานของเขาในสีเสื้อเลือดหมูน้ำเงินจะยอดเยี่ยมแค่ไหนในอนาคต

ที่มา – “โรดรี” หวานเจี๊ยบบอกฝันเล่นให้ “บาร์ซา” มาตลอด

เชลซี ตั้งค่าตัว เนโต 100 ล้านปอนด์หลังทีมซาอุฯตามจีบ

กลายเป็นประเด็นร้อนในตลาดซื้อขายนักเตะรอบนี้เลยครับ เมื่อสโมสร เชลซี ทีมยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้จัดการตั้งราคาขาย เปโดร เนโต ปีกตัวเก่งทีมชาติโปรตุเกสเอาไว้สูงถึง 100 ล้านปอนด์ หรือคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 4,400 ล้านบาท หลังจากที่มีข่าวว่าสโมสรมหาเศรษฐีจากลีกซาอุดีอาระเบียอย่าง อัล ฮิลาล กำลังให้ความสนใจและเดินหน้าตามจีบอย่างหนัก

เชลซี ตั้งค่าตัว เนโต 100 ล้านปอนด์หลังทีมซาอุฯตามจีบ

เหตุผลที่ทางทัพ “สิงห์บลูส์” ตัดสินใจแปะป้ายราคา เชลซี ตั้งค่าตัว เนโต 100 ล้านปอนด์หลังทีมซาอุฯตามจีบ ในระดับนี้ สื่อดังอย่าง “บีบีซี” รายงานว่า เป็นเพราะสภาพการณ์ของตลาดนักเตะปัจจุบันที่มีตัวเลขค่าตัวพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเปรียบเทียบจากกรณีที่พวกเขาต้องทุ่มเงินมหาศาลเพื่อดึง มอร์แกน โรเจอร์ส เข้ามาร่วมทัพ รวมถึงกรณีของ บรัดเลย์ บาร์กโกลา ที่ถูกตั้งค่าตัวไว้สูงลิ่วถึง 145 ล้านปอนด์เช่นกัน

ทำไมราคา เนโต ถึงพุ่งสูงขนาดนี้?

หากวิเคราะห์ตามมุมมองของสโมสร การที่ เชลซี ตั้งค่าตัว เนโต 100 ล้านปอนด์หลังทีมซาอุฯตามจีบ ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะนอกจาก อัล ฮิลาล แล้ว ยังมีทีมยักษ์ใหญ่อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี ที่กำลังจับตามองสถานการณ์ของปีกวัย 26 ปีรายนี้อยู่เหมือนกัน เพื่อหวังจะนำไปแทนที่ ซาวินโญ ที่กำลังมีข่าวพัวพันกับ ทอตแนม ฮอตสเปอร์

  • เปโดร เนโต เป็นนักเตะที่มีความเร็วและทักษะการเลี้ยงบอลที่โดดเด่น
  • การย้ายไปเล่นในลีกซาอุฯ อาจเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักเตะ
  • เชลซี ต้องการสร้างสมดุลในทีมหลังจากคว้าตัวนักเตะใหม่เข้ามาเสริมทัพหลายราย

ในมุมมองของแฟนบอล หลายคนอาจจะมองว่าค่าตัว 100 ล้านปอนด์นั้นดูสูงเกินจริงไปบ้าง แต่ในยุคที่เงินสะพัดในตลาดลูกหนังแบบนี้ การตั้งราคาไว้สูงเพื่อกันท่าหรือเพื่อดึงดูดเม็ดเงินมหาศาลก็เป็นกลยุทธ์ที่เข้าใจได้ครับ ส่วนตัวผมมองว่า เนโต น่าจะกำลังชั่งใจอยู่พอสมควร เพราะหากเขาตัดสินใจเลือกเส้นทางอาชีพในซาอุดีอาระเบีย เขาจะได้รับค่าเหนื่อยที่สูงลิ่วแน่นอน แม้จะต้องแลกกับโอกาสในการพิสูจน์ตัวเองในเวทียุโรปที่ลดน้อยลงไปบ้างก็ตาม ต้องมาลุ้นกันครับว่าบทสรุปของดีลนี้จะจบลงอย่างไรในช่วงโค้งสุดท้ายของตลาดนักเตะนี้

ที่มา – “เชลซี” ตั้งค่าตัว “เนโต” 100 ล้านปอนด์หลังทีมซาอุฯตามจีบ

“ผีแดง” ประกาศกร้าว “กัปตันบรูโน” ไม่ได้มีไว้ขาย

“ผีแดง” ประกาศกร้าว “กัปตันบรูโน” ไม่ได้มีไว้ขาย

แฟนบอลปีศาจแดงได้เฮกันทั่วหน้า เมื่อล่าสุดทางสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ออกมาตอกย้ำจุดยืนที่ชัดเจนเกี่ยวกับอนาคตของจอมทัพคนสำคัญ โดยยืนยันอย่างหนักแน่นว่า “ผีแดง” ประกาศกร้าว “กัปตันบรูโน” ไม่ได้มีไว้ขาย ไม่ว่าจะมีข้อเสนอที่เย้ายวนใจมากน้อยเพียงใดก็ตาม โดยเฉพาะกระแสข่าวจากทีมดังแห่งตุรกีอย่าง กาลาตาซาราย ที่พยายามจะดึงตัวเขาไปร่วมทีม

ทำไมบรูโน แฟร์นันด์ส ถึงยังสำคัญกับทีม?

สื่อดังอย่าง “สกาย สปอร์ตส์” ได้รายงานสถานการณ์ว่า แม้สัญญาของดาวเตะวัย 31 ปีรายนี้จะเหลืออีกเพียงปีเดียว แต่ทางยูไนเต็ดก็มีออปชันพิเศษในการต่อสัญญาเพิ่มได้อีกหนึ่งปี ซึ่งการตัดสินใจครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าบอร์ดบริหารยังมองว่ากัปตันชาวโปรตุเกสผู้นี้คือฟันเฟืองสำคัญของทีม

  • ผลงานส่วนตัวที่ยอดเยี่ยมระดับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี
  • ความเป็นผู้นำในสนามที่หาใครมาทดแทนได้ยาก
  • สไตล์การเล่นที่เข้ากับแผนการทำทีมของเรด เดวิลส์ในอนาคต

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมสโมสรถึงหวงแหนขนาดนี้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวว่าพร้อมจะพิจารณาข้อเสนอจากซาอุดีอาระเบียที่สูงถึง 100 ล้านปอนด์ แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป “ผีแดง” ประกาศกร้าว “กัปตันบรูโน” ไม่ได้มีไว้ขาย เพราะเขากลายเป็นสัญลักษณ์และหัวใจหลักในเกมรุกไปเสียแล้ว โดยเฉพาะเมื่อเงื่อนไขฉีกสัญญา 57 ล้านปอนด์สำหรับสโมสรต่างแดนได้หมดอายุลง ยิ่งทำให้แมนฯ ยูไนเต็ดกุมความได้เปรียบในการต่อรองแบบเบ็ดเสร็จ

หากถามถึงมุมมองในฐานะแฟนบอล คงต้องบอกว่าการเก็บ บรูโน แฟร์นันด์ส ไว้คือการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุด เพราะในวันที่ทีมกำลังสร้างรากฐานใหม่ ประสบการณ์และความทุ่มเทของกัปตันทีมคือสิ่งสำคัญที่ไม่สามารถประเมินค่าเป็นตัวเลขได้ การที่ “ผีแดง” ประกาศกร้าว “กัปตันบรูโน” ไม่ได้มีไว้ขาย จึงเป็นสัญญาณที่ดีว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังจะก้าวไปข้างหน้าด้วยขุมกำลังที่แข็งแกร่งที่สุด

ที่มา – “ผีแดง” ประกาศกร้าว “กัปตันบรูโน” ไม่ได้มีไว้ขาย

อพท.สุโขทัย จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ หัตถกรรมจังหวัดน่าน

เมื่อเร็วๆ นี้ ทางด้าน อพท.สุโขทัย ได้สร้างความฮือฮาอีกครั้งด้วยการจัดกิจกรรมเพื่อยกระดับงานฝีมือไทยให้ก้าวไกลสู่ระดับสากล ผ่านโครงการ ‘อพท.สุโขทัย’ จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน ‘จังหวัดน่าน’ ซึ่งถือเป็นการรวมตัวครั้งสำคัญของเหล่าผู้ประกอบการและภาคีเครือข่าย เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และต่อยอดงานสร้างสรรค์ไปพร้อมๆ กัน

อพท.สุโขทัย จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน ‘จังหวัดน่าน’

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้กับผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเครื่องเงิน เครื่องทอง หรือกลุ่มผ้าทอพื้นเมือง โดยทาง อพท.สุโขทัย ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเชื่อมโยงเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ (UCCN) ซึ่งการเดินทางไปศึกษาดูงานที่จังหวัดน่านนั้น ไม่ได้เป็นเพียงการดูงานทั่วไป แต่เป็นการถอดบทเรียนเพื่อนำมาปรับใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของสุโขทัยให้มีมูลค่าสูงขึ้นและตอบโจทย์ตลาดโลกได้ดียิ่งขึ้น

ทำไมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จึงสำคัญต่อวงการหัตถกรรม

การที่ ‘อพท.สุโขทัย’ จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน ‘จังหวัดน่าน’ นั้นสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิด “เศรษฐกิจสร้างสรรค์” ที่ต้องการดึงเอาต้นทุนทางวัฒนธรรมมาเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้:

  • การยกระดับมาตรฐานสินค้า: ผู้ประกอบการได้เรียนรู้เทคนิคการผลิตใหม่ๆ และการออกแบบที่ร่วมสมัย
  • การสร้างเครือข่ายที่แข็งแกร่ง: การพบปะกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และชุมชน ช่วยให้เกิดความร่วมมือที่ยั่งยืน
  • การรักษาอัตลักษณ์: การเรียนรู้ศิลปะพื้นบ้านในพื้นที่อื่นช่วยให้เห็นวิธีรักษาเอกลักษณ์ดั้งเดิมในมุมมองใหม่ๆ

ในมุมมองของผม การนำผู้ประกอบการออกไปดูงานนอกพื้นที่อย่างกิจกรรมที่ ‘อพท.สุโขทัย’ จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน ‘จังหวัดน่าน’ ในครั้งนี้ ถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาคน การทำหัตถกรรมไม่ใช่แค่การสร้างสินค้า แต่คือการสร้างคุณค่าของวัฒนธรรมให้มีชีวิตในยุคปัจจุบัน หากภาครัฐยังคงผลักดันโครงการลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง เราจะได้เห็นผลิตภัณฑ์จากชุมชนสุโขทัยไปไกลถึงระดับโลกอย่างแน่นอนครับ

ที่มา – ‘อพท.สุโขทัย’ จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน ‘จังหวัดน่าน’

สองพ่อลูกดวงเฮง! พบฟอสซิลฟัน ‘เมกะโลดอน’ อายุ 3.6 ล้านปี

สองพ่อลูกดวงเฮง! พบฟอสซิลฟัน ‘เมกะโลดอน’ ฉลามยักษ์ดึกดำบรรพ์อายุ 3.6 ล้านปี

ใครจะไปคิดว่าการไปพักร้อนริมทะเลธรรมดาๆ จะกลายเป็นประสบการณ์เปลี่ยนชีวิต เมื่อคุณไมเคิล บาวเออร์ส และน้องโบ ลูกชายวัย 11 ขวบ ได้บังเอิญค้นพบฟอสซิลที่หาได้ยากที่สุดชิ้นหนึ่งของโลก ระหว่างเดินเล่นที่ชายหาดซีไอส์ซิตี รัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา จนกลายเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความตื่นเต้นไปทั่วโลกในขณะนี้

เปิดตำนานนักล่าแห่งมหาสมุทร: การค้นพบฟอสซิลฟัน ‘เมกะโลดอน’ ฉลามยักษ์ดึกดำบรรพ์อายุ 3.6 ล้านปี

เหตุการณ์น่าเหลือเชื่อเริ่มต้นขึ้นเมื่อสองพ่อลูกสังเกตเห็นวัตถุแปลกตาติดอยู่ในซอกหินริมหาด แม้ว่าไมเคิลจะพยายามหยิบแต่ก็ทำไม่ได้เพราะขนาดมือที่ไม่เอื้ออำนวย จนต้องเป็นหน้าที่ของน้องโบที่ช่วยดึงวัตถุนั้นออกมา ซึ่งเมื่อตรวจสอบแล้วพบว่ามันคือฟันของ เมกะโลดอน ฉลามยักษ์ที่เคยครองมหาสมุทรเมื่อหลายล้านปีก่อน

ความพิเศษของการค้นพบครั้งนี้มีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้:

  • ฟอสซิลฟันชิ้นนี้มีอายุเก่าแก่กว่า 3.6 ล้านปี
  • ถือเป็นการค้นพบที่หายากมาก เพราะในรัฐนิวเจอร์ซีย์เองเคยพบฟันชนิดนี้ไม่ถึง 5 ซี่
  • นักวิจัยคาดการณ์ว่าฟันซี่นี้อาจถูกพัดพาขึ้นมาจากใต้ทะเลลึกผ่านโครงการเติมทรายชายหาดของกองทัพบกสหรัฐ

ทางด้านผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของศูนย์วิจัยและชมปลาวาฬเคปเมย์ได้ยืนยันว่าเป็นของจริง โดยเจ้าเมกะโลดอนตัวนี้นับเป็นสุดยอดนักล่าที่มีขนาดตัวยาวกว่า 18 เมตรเมื่อเติบโตเต็มที่ นับเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นสำหรับเหล่านักสะสมฟอสซิลและผู้ที่หลงใหลในโลกยุคดึกดำบรรพ์อย่างมาก

หากคุณมีโอกาสไปเดินเล่นตามชายหาด ลองสังเกตเศษหินเศษทรายดูบ้างนะครับ บางทีคุณอาจจะเป็นผู้โชคดีคนต่อไปที่ได้ครอบครองหลักฐานทางประวัติศาสตร์จากใต้ทะเลลึกเช่นเดียวกับสองพ่อลูกคู่นี้ การค้นพบฟอสซิลฟัน ‘เมกะโลดอน’ ฉลามยักษ์ดึกดำบรรพ์อายุ 3.6 ล้านปี ครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นความทรงจำที่ดีของครอบครัว แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เราเข้าใจธรรมชาติในอดีตได้มากขึ้น

ที่มา – สองพ่อลูกดวงเฮง! พบฟอสซิลฟัน ‘เมกะโลดอน’ ฉลามยักษ์ดึกดำบรรพ์อายุ 3.6 ล้านปี

บุกตรวจวัดดังชุมพร! เสื่อม ‘พระ-เณร’ เสพยาบ้า 3 จาก 10 รูป

ข่าวคราวในแวดวงศาสนาที่เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในขณะนี้ คงหนีไม่พ้นกรณี บุกตรวจวัดดังชุมพร! เสื่อม ‘พระ-เณร’ เสพยาบ้า 3 จาก 10 รูป ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาทางสังคมที่รุกคืบเข้าสู่เขตพุทธาวาสอย่างน่าตกใจ เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสมภายในวัดแห่งหนึ่งใน อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร

บุกตรวจวัดดังชุมพร! เสื่อม ‘พระ-เณร’ เสพยาบ้า 3 จาก 10 รูป

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมา กอ.รมน. จังหวัดชุมพร สนธิกำลังร่วมกับฝ่ายปกครองและตำรวจ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมีการตรวจปัสสาวะพระสงฆ์และสามเณรรวมทั้งสิ้น 10 รูป ผลการตรวจที่ออกมาทำให้หลายคนต้องอึ้ง เพราะมีถึง 3 รูปที่มีผลตรวจเป็นบวกต่อสารเสพติดเมทแอมเฟตามีน หรือยาบ้า โดยมีทั้งพระสงฆ์วัย 50 ปี, 30 ปี และสามเณรอายุเพียง 19 ปีเท่านั้น

เปิดเบื้องลึก บุกตรวจวัดดังชุมพร! เสื่อม ‘พระ-เณร’ เสพยาบ้า 3 จาก 10 รูป

หลังจากตรวจพบหลักฐานมัดตัว เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการตามระเบียบของคณะสงฆ์อย่างเคร่งครัด โดยนำตัวทั้ง 3 รูปเข้าพบเจ้าอาวาสเพื่อทำพิธีลาสิกขา ก่อนจะส่งตัวเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาโดยประสานงานกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ในพื้นที่ภูมิลำเนาเดิม เพื่อให้ได้รับโอกาสกลับตัวกลับใจและฟื้นฟูสภาพร่างกายให้กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง

เหตุการณ์ในครั้งนี้สร้างคำถามตัวโตๆ ให้กับสังคมไทยในหลายประเด็น ดังนี้:

  • มาตรฐานการบวช: เราต้องเข้มงวดกับการตรวจสอบประวัติผู้ที่ขอบวชให้มากขึ้นหรือไม่?
  • การสอดส่องดูแล: ชุมชนต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตาให้วัดมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้วัดกลายเป็นแหล่งมั่วสุม
  • การแก้ไขปัญหายาเสพติด: ยาเสพติดในปัจจุบันเข้าถึงง่ายเกินไปจนแม้แต่ในเขตวัดก็ยังไม่ปลอดภัย

ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องนี้ถือเป็นบทเรียนราคาแพงที่วงการพุทธศาสนาต้องเร่งหาทางป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยที่สร้างความเสื่อมเสียให้กับศรัทธาของประชาชน เพราะวัดควรจะเป็นสถานที่แห่งความสงบและที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ไม่ใช่พื้นที่ที่ต้องมานั่งกังวลเรื่องยาเสพติดเช่นนี้ หวังว่าเรื่องนี้จะจบลงด้วยการบำบัดที่ได้ผล และบุคคลเหล่านี้จะได้กลับมาเป็นพลเมืองดีของสังคมต่อไป

ที่มา – บุกตรวจวัดดังชุมพร! เสื่อม ‘พระ-เณร’ เสพยาบ้า 3 จาก 10 รูป สั่งลาสิกขาเข้าบำบัด

ถอดรหัสจุดเดือดระเบียบโลกใหม่ธุรกิจไทยต้องรอด

ในโลกที่เต็มไปด้วยความผันผวนและการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดด สมาคมวารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์ และสมาคมศิษย์เก่าวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้จัดงานเสวนาครั้งสำคัญในหัวข้อ ถอดรหัสจุดเดือดระเบียบโลกใหม่ธุรกิจไทยต้องรอด เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้บริหารและผู้นำองค์กรรับมือกับความท้าทายในปี 2026 อย่างมั่นคง

ถอดรหัสจุดเดือดระเบียบโลกใหม่ธุรกิจไทยต้องรอด

นายอาร์ชวัส เจริญศิลป์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า ผู้นำในยุค 5.0 ไม่สามารถใช้สูตรสำเร็จจากอดีตได้อีกต่อไป เพราะโลกกำลังเผชิญกับปัจจัยที่เชื่อมโยงกันอย่างซับซ้อน ทั้งเทคโนโลยี AI, ภูมิรัฐศาสตร์, วิกฤตภูมิอากาศ และสังคมสูงวัย การมองโลกแบบแยกส่วนจะทำให้ธุรกิจพลาดโอกาสสำคัญในการปรับตัวและอาจนำไปสู่ความล้มเหลวได้ในที่สุด

ก้าวข้ามขีดจำกัดด้วยกลยุทธ์ ถอดรหัสจุดเดือดระเบียบโลกใหม่ธุรกิจไทยต้องรอด

นอกจากนี้ นายสุทธิเกตติ์ ทัดพิทักษ์กุล จาก BOI ได้ฉายภาพการลงทุนโลกที่เปลี่ยนทิศทาง โดยปัจจุบันนักลงทุนไม่ได้มองแค่ต้นทุนหรือภาษี แต่ให้ความสำคัญกับความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานและความพร้อมด้านพลังงานสะอาด อาเซียนจึงกลายเป็นฐานการผลิตใหม่ที่สำคัญ แต่ผู้ประกอบการไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อรองรับมาตรฐาน ESG และลดการปล่อยคาร์บอน เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลก

ทางด้าน นายบูณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร กรรมการ ก.ล.ต. ได้เน้นย้ำถึงแนวทางรอดของธุรกิจไทยผ่านสูตรสำเร็จ 3 ขั้นตอน คือ ปรับ เปลี่ยน และไป ดังนี้:

  • ปรับ: ทำธุรกิจให้ตัวเบา รักษาสภาพคล่อง และลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น ธุรกิจต้องเปลี่ยนจากปลาใหญ่กินปลาเล็ก มาเป็นการเป็นปลาเร็วที่ปรับตัวได้ทันท่วงที
  • เปลี่ยน: อย่าหยุดอยู่แค่ธุรกิจเดิม แต่ต้องมองหาโอกาสใหม่เหมือนที่องค์กรยักษ์ใหญ่กำลังทำ เพื่อสร้างรายได้ใหม่ที่ยั่งยืนกว่าเดิม
  • ไป: เปิดประตูสู่ตลาดใหม่ๆ โดยเฉพาะในแถบตะวันออกกลาง อินเดีย หรือเอเชียกลาง เพื่อลดการพึ่งพาตลาดเดิมที่เริ่มอิ่มตัว

ความท้าทายนี้คือบททดสอบสำคัญที่ผู้นำไทยต้องเร่งทำความเข้าใจ หากธุรกิจสามารถปรับตัวได้เร็วและรักษาเงินสดให้แข็งแกร่ง ก็จะเป็นผู้ชนะในสนามที่ผันผวนนี้ได้อย่างแน่นอน การตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงและกล้าตัดสินใจในข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์คือหัวใจสำคัญของการเป็นผู้นำยุคใหม่

ที่มา – 2 สมาคม ‘มธ.-มหิดล’ เสวนาถอดรหัสจุดเดือดระเบียบโลกใหม่ธุรกิจไทยต้องรอด