BEM ได้รับ CG ระดับ 5 ดาวต่อเนื่อง
BEM ได้รับ CG ระดับ 5 ดาวต่อเนื่อง ถือเป็นอีกหนึ่งข่าวดีของบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านการเดินทางที่มีบทบาทสำคัญต่อชีวิตประจำวันของคนกรุงเทพฯ และผู้ใช้บริการในพื้นที่โดยรอบ บริษัทให้บริการทางพิเศษ รวมถึงรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินและสายสีม่วง การได้รับการประเมินด้านการกำกับดูแลกิจการในระดับดีเลิศ หรือ Excellent CG Scoring ระดับ 5 ดาวอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความตั้งใจในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ โปร่งใส และตรวจสอบได้
การประเมินดังกล่าวจัดทำโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย หรือ IOD ภายใต้โครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียนไทย ประจำปี 2569 โดยมีบริษัทจดทะเบียนเข้าร่วมการประเมินรวม 840 บริษัท ผลลัพธ์นี้จึงไม่ได้สะท้อนเพียงภาพลักษณ์ขององค์กรเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงมาตรฐานการบริหารจัดการที่ BEM พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านคณะกรรมการบริษัท การเปิดเผยข้อมูล การดูแลผู้ถือหุ้น และความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม
BEM ได้รับ CG ระดับ 5 ดาวต่อเนื่อง สะท้อนธรรมาภิบาลที่เข้มแข็ง
หัวใจสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดีคือการทำให้ทุกการตัดสินใจขององค์กรตั้งอยู่บนหลักความซื่อสัตย์ ความเป็นธรรม และคำนึงถึงผลกระทบในระยะยาว สำหรับ BEM การได้รับคะแนนระดับดีเลิศต่อเนื่องแสดงให้เห็นว่าบริษัทให้ความสำคัญกับระบบการกำกับดูแลอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ได้มองเรื่องธรรมาภิบาลเป็นเพียงข้อกำหนดทางกฎหมาย แต่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กรและแนวทางการดำเนินงานในทุกระดับ
ในธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน ความน่าเชื่อถือถือเป็นปัจจัยสำคัญอย่างมาก เพราะบริษัทต้องให้บริการประชาชนจำนวนมากในแต่ละวัน การบริหารงานจึงต้องคำนึงถึงความปลอดภัย คุณภาพการให้บริการ ความต่อเนื่องของระบบ และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การมีหลักกำกับดูแลที่ดีจะช่วยให้การวางแผน การลงทุน และการบริหารความเสี่ยงมีความรอบคอบมากขึ้น พร้อมสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้โดยสาร ผู้ใช้ทางพิเศษ นักลงทุน คู่ค้า และชุมชนโดยรอบ
BEM ได้รับ CG ระดับ 5 ดาวต่อเนื่อง เพราะใส่ใจผู้มีส่วนได้เสีย
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ BEM ให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลระหว่างเป้าหมายทางธุรกิจกับความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย บริษัทไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะผลประกอบการ แต่ยังคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ใช้บริการ พนักงาน ผู้ถือหุ้น หน่วยงานภาครัฐ คู่ค้า ชุมชน และสังคมโดยรวม แนวทางเช่นนี้ช่วยให้การเติบโตขององค์กรมีความมั่นคง และสามารถสร้างคุณค่าได้มากกว่าตัวเลขทางการเงินเพียงอย่างเดียว
สำหรับผู้ใช้บริการ การกำกับดูแลที่ดีอาจสะท้อนผ่านเรื่องใกล้ตัว เช่น การให้ข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็ว การสื่อสารเมื่อเกิดเหตุขัดข้อง การรักษาความปลอดภัยในสถานีและระบบรถไฟฟ้า ตลอดจนการพัฒนาช่องทางบริการให้เข้าถึงง่าย ส่วนในมุมของผู้ลงทุน ความโปร่งใสในการเปิดเผยข้อมูลและการบริหารความเสี่ยงอย่างมีระบบ จะช่วยให้สามารถประเมินศักยภาพและทิศทางของบริษัทได้อย่างเหมาะสม
ความหมายของการติด Top Quartile ในกลุ่ม Market Cap.
นอกจากการได้รับการประเมินระดับ 5 ดาวแล้ว BEM ยังติดอันดับ Top Quartile ในกลุ่มบริษัทที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดระหว่าง 30,001-100,000 ล้านบาท ผลงานนี้สะท้อนว่าบริษัทสามารถรักษามาตรฐานการกำกับดูแลได้โดดเด่นเมื่อเปรียบเทียบกับบริษัทในกลุ่มขนาดใกล้เคียงกัน การได้รับการจัดอยู่ในกลุ่มผู้นำด้านธรรมาภิบาลจึงเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อความเชื่อมั่นของตลาดทุน
การติด Top Quartile ยังแสดงให้เห็นว่าการพัฒนาองค์กรของ BEM มีความต่อเนื่องและเป็นระบบ เพราะการประเมินไม่ได้พิจารณาเพียงเหตุการณ์หรือผลการดำเนินงานช่วงใดช่วงหนึ่ง แต่ครอบคลุมแนวทางปฏิบัติหลายด้าน เช่น สิทธิของผู้ถือหุ้น การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียม บทบาทของคณะกรรมการ ความรับผิดชอบต่อสังคม และการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส เมื่อบริษัทสามารถรักษาผลงานในระดับสูงได้ต่อเนื่อง ย่อมสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของผู้บริหารและบุคลากรทั่วทั้งองค์กร
ธรรมาภิบาลกับการเติบโตอย่างยั่งยืนของ BEM
ปัจจุบันการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนไม่ได้จำกัดอยู่แค่การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังครอบคลุมถึงการบริหารงานอย่างรับผิดชอบ การดูแลสังคม และการสร้างความมั่นคงให้กับธุรกิจในระยะยาว BEM ในฐานะผู้ให้บริการระบบขนส่งและทางพิเศษจึงมีโอกาสสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมได้หลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการช่วยให้ผู้คนเดินทางได้สะดวกขึ้น ลดเวลาในการเดินทาง สนับสนุนการเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่ และส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ
การดำเนินงานที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมยังเป็นอีกส่วนสำคัญที่องค์กรยุคใหม่ต้องให้ความสนใจ การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การลดการใช้ทรัพยากร การจัดการของเสีย และการสร้างความตระหนักรู้ให้แก่พนักงาน ล้วนเป็นแนวทางที่ช่วยลดผลกระทบต่อโลก ขณะเดียวกัน การดูแลชุมชนโดยรอบโครงการและการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนก็ช่วยให้บริษัทสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่นและได้รับการยอมรับมากขึ้น
ความสำเร็จของ BEM ในครั้งนี้จึงนับเป็นผลจากการทำงานร่วมกันของคณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน การรักษามาตรฐานให้ต่อเนื่องจำเป็นต้องอาศัยการพัฒนากระบวนการทำงาน การตรวจสอบภายใน การอบรมบุคลากร และการเปิดรับข้อเสนอแนะจากผู้เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ เมื่อทุกฝ่ายมีเป้าหมายเดียวกัน องค์กรก็จะสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายใหม่ ๆ ได้อย่างมั่นใจ
มุมมองต่อข่าว BEM ได้รับ CG ระดับ 5 ดาวต่อเนื่อง
ในมุมมองของผู้เขียน ข่าวนี้เป็นมากกว่ารางวัลหรือการจัดอันดับ เพราะเป็นเครื่องยืนยันว่าการบริหารธุรกิจด้วยความโปร่งใสและความรับผิดชอบสามารถสร้างความได้เปรียบในระยะยาวได้จริง สำหรับ BEM การรักษาระดับการกำกับดูแลกิจการที่ดีจะช่วยเสริมความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้บริการ นักลงทุน และพันธมิตรทางธุรกิจ พร้อมสนับสนุนเป้าหมายการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัท
สิ่งที่น่าติดตามต่อจากนี้คือการที่ BEM จะนำมาตรฐานดังกล่าวไปต่อยอดกับการพัฒนาบริการ เทคโนโลยี ระบบความปลอดภัย และประสบการณ์ของผู้โดยสารอย่างไร หากบริษัทสามารถรักษาความโปร่งใสควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพบริการได้อย่างต่อเนื่อง ก็จะยิ่งตอกย้ำบทบาทของ BEM ในฐานะองค์กรโครงสร้างพื้นฐานที่สร้างคุณค่าให้กับสังคมไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับผู้สนใจข่าวสารด้านธุรกิจและการลงทุน การติดตามแนวทางกำกับดูแลของ BEM อย่างต่อเนื่องจะช่วยให้เห็นภาพพัฒนาการของบริษัทได้ชัดเจนขึ้น และเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาว่าองค์กรขนาดใหญ่สามารถเติบโตไปพร้อมกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร
ที่มา – BEM ได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการระดับดีเลิศ “5 ดาว” ต่อเนื่อง