DSI สั่งรื้อประวัติ ‘อาตี๋ซีโฟร์’ ลุยแก๊งคอลฯ ค้าอาวุธ
DSI สั่งรื้อประวัติ ‘อาตี๋ซีโฟร์’ ลุยตรวจโยงแก๊งคอลฯ-ค้าอาวุธข้ามชาติ กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนให้ความสนใจ หลังจากเกิดเหตุรถยนต์พลิกคว่ำของนายซุน หมิงเฉิน หรือที่รู้จักในชื่อ ‘อาตี๋ซีโฟร์’ สัญชาติจีน วัย 31 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจพบอาวุธปืนพกสั้นในรถ ก่อนขยายผลเจอคลังแสงอาวุธสงครามจำนวนมากในบ้านพัก จังหวัดชลบุรี สร้างความตกใจให้สังคมไทย
DSI สั่งรื้อประวัติ ‘อาตี๋ซีโฟร์’ ลุยตรวจโยงแก๊งคอลฯ-ค้าอาวุธข้ามชาติ
จากกรณีดังกล่าว นายสนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการกฎหมายฯ ได้ยื่นหนังสือต่อ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม เพื่อขอให้ประมวลเรื่องคดีของ ‘อาตี๋ซีโฟร์’ เข้าสู่คณะกรรมการคดีพิเศษ (บอร์ด กคพ.) โดยชี้ว่าการกระทำของผู้ต้องหาเข้าข่ายอั้งยี่ ซ่องโจร และผู้ก่อการร้ายข้ามชาติ ตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 มาตรา 21 ทำให้ DSI ต้องรื้อประวัติใหม่ ลุยตรวจสอบความเชื่อมโยงกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์และเครือข่ายค้าอาวุธ
DSI สั่งรื้อประวัติ ‘อาตี๋ซีโฟร์’ ลุยตรวจโยงแก๊งคอลฯ
อธิบดี DSI เปิดเผยเมื่อ 15 พฤษภาคม ว่า ได้รับหนังสือแล้ว และกำลังรวบรวมข้อมูลคู่ขนาน แม้ตำรวจจะสอบสวนคืบหน้า แต่ DSI จะพิจารณาว่ารับเป็นคดีพิเศษจะเกิดประโยชน์เพิ่มหรือไม่ หากรับโอน จะตรวจสอบทุกมิติ รวมถึงประเด็นโยงใยกับเจ้าหน้าที่ หากพบจะขยายผลเต็มที่ นอกจากนี้ DSI ยังมีฐานข้อมูลข่าวกรองเกี่ยวกับชาวจีนที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรม เช่น ฟอกเงิน แต่ตอนนี้ยังไม่พบชื่อ ‘อาตี๋ซีโฟร์’ ในคดีเก่า
เหตุการณ์เริ่มจากอุบัติเหตุรถพลิกที่ถนนเลียบทางรถไฟ ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พบปืนพก จากนั้นขยายผลไปยังบ้านใน ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง พบปืนไรเฟิล M4 สองกระบอก และอาวุธอื่นๆ รวมควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 5 ราย ข้อมูลลึกเผยว่า ‘อาตี๋ซีโฟร์’ เป็นแกนนำสแกมเมอร์ ถือเอกสารไทยหลายอย่าง ชี้เป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ เสี่ยงต่อความมั่นคง
- พบอาวุธปืนพกสั้นหลังอุบัติเหตุรถพลิก
- คลังแสงในบ้านพักชลบุรี มีปืน M4 และอาวุธสงคราม
- เชื่อมโยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้าอาวุธข้ามชาติ
- DSI รวบรวมข้อมูลก่อนเสนอบอร์ด กคพ.
DSI ชี้แจงว่า หากไม่รับเป็นคดีพิเศษ ข้อมูลที่ได้จะส่งให้ตำรวจต่อ แม้สังคมสงสัยโยงเจ้าหน้าที่ แต่ยังไม่มีพยานหลักฐานชัดเจน ต้องรอการตรวจสอบเพิ่ม
กรณี DSI สั่งรื้อประวัติ ‘อาตี๋ซีโฟร์’ ลุยตรวจโยงแก๊งคอลฯ-ค้าอาวุธข้ามชาติ แสดงถึงความจริงจังในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะแก๊งสแกมเมอร์จีนที่ลอบค้าอาวุธ ซึ่งอาจกระทบความสงบสุขประชาชน ปัจจุบันไทยเผชิญปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์เพิ่มขึ้น การร่วมมือระหว่าง DSI ตำรวจ และหน่วยข่าวกรองจึงสำคัญยิ่ง
นอกจากนี้ ยังพบเอกสารสำคัญในครอบครอง แสดงถึงการแทรกซึมลึก หากขยายผลได้ จะนำไปสู่การถอนรากถอนโคนเครือข่ายใหญ่ DSI มีอำนาจประสานหน่วยงานอื่นเมื่อเป็นคดีพิเศษ ทำให้การสืบสวนมีประสิทธิภาพสูง
ในมุมมองผู้เขียน กรณีนี้เป็นสัญญาณเตือนถึงภัยคุกคามจากอาชญากรรมข้ามชาติที่ซ่อนในคราบสแกมเมอร์ หน่วยงานรัฐต้องเร่งเสริมฐานข้อมูลและเทคโนโลยีตรวจจับ เพื่อปกป้องชาติ คุณคิดว่าควรรับคดีนี้เป็นคดีพิเศษหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวอัปเดตจากเรา!
ที่มา – DSI สั่งรื้อประวัติ ‘อาตี๋ซีโฟร์’ ลุยตรวจโยงแก๊งคอลฯ-ค้าอาวุธข้ามชาติ