ISTAF สั่งปรับเงิน “นักกีฬา-สตาฟฟ์โค้ชไทย” อ่วม! เหยียบ 1.8 ล้านบาท

ISTAF สั่งปรับเงิน “นักกีฬา-สตาฟฟ์โค้ชไทย” อ่วม! เหยียบ 1.8 ล้านบาท

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่แฟนกีฬาชาวไทยต่างจับตามอง เมื่อล่าสุดได้มีการรายงานถึงบทลงโทษจากทางสหพันธ์ตะกร้อนานาชาติ หรือ ISTAF ต่อกรณีดราม่าในการแข่งขันศึก ISTAF Sepaktakraw World Cup Kuala Lumpur 2026 ที่ประเทศมาเลเซีย เมื่อช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในวงการกีฬาไทย

บทลงโทษในครั้งนี้ถือว่าหนักหนาสาหัสทีเดียว เพราะ ISTAF สั่งปรับเงิน “นักกีฬา-สตาฟฟ์โค้ชไทย” อ่วม! เหยียบ 1.8 ล้านบาท โดยมีการระบุชื่อนักกีฬาและทีมงานรวมทั้งหมด 8 คน ที่ถูกคณะกรรมการพิจารณาทางวินัยตัดสินว่ามีความผิดจากการเหตุการณ์ไม่ยอมแข่งขันต่อในรอบชิงชนะเลิศ โดยแบ่งรายละเอียดการปรับเงินไว้ดังนี้:

สรุปรายชื่อผู้ถูกลงโทษและยอดเงินปรับ

  • นักกีฬาตัวจริง: ภูตะวัน โสภา, วิชาญ เต็มโคตร และจักรกฤษณ์ ถิ่นบางบน ถูกปรับคนละ 6,000 ดอลลาร์สหรัฐ
  • นักกีฬาตัวจริง: สิทธิพงศ์ คำจันทร์ และจตุพล ศิริอาจ ถูกปรับคนละ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ
  • ทีมงาน: นฤชิต กาฬจันทร์ และสหชาติ สาครเจริญ ถูกปรับคนละ 8,000 ดอลลาร์สหรัฐ
  • ผู้จัดการทีม: อวยชัย ศรีสุวรรณ ถูกปรับสูงสุด 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ

รวมยอดความเสียหายทั้งหมดอยู่ที่ 53,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,770,730 บาท ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงมากสำหรับกรณีดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ในส่วนของโทษพักการแข่งขันนั้นถือว่าสิ้นสุดลงแล้ว แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือหากทั้ง 8 คนไม่ชำระค่าปรับภายใน 14 วันหลังจากได้รับหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการ ก็จะถูกพักการแข่งขันเพิ่มเติมเป็นเวลา 1-2 ปีทันที นอกจากนี้ ISTAF สั่งปรับเงิน “นักกีฬา-สตาฟฟ์โค้ชไทย” อ่วม! เหยียบ 1.8 ล้านบาท ยังเปิดช่องให้สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 14 วัน พร้อมค่าธรรมเนียมอีก 500 ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับอนาคตของนักกีฬาทั้ง 5 คน หากทำการชำระค่าปรับเรียบร้อยตามกำหนดเวลา พวกเขาก็จะมีสิทธิ์กลับมาลุ้นติดทีมชาติไทยได้อีกครั้ง และมีโอกาสสูงที่จะได้ร่วมลงแข่งขันในศึกเอเชียนเกมส์ 2026 ที่เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น ในช่วงปลายปีหน้า ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาคัดเลือกตัวจากสมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทยอีกครั้ง

บทเรียนในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับวงการตะกร้อไทย ไม่เพียงแต่เรื่องของค่าปรับที่สูงลิ่ว แต่ยังรวมถึงภาพลักษณ์ของกีฬาไทยในเวทีโลกที่ต้องอาศัยการจัดการและวินัยที่เข้มงวดมากขึ้น เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าบทสรุปของเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร และทางสมาคมฯ จะมีแนวทางแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ให้ดีที่สุดได้อย่างไร เพื่อให้กีฬาสุดรักของคนไทยอย่างตะกร้อยังคงเป็นกีฬาระดับโลกที่น่าภูมิใจต่อไป

ที่มา – ISTAF สั่งปรับเงิน “นักกีฬา-สตาฟฟ์โค้ชไทย” อ่วม! เหยียบ 1.8 ล้านบาท

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *