UTA ขยายเวลาถึง ธ.ค.นี้ ทุกเรื่องเมืองการบินต้องจบ
นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) ซึ่งเป็นผู้รับสัมปทานโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา และเมืองการบินภาคตะวันออก เปิดเผยว่า ขณะนี้ UTA ได้ลงทุนไปจำนวนมากแล้วกับการดำเนินโครงการ ซึ่งเราตั้งใจที่จะดำเนินการโครงการนี้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)ในฐานะคู่สัญญา ถือเป็นโครงการที่ดีมาก ปัจจุบันหลังจากลงนามสัญญามาแล้ว 5 ปี 5 เดือน แต่ยังไม่สามารถเริ่มงานก่อสร้างได้ เนื่องจากกระบวนการทางราชการที่ต้องใช้ระยะเวลา ค่อนข้างเสียดายเวลา อย่างไรก็ตามล่าสุด EEC ได้ขอขยายระยะเวลาไปจนถึงเดือน ธ.ค.2568 จากเดิมตามสัญญากำหนดว่าจะต้องดำเนินการภายในเมื่อเดือน มิ.ย.2568 ซึ่งที่ผ่านมาก็ขอขยายมาทุกเดือน

นายคีรี กล่าวต่อว่า UTA จึงได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU) กับ EEC เพื่อเดินหน้าโครงการ และขยายเวลาให้ EEC ถึงเดือน ธ.ค.นี้ เพื่อสรุปสิทธิประโยชน์ด้านต่างๆ โดยเฉพาะด้านภาษีใน Free Trade Zone รวมถึงการดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินก็ยังไม่ได้ข้อสรุป เพราะเกี่ยวเนื่องกับโครงการฯ ด้วย เมื่อได้ข้อสรุปก็จะได้เดินหน้าลงทุนโครงการต่อไป ซึ่ง UTA พร้อมดำเนินการ แม้ขณะนี้บรรยากาศการลงทุนไม่ค่อยดี และเศรษฐกิจทั่วโลกก็ไม่ดี อย่างไรก็ตาม UTA ยืนยันและพร้อมเดินหน้า เพื่อให้โครงการนี้ไปต่อได้ ซึ่งรัฐบาลก็เห็นความสำคัญเรื่องนี้ และเดินหน้าทำให้พื้นที่อีอีซีฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง โดยในเดือน ธ.ค.นี้ จะได้ข้อสรุปรายละเอียดทุกอย่างที่ชัดเจน จากนั้น UTA จะได้เริ่มลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และโรดโชว์เชิญชวนนักลงทุนต่างชาติเข้ามาร่วมลงทุนในพื้นที่เมืองการบินต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ซึ่งนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม มีแนวคิดจะต่อขยายเส้นทางจากเดิมสิ้นสุดสนามบินอู่ตะเภา ไปยัง จ.ตราด ในฐานะที่บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้ง หนึ่งในกิจการร่วมค้า บีเอสอาร์ และเป็นผู้เข้าร่วมประมูลโครงการฯ ด้วย มีความคิดเห็นในเรื่องนี้อย่างไร นายคีรี กล่าวสั้นๆ ว่า จะทำอะไรก็ทำ ผู้สื่อข่าวถามต่ออีกว่า หากมีการยกเลิกสัญญา พร้อมจะเข้าร่วมประมูลอีกหรือไม่ นายคีรี กล่าวว่า เดี๋ยวค่อยว่ากัน.
UTA ขยายเวลาถึง ธ.ค.นี้ ทุกเรื่องเมืองการบินต้องจบ
เป้าหมายหลัก: UTA ขยายเวลาเพื่อเมืองการบิน
โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกถือเป็นโครงการสำคัญระดับชาติ การขยายเวลาของ UTA แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะผลักดันโครงการนี้ให้สำเร็จลุล่วง แม้จะมีความท้าทายและอุปสรรคต่างๆ
การขยายเวลาถึงเดือนธันวาคมนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะเป็นช่วงเวลาที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องเร่งสรุปรายละเอียดต่างๆ โดยเฉพาะสิทธิประโยชน์ด้านภาษีใน Free Trade Zone และความคืบหน้าของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน
UTA ขยายเวลาในครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าโครงการยังคงเดินหน้าต่อไป และพร้อมที่จะดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาร่วมลงทุนในพื้นที่เมืองการบิน
ประเด็นที่น่าสนใจคือการที่ UTA ยังคงมุ่งมั่นที่จะลงทุนในโครงการนี้ แม้ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโลกจะไม่เอื้ออำนวยก็ตาม แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของโครงการและพื้นที่ EEC
การที่รัฐบาลให้ความสำคัญและผลักดันโครงการ EEC อย่างต่อเนื่อง ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและผู้ที่เกี่ยวข้อง
เมื่อทุกอย่างได้ข้อสรุปในเดือนธันวาคมนี้ คาดว่าจะมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอย่างเต็มรูปแบบ และจะมีการโรดโชว์เพื่อเชิญชวนนักลงทุนต่างชาติอย่างจริงจัง
ดังนั้นการ UTA ขยายเวลา จึงเป็นข่าวดีสำหรับประเทศไทย เพราะหมายถึงโอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจและยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ
สำหรับนักลงทุนและผู้ที่สนใจในโครงการเมืองการบินภาคตะวันออก การติดตามความคืบหน้าในเดือนธันวาคมนี้จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาด
โดยสรุปแล้ว UTA ขยายเวลาถึง ธ.ค.นี้ ทุกเรื่องเมืองการบินต้องจบ เป็นก้าวสำคัญในการผลักดันโครงการพัฒนาที่สำคัญของประเทศให้เดินหน้าต่อไป และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ให้กับประเทศไทย
ที่มา – “UTA” ขยายเวลาถึง ธ.ค.นี้ ทุกเรื่อง “เมืองการบิน” ต้องจบ พร้อมเดินหน้าโครงการฯ

