กมธ.ต่างประเทศ แจงทูตญี่ปุ่น ปมชายแดนไทย-กัมพูชา

เมื่อวันที่ 6 ส.ค.68 นายชลัฐ รัชกิจประการ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า กมธ.การต่างประเทศในฐานะตัวแทนของรัฐสภา ได้เข้าพบ นายโอตากะ มาซาโตะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เพื่อสื่อสารกับมิตรประเทศเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดย กมธ.การต่างประเทศ ได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์สึนามิในญี่ปุ่น และขอบคุณเอกอัครราชทูตฯ ที่เดินทางไปร่วมสังเกตการณ์ในพื้นที่ความเสียหายของไทยด้วยตนเอง ซึ่งท่านทูตได้แสดงความเสียใจต่อผู้ได้รับผลกระทบชาวไทยเช่นกัน

นายชลัฐ กล่าวว่า ในการพูดคุย คณะกรรมาธิการฯ ได้ยืนยันถึงจุดยืนของไทยที่ต้องการแก้ไขปัญหาผ่านการเจรจาทวิภาคีต่างๆ แต่ไม่ได้รับความร่วมมือจากกัมพูชา รวมทั้งเรื่องที่มีการใช้ทุ่นระเบิดที่ฝ่าฝืนอนุสัญญาออตตาวา พร้อมเน้นย้ำว่า กัมพูชาเป็นฝ่ายเริ่มโจมตีก่อนเมื่อวันที่ 24 ก.ค.68 โดยมุ่งเป้าไปที่พลเรือน ทำให้มีผู้บริสุทธิ์และเด็กเสียชีวิต ประชาชนอีกหลายแสนคนต้องอพยพหนีภัย นอกจากนี้รัฐบาลกัมพูชาใช้ “สงครามข่าวสารปลอม” เพื่อสร้างความเกลียดชังในหมู่ประชาชนกัมพูชาและนานาชาติ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ควรถูกประณาม

นายชลัฐ กล่าวต่อว่านอกจากนี้ กมธ.การต่างประเทศ ได้แสดงความยินดีที่ประธานอาเซียนเข้ามามีบทบาทในการทำให้เกิดการหยุดยิง และขอให้ญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศผู้ลงทุนรายใหญ่ในทั้งไทยและกัมพูชา ช่วยผลักดันนานาชาติ ให้จับตาดูการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงของกัมพูชาอย่างเคร่งครัด โดยเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นได้แสดงความขอบคุณต่อการเข้าพบด้วยความจริงใจ และตรงไปตรงมา และยินดีที่จะสนับสนุนให้เกิดการเจรจา เพื่อนำมาซึ่งสันติสุขในภูมิภาคต่อไป

นายชลัฐ ยังได้แสดงความคิดเห็นส่วนตัวว่า แม้จะมีการเจรจาหยุดยิงแล้ว แต่ยังคงต้องมีผู้รับผิดชอบต่อการละเมิดอนุสัญญาออตตาวา อนุสัญญาเจนีวา และการละเมิดหลักสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้น และจะร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อผลักดันการฟ้องร้องกัมพูชาในระดับนานาชาติต่อไป.

กมธ.ต่างประเทศ พบเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย แจงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ล่าสุด กมธ. ตปท. ได้เข้าพบทูตญี่ปุ่นเพื่อหารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาและความร่วมมือระหว่างประเทศ

ความเคลื่อนไหวของ กมธ.ต่างประเทศ ต่อสถานการณ์ชายแดน

กมธ.ต่างประเทศ ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องในการผลักดันให้เกิดสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค โดยการเข้าพบเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยในครั้งนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการสร้างความเข้าใจและแสวงหาความร่วมมือจากนานาชาติ การที่กมธ.ต่างประเทศหยิบยกประเด็นการละเมิดอนุสัญญาออตตาวา และการใช้สงครามข่าวสารปลอมขึ้นมานั้น แสดงให้เห็นถึงความกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และความมุ่งมั่นที่จะนำผู้กระทำผิดมาลงโทษ

การที่ประเทศไทยพยายามแก้ไขปัญหาผ่านการเจรจาทวิภาคี แต่ไม่ได้รับความร่วมมือจากกัมพูชา เป็นสิ่งที่น่าเสียใจ และจำเป็นต้องอาศัยความช่วยเหลือจากนานาชาติในการผลักดันให้เกิดการเจรจาอย่างจริงจัง การที่ญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศผู้ลงทุนรายใหญ่ในทั้งไทยและกัมพูชา พร้อมที่จะสนับสนุนให้เกิดการเจรจา เป็นสัญญาณที่ดี และหวังว่านานาชาติจะร่วมมือกันเพื่อนำมาซึ่งสันติสุขในภูมิภาคโดยเร็ว

สิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้คือการรักษาสันติภาพและหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง การเจรจาและการทูตเป็นหนทางเดียวที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน หวังว่าทุกฝ่ายจะตระหนักถึงความสำคัญของสันติภาพและร่วมมือกันเพื่อสร้างความมั่นคงในภูมิภาค

การดำเนินการของ กมธ.ต่างประเทศ ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างสันติวิธี และความพยายามในการสร้างความร่วมมือกับนานาชาติเพื่อผลักดันให้เกิดสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาดังกล่าว จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งไทย กัมพูชา และนานาชาติ เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น

ที่มา – ‘กมธ.ต่างประเทศ’พบเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย แจงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

Tags:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *