กมธ. ศึกษา MOU 43-44 สว. เชิญ ‘เจ้ากรมแผนที่ทหาร’ แลกเปลี่ยนความเห็น 9 ก.ย.นี้

คณะกรรมการวิสามัญพิจารณาข้อดีข้อเสียการยกเลิก MOU 2543 และ MOU 2544 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยมีกำหนดการประชุมในวันที่ 9 กันยายนนี้ เพื่อเปิดเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์จากผู้เกี่ยวข้อง ทั้งภายในและภายนอกสภาผู้แทนราษฎร

กมธ. ศึกษา MOU 43-44 สว. เชิญ ‘เจ้ากรมแผนที่ทหาร’ แลกเปลี่ยนความเห็น 9 ก.ย.นี้

นายพณิชย์ อินนา ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญได้เปิดเผยภายหลังการประชุมเตรียมความพร้อมเมื่อวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา ว่า กมธ. จะเชิญ “เจ้ากรมแผนที่ทหาร” เข้าร่วมในวันที่ 9 กันยายน เพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความเป็นมาของ MOU 2543 และ MOU 2544 ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ถือเป็นการเตรียมข้อมูลพื้นฐานอย่างครบถ้วน เพื่อรองรับการตัดสินใจในอนาคต

ข้อมูลครบถ้วนเพื่อการวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ

ประธาน กมธ. กล่าวว่า จะให้สมาชิกทุกคนได้มีโอกาสนำเสนอข้อมูล ข้อเท็จจริง และประสบการณ์ที่มี เพื่อให้สามารถประเมินความเห็นอย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ MOU 2543 และ 2544 นั้นเป็นข้อมูลที่มีอายุยาวนาน สูงถึง 20-25 ปี จึงจำเป็นต้องมีการรวบรวมข้อมูลให้ครบถ้วนสมบูรณ์เพื่อประกอบการพินิจพิเคราะห์อย่างรอบด้าน

หนึ่งในกรอบหลักในการพิจารณาคือ การตรวจสอบขั้นตอนการเจรจาและลงนามว่าเป็นไปตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญหรือไม่ และอีกกรอบคือ การตรวจสอบประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน ซึ่งทั้งสองกรอบนี้จะช่วยให้การพิจารณาไม่หลงไปจากประเด็นหลัก

  • กรอบแรก – ความถูกต้องตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญ
  • กรอบที่สอง – ประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน
  • มีการลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์จริง

นอกจากนี้ ยังมีการเสนอให้ไปสำรวจพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ทะเล ตามข้อตกลงใน MOU 2544 โดยเฉพาะบริเวณเกาะกูด ที่อาจมีข้อสัญญาหรือข้อพิพาทซ่อนเร้นที่ต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจน

ส่งหนังสือถึงกระทรวงฯ ขอดูเอกสารทั้งหมด

นายพณิชย์ กล่าวอีกว่า เพื่อให้การพิจารณาเป็นกลางและแม่นยำ กมธ. ได้ส่งหนังสือถึงกระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอรับเอกสารและข้อมูลเพิ่มเติมอย่างเป็นทางการ เนื่องจากข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบันอาจมีความไม่สมบูรณ์ ซึ่งการได้ข้อมูลที่ครบถ้วนจะทำให้สามารถตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลรองรับ

“เรายังบอกไม่ได้ว่าจะไปในทิศทางใด อยู่กับที่ใด แต่สิ่งที่แน่ชัดคือ เราต้องการข้อมูลที่แม่นยำ ครบถ้วน และโปร่งใส เพราะสิ่งที่ทำไปต้องเป็นประโยชน์ ไม่ใช่เป็นการเสียเปรียบประเทศของเรา” นายพณิชย์กล่าวอย่างชัดเจน

ประธาน กมธ. ระบุอีกว่า แม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อยู่บ้าง แต่ตนเองไม่มีความกังวล เพราะการทำงานของ กมธ. มุ่งเน้นประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก ทุกคนมีเจตนาดี และมุ่งไปในทางเดียวกันคือ ประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชน

สิ่งสำคัญคือ หลังจากมีข้อมูลครบถ้วนแล้ว สิ่งนั้นจะต้องเผยแพร่ให้ประชาชนทราบ เพื่อให้เกิดการรับรู้และเข้าใจในข้อเท็จจริง โดยเฉพาะการพิจารณาสถานะของ MOU 2543 และ 2544 ว่า ควรคงอยู่ แก้ไข หรือยกเลิก เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

เมื่อประชาชนเข้าใจแล้ว จะสามารถร่วมมือในการวางเสียงสนับสนุนหรือเสนอแนวคิดที่เป็นประโยชน์ ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงประชาธิปไตยที่แท้จริง และเป็นการปูรากฐานสู่การตัดสินใจที่มีคุณภาพในอนาคต

ทั้งนี้ ความคืบหน้าครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเปิดโปงข้อเท็จจริงของบันทึกความเข้าใจทั้งสองฉบับ ซึ่งมีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ชายแดน

หากคุณอยากรู้ว่า MOU ฉบับเดิม จะคงอยู่ หรือเปลี่ยนแปลง ต้องติดตามการประชุมครั้งนี้ และข้อมูลที่จะเผยในเร็วๆ นี้

ที่มา – กมธ. ศึกษา MOU 43-44 สว. เชิญ ‘เจ้ากรมแผนที่ทหาร’ แลกเปลี่ยนความเห็น 9 ก.ย.นี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *