กรมชลฯ เตือนฉบับ 7 ระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา 11 จังหวัด

กรมชลฯ เตือนฉบับ 7 ระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา 11 จังหวัด หลังฝนตกหนักหลายพื้นที่ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น กรมชลประทานจึงแจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมรับมือการปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาในช่วงวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

ประกาศฉบับนี้มีขึ้นเพื่อให้ประชาชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ เตรียมขนย้ายสิ่งของ เครื่องมือทางการเกษตร และสัตว์เลี้ยงไปไว้ในจุดที่ปลอดภัย แม้กรมชลประทานจะประเมินว่า การระบายน้ำครั้งนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชนที่อยู่ภายในคันกั้นน้ำก็ตาม

กรมชลฯ เตือนฉบับ 7 ระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา 11 จังหวัด

นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดีกรมชลประทาน ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมชลประทาน ได้ออกประกาศแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา ฉบับที่ 7 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัด 11 จังหวัด ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร

สาเหตุสำคัญมาจากฝนที่ตกหนักในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ทำให้มีน้ำไหลลงสู่แม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขาเพิ่มขึ้น กรมชลประทานจึงต้องบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการระบายน้ำ การรับน้ำเข้าสู่ระบบชลประทาน และการลดความเสี่ยงต่อพื้นที่ชุมชนที่อยู่ริมแม่น้ำ

ตัวเลขน้ำที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

จากการคาดการณ์ล่วงหน้าในช่วง 1-9 วัน กรมชลประทานประเมินว่า วันที่ 2 ตุลาคม 2569 สถานีวัดน้ำ C.2 อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ จะมีปริมาณน้ำไหลผ่านสูงสุดประมาณ 3,010 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะเดียวกัน น้ำจากลำน้ำสาขาจะเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 700-750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

เมื่อรวมปริมาณน้ำที่ไหลลงมาจากพื้นที่ตอนบน คาดว่าจะทำให้มีน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาประมาณ 3,600-3,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที กรมชลประทานยังคงรับน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานทั้งสองฝั่งในอัตราประมาณ 550-580 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อช่วยกระจายน้ำและลดแรงกดดันต่อแม่น้ำสายหลัก

อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้มีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเป็นประมาณ 2,200-2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที การปรับแผนดังกล่าวอาจทำให้ระดับน้ำบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำเพิ่มขึ้นจากระดับปัจจุบันประมาณ 0.40-0.70 เมตร จึงเป็นเรื่องที่ประชาชนควรเตรียมตัวและติดตามประกาศจากทางราชการ

พื้นที่ลุ่มต่ำที่อาจได้รับผลกระทบ

พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำนอกแนวคันกั้นน้ำ โดยอยู่ในหลายอำเภอของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี และชัยนาท แม้ผลกระทบอาจเกิดขึ้นในระดับพื้นที่ แต่ประชาชนควรตรวจสอบสภาพคันกั้นน้ำ ทางระบายน้ำ และเส้นทางสัญจรใกล้บ้านอย่างสม่ำเสมอ

  • จังหวัดพระนครศรีอยุธยา: อำเภอเสนา ผักไห่ บางบาล พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน และบางไทร
  • จังหวัดอ่างทอง: อำเภอวิเศษชัยชาญ ป่าโมก และเมืองอ่างทอง
  • จังหวัดสิงห์บุรี: อำเภออินทร์บุรี พรหมบุรี และเมืองสิงห์บุรี
  • จังหวัดชัยนาท: อำเภอสรรพยา

สำหรับชุมชนที่อยู่ภายในคันกั้นน้ำ กรมชลประทานประเมินว่าไม่น่าจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากการปรับเพิ่มการระบายน้ำในครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์น้ำอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามปริมาณฝน น้ำจากลำน้ำสาขา และการระบายน้ำจากพื้นที่ตอนบน จึงไม่ควรประมาท

คำแนะนำสำหรับประชาชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ประชาชนควรติดตามข้อมูลจากกรมชลประทาน จังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอย่างต่อเนื่อง หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ควรเตรียมถุงยังชีพ ยาประจำตัว ไฟฉาย แบตเตอรี่สำรอง เอกสารสำคัญ และหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินไว้ให้พร้อม

  • ยกเครื่องใช้ไฟฟ้าและสิ่งของสำคัญให้พ้นจากระดับน้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้น
  • ตรวจสอบความแข็งแรงของบ้าน คันกั้นน้ำ ประตูระบายน้ำ และท่อระบายน้ำรอบที่พัก
  • วางแผนเส้นทางสำรองหากถนนหรือสะพานบางจุดไม่สามารถใช้งานได้
  • ติดตามประกาศเตือนภัยจากแหล่งทางการ และหลีกเลี่ยงการส่งต่อข้อมูลที่ยังไม่ตรวจสอบ
  • เกษตรกรควรเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตหรือเคลื่อนย้ายอุปกรณ์การเกษตรในจุดที่เสี่ยงน้ำล้นตลิ่ง

กรมชลฯ เตือนฉบับ 7 ระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา 11 จังหวัด เป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้ทุกฝ่ายวางแผนรับมือได้ทันเวลา การแจ้งเตือนล่วงหน้าไม่ได้หมายความว่าน้ำจะเข้าท่วมทุกพื้นที่ แต่เป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากระดับน้ำที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว

ในช่วงนี้ประชาชนควรติดตามสถานการณ์น้ำเป็นรายวัน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำและพื้นที่นอกคันกั้นน้ำ หากพบระดับน้ำเพิ่มขึ้นผิดปกติหรือมีน้ำเอ่อล้นเข้าพื้นที่ ควรแจ้งผู้นำชุมชนและหน่วยงานท้องถิ่นทันที การเตรียมตัวตั้งแต่วันนี้จะช่วยให้ครอบครัวและชุมชนรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น

ที่มา – กรมชลฯ เตือนฉบับ7 ยกระดับระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา 11 จว.ติดตามสถานการณ์น้ำ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *