กรุงฮานอยเล็งกำหนดให้ประชาชนคัดแยกขยะในครัวเรือน
การจัดการขยะเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ท้าทายของหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนาที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจและประชากรอย่างรวดเร็ว หนึ่งในประเทศที่กำลังเดินหน้าแก้ปัญหานี้อย่างจริงจังคือเวียดนาม โดยเฉพาะในกรุงฮานอย เมืองหลวงที่มีประชากรหนาแน่นและผลิตขยะจำนวนมากทุกวัน
ล่าสุด กรุงฮานอยได้ออกกฎระเบียบใหม่ที่ต้องการให้ประชาชนทุกครัวเรือนคัดแยกขยะในครัวเรือนอย่างเป็นระบบ ซึ่งถือเป็นการปรับปรุงระบบการจัดการขยะครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่าสิบปี
กรุงฮานอยเล็งกำหนดให้ประชาชนคัดแยกขยะในครัวเรือน
ตามข้อมูลจากสำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ระบุว่า กฎระเบียบดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อลดการใช้พื้นที่ฝังกลบขยะ และปรับปรุงอัตราการรีไซเคิลในเมือง ให้สอดคล้องกับการผลิตขยะครัวเรือนประมาณ 7,500 ตันต่อวัน
การดำเนินการนี้มีผลกับครัวเรือน บุคคล และองค์กรที่สร้างขยะภายในประเทศน้อยกว่า 300 กิโลกรัมต่อวัน ซึ่งถือเป็นส่วนใหญ่ของประชาชนทั่วไป
ขยะต้องแบ่งเป็น 3 ประเภท
ตามนโยบายใหม่ ครัวเรือนต้องแยกขยะออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่
- วัสดุรีไซเคิล เช่น กระดาษ พลาสติก ไม้ ยาง และอุปกรณ์ไฟฟ้า
- ขยะอาหาร ได้แก่ อาหารเหลือ อาหารหมดอายุ และเศษอาหารจากครัว
- ขยะอันตราย ได้แก่ เฟอร์นิเจอร์และวงกบประตูที่ชำรุด สีทาบ้าน แบตเตอรี่ที่ใช้แล้ว และตัวสะสมประจุ
หากครัวเรือนใดไม่คัดแยกขยะตามที่กำหนด บริษัทเก็บขยะจะสามารถปฏิเสธขยะที่ไม่ได้แยกประเภทอย่างถูกต้อง หรือไม่ได้ใส่ในภาชนะที่ได้รับการอนุมัติ และรายงานการละเมิดต่อหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อดำเนินการตรวจสอบและลงโทษ
ค่าธรรมเนียมขยะอาจมีการปรับราคา
นอกจากการบังคับใช้การคัดแยกขยะแล้ว กระทรวงเกษตรและสิ่งแวดล้อมของเวียดนาม ได้รับมอบหมายให้พัฒนากรอบราคาใหม่สำหรับการเก็บรวบรวม การขนส่ง และการจัดการขยะ
ในปัจจุบัน ค่าธรรมเนียมขยะในกรุงฮานอยเป็นราคาคงที่และไม่สูงมาก โดยผู้อยู่อาศัยในเขตเมืองจ่ายเงินประมาณ 24,000 ดงต่อครัวเรือนต่อเดือน (ราว 29 บาท) ส่วนประชาชนในชุมชนชนบทจ่ายค่าธรรมเนียมประมาณครึ่งหนึ่งของจำนวนนั้น
การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลเวียดนามในการจัดการปัญหาขยะอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่หลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังเผชิญกับวิกฤตขยะพลาสติกและมลพิษสิ่งแวดล้อม
การคัดแยกขยะคือทางรอดของสิ่งแวดล้อม
การที่กรุงฮานอยเล็งกำหนดให้ประชาชนคัดแยกขยะในครัวเรือน ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปฝังกลบ และเพิ่มอัตราการรีไซเคิลวัสดุต่าง ๆ ที่ยังสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้
หากการดำเนินการนี้สำเร็จ จะไม่เพียงแต่ช่วยลดมลพิษและรักษาสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างรายได้จากการรีไซเคิล และส่งเสริมความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมในสังคม
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของนโยบายนี้ ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของประชาชน ความเข้าใจในวิธีการคัดแยกขยะ และการสนับสนุนจากรัฐบาลในด้านการศึกษาและการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสม
การคัดแยกขยะที่บ้าน ไม่ใช่แค่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคนในสังคม หากทุกครัวเรือนร่วมมือกัน อนาคตของกรุงฮานอยและสิ่งแวดล้อมจะดีขึ้นอย่างแน่นอน