กลิ่นส้มหอมหวาน: ความหวังและการเมืองในสภา
เมื่อพูดถึง “กลิ่นส้มหอมหวาน” หลายคนอาจนึกถึงรสชาติของอาหารไทยกลิ่นบ้านไกล้ชิด แต่ในทางการเมืองไทย กลิ่นนี้กลับสะท้อนถึงความหวังและการตัดสินใจที่สำคัญในสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากพรรคประชาชน (ปชน.)
กลิ่นส้มหอมหวานของความปรองดอง
การเมืองไทยในช่วงนี้เข้มข้นเหนือละครหลังข่าว ด้วยการต่อสู้แย่งชิงตำแหน่งนายกฯ หลังจากพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทยต่างยื่นข้อเสนอชัดเจน อย่างไรก็ตาม “กลิ่นส้มหอมหวาน” จากพรรคประชาชนกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ได้
พรรคประชาชนมีจุดยืนชัดเจนว่า จะไม่ร่วมรัฐบาลแบบถาวร แต่ขอหนุนนายกฯ คนใหม่เพื่อรักษาเสถียรภาพเท่านั้น โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องนำประเทศไปสู่การประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วจึงยุบสภาให้มีการเลือกตั้งใหม่ “กลิ่นส้มหอมหวาน” จึงเปรียบเสมือนแรงผลักดันให้เกิดการตั้งรัฐบาลใหม่
สถานการณ์ในสภา ณ ตอนนี้
นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน เปิดเผยว่า หากพรรคไม่ออกเสียงสนับสนุนนายกฯ คนใด จะทำให้สภาไม่สามารถตั้งรัฐบาลถาวรได้ เพราะยังขาดเสียงตามมาตรา 159 วรรคสาม ซึ่งต้องมีเสียงเกินครึ่งพ้น 247 เสียง ขณะนี้จึงต้องรอจับตาพรรคประชาชนอย่างใกล้ชิด
- พรรคภูมิใจไทยมีเสียงรวมเกือบ 280 เสียง
- พรรคร่วมรัฐบาลฝั่งเพื่อไทยยังขาดความชัดเจน
- พรรคประชาชนยืนยันขอเป็นฝ่ายรักษาเสถียรภาพชั่วคราว
แต่ก็ยังมีทางเลือก เช่น การเสนอชื่อนายกฯ คนใหม่ที่ยังได้รับความเชื่อถือจากทุกฝ่าย ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังถือว่ายังเป็นแคนดิเดตที่สามารถกระจุกเสียงกลับมาได้มากที่สุด โดยไม่ต้องพึ่งพรรคประชาชน
การเมืองกลิ่นหอมระดม
ขณะนี้พรรคประชาชนยังไม่ตัดสินใจอย่างชัดเจน แต่ให้สิ่งหนึ่งเป็นไปไม่ได้ คือ การจะร่วมเป็นรัฐบาลแบบถาวร อย่างไรก็ตาม พรรคภูมิใจไทยเหน็บแนมไว้ว่า พวกเขาสามารถรวมเสียงได้มากถึง 283 เสียง ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นตัวเลขที่ “นิ่งแล้ว”
กรณี สส.พรรคเพื่อไทยบางรายไปเข้าร่วมกลุ่มพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทย ร่วมกับรายงานข่าวว่าหมายถึงการเปลี่ยนฝ่าย ก็กลายเป็นปัจจัยใหม่ที่อาจเปลี่ยนแผนการเมืองทั้งหมดในอนาคตอันใกล้
ด้านพรรคเพื่อไทย เลขาบอย สรวงศ์ เทียนทอง ยืนยันว่า การพูดคุยกับพรรคประชาชนไม่ใช่เรื่องนัดหมายแบบรับปากแน่นอน เพราะสิ่งที่เสนออาจเป็นการ “ยืดหยุ่น” ไม่ใช่ “ยุติธรรมไปทันที”
ที่สำคัญคือ ถ้าทุกอย่างล้มเหลวจริง หรือบ้านเมืองเดินหน้าต่อไม่ได้ พรรคประชาชนน่าจะเป็นตัวเลือกสุดท้ายที่สามารถ “ดมกลิ่นส้ม” แล้วออกเสียงสนับสนุนรัฐบาลเฉพาะกิจได้
ส่วนกลุ่มพลังประชาชน เช่น คปท. ออกมาให้ความเห็นว่า แคนดิเดตนายกฯ ต้องไม่ใช่ผู้มาจากพรรคเพื่อไทยเด็ดขาด และรัฐบาลใหม่ต้องยกเลิกกฎหมายหลายฉบับ เช่น MOU 43, 44 หรือร่าง พ.ร.บ. ศูนย์กลางการประกอบธุรกิจทางการเงิน เป็นต้น
สรุป: “กลิ่นส้มหอมหวาน” ที่หลายคนใช้เรียกพรรคประชาชนนี้ คือภาพสะท้อนของ “ความหวัง” ที่จะเห็นรัฐบาลทำหน้าที่ตามหลักประชาธิปไตย หากใช้กลิ่นหอมนี้อย่างชาญฉลาด ประเทศไทยอาจมีโอกาสตั้งรัฐบาลใหม่ที่มั่นคงและสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนได้
หากคุณเห็นด้วยกับแนวทางนี้ อย่าลืมร่วมสนับสนุนหรือแชร์ข้อมูลนี้เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงค่ะ
ที่มา – “กลิ่นส้มหอมหวาน”