กลุ่ม Bright Future ยื่นหนังสือถึง กมธ.ฯ ขอใช้บัตรชมพูแทนซีไอ
เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ที่รัฐสภา กลุ่ม Bright Future ได้นำโดย นายวีระ แสงทอง ผู้ประสานงานฯ ไปยื่นหนังสือถึง คณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) สิทธิมนุษยชนฯ ของวุฒิสภา เรื่องการรับรองแรงงานเมียนมาในประเทศไทย โดยเสนอให้ใช้บัตรชมพูเป็นเอกสารหลักเพียงใบเดียว โดยไม่จำเป็นต้องใช้เอกสารซีไอ (CI) อีกต่อไป
กลุ่ม Bright Future ยื่นหนังสือถึง กมธ.ฯ ขอใช้บัตรชมพูแทนซีไอ
จากสถานการณ์ในเมียนมาที่ยังคงเผชิญกับภาวะสงครามอย่างต่อเนื่อง ทำให้แรงงานเมียนมาที่ทำงานในประเทศไทยพบกับปัญหาในการได้รับเอกสารเล่มเขียว หรือ ซีไอ ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญที่ใช้ในการเดินทางไป-กลับระหว่างสองประเทศ แต่ด้วยความล่าช้าและค่าใช้จ่ายที่สูง จึงเป็นภาระทั้งต่อแรงงานและนายจ้าง
ปัญหาจากเอกสารซีไอ
ทั้งนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ ได้มีมติเห็นชอบให้กระทรวงแรงงานเปิดศูนย์ทำเอกสารซีไอในประเทศไทย 4 แห่ง ได้แก่ สมุทรสาคร สมุทรปราการ สุราษฎร์ธานี และเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 6 สิงหาคมถึง 6 พฤศจิกายน 2568 เพื่อความสะดวกแก่แรงงานที่ไม่สามารถเดินทางกลับเมียนมาเพื่อทำเอกสารได้
อย่างไรก็ตาม กลุ่ม Bright Future เห็นว่ากระบวนการนี้ยังไม่ตอบโจทย์อย่างแท้จริง จึงเสนอให้ใช้ บัตรชมพู ซึ่งเป็นบัตรที่กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยออกให้แก่แรงงานข้ามชาติที่มีนายจ้าง และมีสถานะถูกต้องตามกฎหมายในประเทศไทย เป็นเอกสารหลักในการยืนยันตัวตนแทนซีไอ เพื่อลดขั้นตอนและค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
- บัตรชมพู เป็นบัตรที่ออกโดยกรมการปกครอง
- ซีไอ เป็นเอกสารของทางการเมียนมา
- ลดความซ้ำซ้อนในระบบการจัดการแรงงาน
จากการประกาศของกรมจัดหางานในวันที่ 1 สิงหาคม 2568 อ้างอิงจากมติคณะรัฐมนตรี และข้อเสนอของกระทรวงแรงงานเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2568 ระบุให้มีการเปิดศูนย์ให้บริการซีไอใน 4 จังหวัดข้างต้น แต่กลุ่ม Bright Future มองว่าการพึ่งพาเอกสารดังกล่าวยังมีข้อจำกัด ทั้งในด้านเวลา ค่าใช้จ่าย และความยุ่งยากในการดำเนินการ
นายนพรัตน์ วิทยเลิศพันธุ์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการฯ ได้ให้ความเห็นว่า พฤติการณ์นี้จะถูกนำมาพิจารณาอย่างจริงจัง เพื่อหาทางออกที่เหมาะสมและสร้างความเป็นธรรมให้แก่แรงงานต่างด้าวที่มีถิ่นฐานอยู่ในประเทศไทย
ดังนั้น ข้อเสนอของ กลุ่ม Bright Future จึงนับเป็นแนวทางที่เป็นมิตรต่อแรงงานต่างชาติ และลดภาระที่ไม่จำเป็นบนไหล่ของแรงงานและนายจ้างในประเทศไทย
หากมีการปรับใช้บัตรชมพูเป็นเอกสารหลัก คาดว่าจะช่วยลดความยุ่งยากในการดำเนินงาน และทำให้กระบวนการขออนุญาตทำงานของแรงงานเมียนมาเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
การขับเคลื่อนในครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการปกป้องสิทธิและสวัสดิการของแรงงานต่างด้าว ซึ่งหากได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มรูปแบบ จะช่วยยกระดับความเท่าเทียมและความยั่งยืนในระบบการทำงานไทยได้อย่างแท้จริง