กลุ่ม สว.สำรอง จี้ DSI เร่งสำนวนอั้งยี่-ฟอกเงิน คู่ขนานคดีฮั้ว สว. ไม่ต้องรอ กกต. ไต่สวน

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง สำหรับความคืบหน้าของคดีความที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา หรือที่เรียกกันว่าคดีฮั้ว สว. ล่าสุด ทางกลุ่ม สว.สำรอง ได้เดินทางไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องให้เร่งดำเนินการในคดีที่เกี่ยวข้องกับข้อหาอั้งยี่และฟอกเงิน โดยเชื่อว่ากระบวนการยุติธรรมในส่วนนี้สามารถเดินหน้าไปได้โดยไม่ต้องรอผลจาก กกต.

กลุ่ม สว.สำรอง จี้ DSI เร่งสำนวนอั้งยี่-ฟอกเงิน คู่ขนานคดีฮั้ว สว. ไม่ต้องรอ กกต. ไต่สวน

พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว แกนนำกลุ่ม สว.สำรอง ได้กล่าวถึงเหตุผลของการเดินทางมาในครั้งนี้ว่า ทางกลุ่มมีความกังวลต่อความล่าช้าของรูปคดี โดยมองว่า กลุ่ม สว.สำรอง จี้ DSI เร่งสำนวนอั้งยี่-ฟอกเงิน คู่ขนานคดีฮั้ว สว. ไม่ต้องรอ กกต. ไต่สวน เพื่อให้ความกระจ่างแก่สังคมและเกิดความยุติธรรมโดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะหลังจากทราบข่าวว่าสำนวนบางส่วนถูกตีกลับเพื่อสอบสวนเพิ่มเติม ซึ่งทางกลุ่มมองว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีศักยภาพเพียงพอที่จะดำเนินการคู่ขนานไปได้เลย

ทำไมต้องเร่งเครื่องคดีอั้งยี่และฟอกเงิน?

เหตุผลหลักที่กลุ่มผู้เรียกร้องนำเสนอคือ ความจำเป็นในการแยกแยะคดีความออกจากกระบวนการทางระเบียบการเลือกตั้งทั่วไป การที่ กลุ่ม สว.สำรอง จี้ DSI เร่งสำนวนอั้งยี่-ฟอกเงิน คู่ขนานคดีฮั้ว สว. ไม่ต้องรอ กกต. ไต่สวน นั้น เป็นการส่งสัญญาณว่าสังคมต้องการเห็นบทลงโทษในคดีอาญาที่ชัดเจนโดยไม่ผูกติดกับกรอบเวลาของการไต่สวนภายในหน่วยงานอื่นมากจนเกินไป

  • ความคืบหน้าจากฝั่ง DSI โดย พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ
  • การตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องการฮั้ว สว. ที่สังคมตั้งคำถาม
  • กรอบเวลาความสำเร็จที่คาดหวังในปลายเดือนสิงหาคม 2569

อย่างไรก็ตาม ทางฝั่งของ DSI ได้ชี้แจงว่า คณะพนักงานสอบสวนไม่ได้นิ่งนอนใจและได้ดำเนินการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมตามที่อัยการสั่งมาเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่ในเชิงปฏิบัติทางกฎหมาย การรอข้อมูลสนับสนุนจากคณะไต่สวนของ กกต. จะทำให้สำนวนคดีมีความรัดกุมและแน่นหนามากยิ่งขึ้นก่อนส่งฟ้องจริง ซึ่งทางดีเอสไอคาดการณ์ว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนยิ่งขึ้นในช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้

ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าบทสรุปของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สิ่งสำคัญที่สุดคือความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อกระบวนการยุติธรรมไทย เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าการประสานงานระหว่างหน่วยงานจะสามารถเร่งสปีดให้คดีความสิ้นสุดลงได้เร็วเพียงใด เพื่อให้ทุกอย่างกลับเข้าสู่ความโปร่งใสและสร้างความสบายใจให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับคดีอื้อฉาวนี้

ที่มา – กลุ่ม สว.สำรอง จี้ DSI เร่งสำนวนอั้งยี่-ฟอกเงิน คู่ขนานคดีฮั้ว สว. ไม่ต้องรอ กกต. ไต่สวน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *