กสม.เร่งควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า เด็กเป็นเหยื่อซึมเศร้า-ปอดอักเสบ
เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้มีการประชุมหารือกับคณะกรรมการพัฒนานโยบายสาธารณะประเด็นการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า โดยเฉพาะเนื่องจากมีแนวโน้มการใช้งานที่เพิ่มสูงขึ้นในกลุ่มเด็กและเยาวชน จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง
กสม.เร่งควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า เด็กเป็นเหยื่อซึมเศร้า-ปอดอักเสบ
เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น กสม. ได้มีการออกหนังสือด่วนที่สุดถึงนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 20 สิงหาคม 2568 โดยแจ้งเหตุผล ข้อเท็จจริง และข้อเสนอแนะเพื่อควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าอย่างจริงจัง
สถิติเผยความเสี่ยงจากบุหรี่ไฟฟ้า
จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่าจำนวนผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทยเพิ่มขึ้นถึง 11.4 เท่า ระหว่างปี 2564 – 2567 โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 900,454 คนในปี 2567 เทียบกับปีก่อนหน้าเพียง 78,752 คน และหนึ่งในสี่ของกลุ่มนี้ใช้เฉพาะบุหรี่ไฟฟ้า สาเหตุหลักมาจากช่องทางการขายออนไลน์และรูปแบบการตลาดที่ดึงดูดเยาวชน
นิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้าส่งผลเสียต่อพัฒนาการของสมองเยาวชน กระทบสมาธิ การเรียนรู้ และเพิ่มโอกาสในการเป็นโรคซึมเศร้าหรือคิดฆ่าตัวตาย ยิ่งไปกว่านั้น รายงานยังพบผู้ป่วยปอดอักเสบจากบุหรี่ไฟฟ้าอายุเฉลี่ยเพียง 15 ปี ซึ่งบางรายต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ
กฎหมายล้าหลัง เด็กเปิดกว้างสูดควัน
แม้ประเทศไทยจะมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ แต่ยังไม่มีการบัญญัติหรือควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าอย่างชัดเจน จึงทำให้ตลาดเติบโตอย่างไร้กฎเกณฑ์ ทั้งการนำเข้าผิดกฎหมาย การโฆษณา และการจำหน่ายผ่านโลกออนไลน์อย่างแพร่หลาย ส่งผลให้เด็กและวัยรุ่นสัมผัสกับผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้ง่ายมาก
- โปรโมทสินค้าให้น่าสนใจ ทั้งรูปลักษณ์ สีสัน รสชาติ
- วิธีการขายผ่านออนไลน์ หลบระบบกฎหมาย
- การไม่ระบุชัดเจนถึงอันตราย ทำให้เยาวชนเข้าใจผิด
ความกังวลจากการแทรกแซงทางการเมือง
เครือข่ายด้านสาธารณสุขยังเห็นว่ากระบวนการกำหนดนโยบายอาจถูกขัดขวางจากการมีผู้เชี่ยวชาญจากอุตสาหกรรมยาสูบเข้ามามีบทบาทในกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งขัดกับพันธกรณีของไทยภายใต้มาตรการ 5.3 ของ WHO Framework Convention on Tobacco Control (WHO FCTC)
ดังนั้น กสม. จึงขอเสนอแนะให้รัฐบาลดำเนินการอย่างจริงจังในเรื่องนี้ ทั้งด้านการศึกษา การกฎหมาย และการบังคับใช้จริง เพื่อปกป้องสุขภาพของเยาวชน
แนวทางแก้ไขจาก กสม.
จากการติดตามสถานการณ์ กสม. ได้เสนอแนะแนวทางสำคัญไว้ 3 ข้อหลักๆ ดังนี้:
- สร้างความตระหนักรู้ ให้กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศึกษาธิการร่วมกันจัดแคมเปญให้ข้อมูลเกี่ยวกับอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้าอย่างครบถ้วน
- ปรับกฎหมายทันที ให้รีบแก้ไข พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ ให้ครอบคลุมบุหรี่ไฟฟ้าและของใหม่ที่เกิดขึ้น
- ปฏิบัติตามมาตรฐานสากล ตามมาตรการ 5.3 อย่างจริงจัง และออกกฎหมายห้ามไม่ให้อุตสาหกรรมแทรกแซงนโยบายสาธารณะ
การควบคุมบุหรี่ไฟฟ้ายังเป็นเรื่องใหม่ในระดับนโยบาย แต่เมื่อเห็นถึงความเสี่ยงแล้ว ทั้งสังคมควรร่วมมือกันเร่งป้องกันเด็กให้ปลอดภัยจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้ เพราะการปล่อยให้สถานการณ์เป็นไปตามนี้ อาจเก็บเกี่ยวความเสียหายในรุ่นหน้าได้ อย่ารอจนสายเกินไป