กองทัพเรือเข้มจับลอบเข้าเมือง ชาวเขมรเดือดร้อน
สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาคุยกันเรื่องข่าวร้อนๆ จากชายแดนไทย-กัมพูชากันดีกว่า นั่นคือ ‘กองทัพเรือ’ เข้มจับลอบเข้าเมือง-สินค้าหนีภาษี สะท้อนความเดือดร้อน ‘ชาวเขมร’ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงเมื่อวันที่ 27 เมษายน ที่ผ่านมา เหตุการณ์เหล่านี้ไม่ใช่แค่การจับกุมธรรมดา แต่สะท้อนปัญหาลึกๆ ของประชาชนบ้านใกล้เรือนเคียงที่กำลังลำบากหนักเลยทีเดียว
‘กองทัพเรือ’ เข้มจับลอบเข้าเมือง-สินค้าหนีภาษี สะท้อนความเดือดร้อน ‘ชาวเขมร’
กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด หรือ กปช.จต. โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ได้ลาดตระเวนและตั้งจุดตรวจแน่นปึ้กตลอดแนวชายแดนยาว 100 กิโลเมตร ไม่ปล่อยให้มีการลักลอบใดๆ หลุดรอดไปได้ เริ่มจากเช้ามืด กองร้อยทหารพรานนาวิกโยธิน 526 ออกลาดตระเวนซุ่มโฉบ บริเวณอำเภอโป่งน้ำร้อน จับกระสอบต้องสงสัยได้ 2 ใบ เปิดดูแล้วเป็นยาสมุนไพรและอาหารแปรรูปที่ลักลอบนำเข้าแบบไม่เสียภาษีทันที ยึดของแล้วส่งศุลกากรจังหวัดจันทบุรีดำเนินการต่อ
การบูรณาการจับสินค้าหนีภาษีและผู้ลอบเข้า
ต่อมาเวลา 10.00 น. กองร้อยทหารพรานนาวิกโยธิน 521 ร่วมกับสรรพสามิต ศุลกากร ตม. และ สภ.บ้านแปลง ตั้งจุดสกัดสุดเข้ม จับผู้ต้องหาได้ 2 ราย พร้อมของกลางเพียบ ไม่ว่าจะเป็นบุหรี่ต่างประเทศ สุรา และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จำนวนมาก ซุกซ่อนมาในรถจักรยานยนต์ นำส่งสรรพสามิตดำเนินคดีเรียบร้อย
และที่เด็ดสุด เวลา 11.00 น. กองร้อยทหารพรานนาวิกโยธิน 542 เฝ้าตรวจใกล้หลักเขตแดนที่ 58 พบคนต้องสงสัย 9 คนกำลังลอบข้ามมา แสดงตัวควบคุมทันที จับชาวกัมพูชาได้ 8 คน (ชาย 2 หญิง 6) อีก 1 รายที่แต่งตัวคล้ายทหารกัมพูชาคือหัวหน้า คาดหลบหนีกลับฝั่งไปแล้ว ผู้ถูกจับไม่มีเอกสารเดินทาง สารภาพว่ามาทำงานที่อำเภอมะขาม จ.จันทบุรี มานาน กลับบ้านช่วงปีใหม่ แล้วจ้างคนพาคนละ 3,500 บาท กลับมาทำงานกับนายจ้างเดิม นายจ้างออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด
- เหตุการณ์ 1: ยึดยาสมุนไพรและอาหารแปรรูป 2 กระสอบ
- เหตุการณ์ 2: จับบุหรี่ สุรา เครื่องดื่มหนีภาษี พร้อมผู้ต้องหา 2 ราย
- เหตุการณ์ 3: จับชาวกัมพูชาลอบเข้า 8 คน ค่าจ้างนำพา 3,500 บาท/คน
เหตุการณ์ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ‘กองทัพเรือ’ เข้มจับลอบเข้าเมือง-สินค้าหนีภาษี สะท้อนความเดือดร้อน ‘ชาวเขมร’ จริงๆ ชาวบ้านฝั่งกัมพูชากำลังเจอปัญหาปากท้องหนักมาก โอกาสงานน้อย สินค้าจำเป็นแพง ผลจากความขัดแย้งทางการเมืองและเศรษฐกิจที่ผู้นำตัดสินใจผิดพลาด ทำให้ต้องเสี่ยงข้ามแดนมาหางานหรือค้าขายเถื่อนเพื่อประทังชีวิต
บทบาทสำคัญของกองทัพเรือในการรักษาชายแดน
กองทัพเรือไม่ได้นิ่งนอนใจนะครับ ปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาล ปิดด่านแน่น ป้องกันการลักลอบทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะคนหรือสินค้า ซึ่งช่วยรักษาความมั่นคงและรายได้ภาษีของชาติได้เยอะเลย แต่ในมุมมนุษย์ เราก็เห็นใจชาวเขมรที่เดือดร้อน ปัญหานี้ต้องแก้จากต้นตอ เช่น ส่งเสริมความร่วมมือไทย-กัมพูชา ช่วยเหลือเศรษฐกิจชายแดน เพิ่มโอกาสงานถูกกฎหมาย หรือเจรจาระดับรัฐบาลเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ
จากข้อมูล พบว่าปัญหาลอบเข้าเมืองชายแดนไทย-กัมพูชาเพิ่มขึ้นในช่วงหลังโควิด เพราะเศรษฐกิจกัมพูชายังฟื้นตัวช้า การค้าชายแดนเถื่อนอย่างบุหรี่ สุรา ยาสมุนไพร เป็นแหล่งรายได้ด่วนสำหรับคนจน แต่สุดท้ายเสี่ยงโดนจับ โดนปรับหนัก กองทัพเรือจึงต้องเข้มงวดเพื่อไม่ให้ปัญหาลุกลามเป็นอาชญากรรมอื่นๆ อย่างยาเสพติดหรือการก่อการร้าย
นอกจากนี้ การลาดตระเวนต่อเนื่องแบบนี้ยังช่วยลดอาชญากรรมข้ามชาติ ลดการแพร่กระจายสินค้าปลอมหรืออันตรายเข้าประเทศ ทำให้ผู้ประกอบการไทยแข่งขันได้公平 ช่วยเศรษฐกิจชาติโดยรวม สุดท้ายแล้ว ‘กองทัพเรือ’ เข้มจับลอบเข้าเมือง-สินค้าหนีภาษี สะท้อนความเดือดร้อน ‘ชาวเขมร’ แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกฝ่ายหาทางออกที่ยั่งยืน
คุณคิดยังไงกับเรื่องนี้บ้างครับ? ควรช่วยเหลือชาวเขมรอย่างไรให้ไม่กระทบไทย? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์เลยนะ หรือติดตามข่าวชายแดนเพิ่มเติมจากบล็อกเรา ขอบคุณที่อ่านครับ!
ที่มา – ‘กองทัพเรือ’ เข้มจับลอบเข้าเมือง-สินค้าหนีภาษี สะท้อนความเดือดร้อน ‘ชาวเขมร’