ก่อเหตุจริง! สลดลูกชายฆ่าแม่ยัดอ่างน้ำโบกปูนอำพราง สารภาพรำคาญขี้บ่น
ก่อเหตุจริง! สลดลูกชายฆ่าแม่ยัดอ่างน้ำโบกปูนอำพราง สารภาพรำคาญขี้บ่นที่เกิดขึ้นจริง
ในวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์สุดสลดใจที่หลายคนอาจไม่เชื่อสายตา เมื่อเหตุการณ์ ก่อเหตุจริง! สลดลูกชายฆ่าแม่ยัดอ่างน้ำโบกปูนอำพราง สารภาพรำคาญขี้บ่น เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ย่านลาดกระบัง กรุงเทพฯ โดยหลังจากที่ตำรวจ สน.ร่มเกล้า ได้รับแจ้งจากลูกชายเองซึ่งมีอาการทางจิต ได้เข้าตรวจสอบภายในบ้านทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น ก็พบว่ามีกลิ่นเน่าคลุ้งออกมาอย่างรุนแรง
ภายในห้องน้ำชั้นล่างพบว่ามีกองเสื้อผ้าหลายชั้นทับถมไว้จนเกือบเต็มอ่างน้ำ หลังจากตำรวจนำเสื้อผ้าออกมากกว่า 50 ตัว ก็พบศพของ น.ส.วรณัน ผู้เป็นมารดาในสภาพเน่าอืด ถูกคลุมด้วยปูนซีเมนต์บางๆ โดยรอบลำคอมีร่องรอยของการถูกเชือกรัดไว้
เรื่องราวความไม่ปกติของลูกชาย
จากการสอบสวน ผู้ก่อเหตุคือ นายตาณ อายุ 33 ปี ซึ่งอยู่บ้านกับแม่เพียง 2 คน โดยมีอาการทางจิตสมอง มีประวัติรักษาตัวและได้รับยารักษาจากโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา ซึ่งตำรวจในพื้นที่จำเป็นต้องเข้าตรวจสอบและให้ความรู้อยู่บ่อยครั้ง
จากการสอบถามผู้คนรอบข้างและพยานในพื้นที่ พบว่าแม่ของนายตาณมีอาชีพขายลอตเตอรี่เพื่อหาเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง โดยเธอต้องคอยดูแลลูกชายที่มีปัญหาด้านจิตเวชตลอดเวลา นอกจากนี้ แม่ยังมีความกังวลอย่างมาก เกรงลูกจะทำเรื่องผิดกฎหมายหรือสร้างปัญหาให้กับผู้อื่น จึงไม่ให้ลูกชายออกไปจากบ้านบ่อยครั้ง
เหตุผลที่เกิดความสลดใจ
ตำรวจเผยว่า ผู้ต้องหาให้การสารภาพว่าลงมือฆ่าแม่เนื่องจาก รำคาญที่แม่บ่นใส่บ่อยๆ ยังผลให้ความเครียดสะสมจนก่อเหตุสะเทือนขวัญขึ้น โดยตลอดเวลาที่ผ่านมา ทีมตำรวจ สน.ร่มเกล้า จำเป็นต้องปลอบประโลมและควบคุมสถานการณ์ของนายตาณอยู่อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการก่อเหตุซ้ำและสร้างความ不安ต่อชุมชน
เหตุการณ์นี้ไม่เพียงสะท้อนถึงปัญหาจิตเวชที่ต้องได้รับการดูแลอย่างจริงจัง แต่ยังเป็นบทสะท้อนให้เห็นถึง การใช้ชีวิตของคนที่ต้องดูแลครอบครัวอย่างหลบๆ ซ่อนๆ เพราะกลัวจะถูกตัดสิน สังคมในยุคปัจจุบันนี้จำเป็นต้องมีความเข้าใจและให้ความช่วยเหลือต่อครอบครัวที่มีคนป่วยทางจิตมากขึ้น เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ใกล้ชิดได้
ผลกระทบจากความเครียดและความรู้ในจิตเวช
เรื่องการป่วยทางจิตเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม หากสังเกตว่ามีความผิดปกติทางพฤติกรรมของผู้อยู่ใกล้ชิด ควรพาไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรับการบำบัดตั้งแต่ต้นทาง สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เหมาะที่จะขับเคลื่อนเป็นกระแสให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจสุขภาพจิต เป็นสิ่งที่มหาวิทยาลัย โรงเรียน และชุมชนควรมีนโยบายป้องกันและเสริมภูมิคุ้มกันทางจิตใจให้มากยิ่งขึ้น
น่าเห็นใจที่แม่ท่านยังคงต่อสู้กับวิกฤตชีวิตเพื่อดูแลลูกชายขนาดนี้ แต่ก็มาจบลงอย่างไม่สมปรารถนาด้วยมือของผู้ที่เธอรักและหวังดีที่สุด
ท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้อย่าลืม ให้ความใส่ใจกับสุขภาพจิตของคนในบ้าน อย่าละเลย เพราะแม้ว่าจะดูเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าสะสมและไม่ได้รับการเยียวยาอย่างถูกต้อง ก็อาจกลายเป็นเหตุร้ายแรงจนแก้ไม่ได้ในภายหลัง
ไม่ควรปล่อยให้ดราม่าเรื่องจิตเวชทิ้งไว้แบบนี้ เพราะทุกชีวิตมีคุณค่า ไม่ว่าจะเป็นแม่ที่รอคอยดูแลลูก หรือแม้กระทั่งผู้ก่อเหตุที่ต้องได้รับการรักษาอย่างถูกต้องตามหลักกฎหมายและจิตเวช
ข้อคิดจากเหตุการณ์สุดสะเทือนขวัญ: การรู้จักสังเกตการณ์เปลี่ยนแปลงทางจิตใจ สุนทรียภาพของครอบครัว และการยอมเปิดใจรับคำปรึกษาเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนต้องให้ความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นในสถานการณ์ปกติ หรือแม้แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ที่ “ก่อเหตุจริง! สลดลูกชายฆ่าแม่ยัดอ่างน้ำโบกปูนอำพราง สารภาพรำคาญขี้บ่น“
ที่มา – ก่อเหตุจริง! สลดลูกชายฆ่าแม่ยัดอ่างน้ำโบกปูนอำพราง สารภาพรำคาญขี้บ่น