ขับเคลื่อนมาตรการรักษาเสถียรภาพราคายางด้วยงบ 2,280 ล้าน
ขับเคลื่อนมาตรการรักษาเสถียรภาพราคายางด้วยงบ 2,280 ล้าน
การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ประกาศเดินหน้าโครงการรักษาเสถียรภาพราคายางอย่างเต็มรูปแบบ ภายใต้งบประมาณกว่า 2,280 ล้านบาท ซึ่งได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทยแล้ว เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางให้มีรายได้ที่มั่นคงและสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ
ดร.เพิก เลิศวังพง รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า วงเงิน 2,280 ล้านบาทนี้ จะถูกใช้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน มาตรการรักษาเสถียรภาพราคายาง โดย กยท. ได้เริ่มดำเนินการซื้อยางก้อนถ้วยจากสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางผ่านตลาดกลางยางพาราของ กยท. ที่ตั้งอยู่ใน 4 จังหวัดหลัก ได้แก่ เชียงราย หนองคาย บุรีรัมย์ และระยอง ซึ่งในช่วงแรกสามารถดูดซับยางได้แล้วกว่า 33,000 ตัน
กลไกการบริหารจัดการยางพาราผ่านตลาดกลาง
หนึ่งในหัวใจสำคัญของ ขับเคลื่อนมาตรการรักษาเสถียรภาพราคายาง คือการใช้ตลาดกลางยางพาราเป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการผลผลิต ซึ่งจะช่วยลดความผันผวนของราคาและป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับรายได้ของเกษตรกร
- ซื้อยางก้อนถ้วยจากสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางโดยตรง
- แปรรูปเป็นยางแท่ง STR 20 คุณภาพสูง
- จำหน่ายให้ผู้ประกอบการและลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ
- ขยายตลาดรองรับผลผลิตยางพาราให้เพิ่มขึ้น
การดำเนินการดังกล่าวไม่เพียงแต่ช่วยดูดซับยางออกจากตลาด แต่ยังสร้างความมั่นคงให้กับห่วงโซ่อุปทานยางพาราของประเทศ ทำให้ราคายางสามารถอยู่ในระดับที่เหมาะสมและมีเสถียรภาพตามเป้าหมาย
แผนงานระยะยาวเพื่อความยั่งยืน
ขับเคลื่อนมาตรการรักษาเสถียรภาพราคายาง ไม่ใช่เพียงแค่การรับซื้อยางในระยะสั้น แต่ยังมุ่งเน้นการพัฒนาตลาดและการสร้างความต้องการใช้ยางพาราอย่างยั่งยืน โดย กยท. มีแผนงานดังนี้
- ขยายช่องทางการตลาดให้กว้างขึ้น
- สำรวจความต้องการซื้อยางของผู้ประกอบการ
- ส่งเสริมการใช้ยางพาราภายในประเทศ
- สนับสนุนการแปรรูปยางให้มีมูลค่าเพิ่ม
เป้าหมายสูงสุดของโครงการคือการดูดซับผลผลิตยางพาราออกจากระบบได้ไม่น้อยกว่า 250,000 ตันต่อปี ซึ่งจะส่งผลให้ราคายางพาราในตลาดมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญ เกษตรกรชาวสวนยางจะมีรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน
“กยท. มุ่งรักษาเสถียรภาพราคายาง โดยใช้ตลาดกลางยางพาราเป็นกลไกหลักในการบริหารจัดการยางพาราภายในประเทศ เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของราคายาง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้ของพี่น้องชาวสวนยาง” ดร.เพิก กล่าว
การขับเคลื่อนมาตรการรักษาเสถียรภาพราคายางครั้งนี้ ถือเป็นการบูรณาการทั้งด้านการตลาด การเงิน และการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยพี่น้องเกษตรกรเท่านั้น แต่ยังเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศโดยรวมอีกด้วย
ที่มา – ทุ่มงบ 2,280 ล้าน ขับเคลื่อนมาตรการรักษาเสถียรภาพราคายาง