คนละครึ่ง VS ดิจิทัลวอลเล็ต: แจกเงินแบบไหนดีกว่า?

ในยุคที่เศรษฐกิจของประเทศกำลังต้องการการกระตุ้น รัฐบาลได้เสนอมาตรการแจกเงินให้ประชาชนหลายรูปแบบ ซึ่งหนึ่งในข้อโต้แย้งที่ถูกหยิบยกมาคือ คนละครึ่ง กับ ดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท โดย คนละครึ่ง เป็นโครงการในรัฐบาลประยุทธ์ ส่วนดิจิทัลวอลเล็ตเป็นนโยบายของรัฐบาลเพื่อไทย แม้ทั้งสองมาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่รูปแบบการแจกเงินและการใช้จ่ายของประชาชนกลับมีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด

คนละครึ่ง VS ดิจิทัลวอลเล็ต: แจกเงินแบบไหนคุ้มค่า?

โครงการ คนละครึ่ง เป็นมาตรการที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยมีการส่งเงินไปหลายเฟสในช่วงที่รัฐบาลประยุทธ์อยู่ในอำนาจ ทั้ง 5 เฟสของโครงการคนละครึ่งใช้งบประมาณกว่า 230,000 ล้านบาท มีการใช้จ่ายจริงรวมกว่า 172,820 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นส่วนรัฐร่วมจ่าย 85,012 ล้านบาท และประชาชนร่วมจ่าย 87,808 ล้านบาท จากข้อมูลนี้จะเห็นได้ว่า เงินที่ฉีดเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเกิดการหมุนเวียนที่มีคุณภาพ เพราะไม่ได้จ่ายแบบจ่ายตรง แต่เป็นรูปแบบที่ประชาชนต้องเสียเงินไปด้วย หากคิดในเชิงการกระตุ้นเศรษฐกิจ มันก่อให้เกิดการใช้จ่ายจริงของประชาชนมากกว่า

ดูรายละเอียดโครงการคนละครึ่ง 5 เฟส

  • เฟส 1: การให้บริการอาหารเครื่องดื่มในร้านอาหารลดราคา 50%
  • เฟส 2: การซื้อสินค้าทั่วไป ลด 50% ได้สูงสุด 300 บาทต่อวัน
  • เฟส 3: รวมกลุ่มรายย่อยผู้ประกอบการและรายได้น้อย เช่น คนขับแท็กซี่และแรงงานอิสระ
  • เฟส 4-5: ใช้ระบบคูปองในพื้นที่ 77 จังหวัด ส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น

ในขณะที่ ดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ซึ่งเริ่มแจกในรัฐบาลเพื่อไทย โดยจ่ายไปแล้ว 2 เฟส คือกลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คนพิการ และประชาชนอายุเกิน 65 ปี ใช้งบประมาณไปแล้วกว่า 180,000 ล้านบาท ดูเผินๆ แล้วดูเหมือนจะดี เพราะจำนวนเงินต่อคนสูงกว่าคนละครึ่งหลายเท่า แต่ผลที่ได้กลับไม่ใช่ตามเป้าหมาย เพราะประชาชนจำนวนมากนำเงินไปชำระหนี้สิน หรือเก็บออมไว้ใช้ในอนาคต แทนที่จะนำเงินไปใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจโดยตรง ส่งผลให้เกิดแรงกระตุ้นน้อยกว่าที่คาดหวัง

ความแตกต่างระหว่าง ‘คนละครึ่ง’ กับ ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’

การเปรียบเทียบระหว่าง คนละครึ่ง กับ ดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ควรพิจารณาในเรื่องของวัตถุประสงค์ กลุ่มเป้าหมาย และผลกระทบทางเศรษฐกิจ ซึ่งจากข้อมูลแล้ว คนละครึ่งมีผลกระตุ้นเศรษฐกิจที่กว้างขวางกว่า ทั้งในด้านการสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย การเพิ่มการจ้างงาน และการหมุนเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเฟสที่ 4 และ 5 ที่เน้นพื้นที่ห่างไกล ขณะที่ดิจิทัลวอลเล็ตให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบางในสังคม ได้เงินเพิ่ม แต่ไม่ส่งผลให้มีการใช้จ่ายหมุนเวียนอย่างกว้างขวาง

สรุปแล้ว หากมองในมุมประสิทธิภาพในการกระตุ้นเศรษฐกิจ โครงการ คนละครึ่ง มีทั้งในแง่ของการกระจายรายได้ การกระตุ้นภาคธุรกิจ และการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการใช้จ่าย ดีกว่าดิจิทัลวอลเล็ต ที่มีแนวโน้มไปในเชิงการให้ความช่วยเหลือสังคม แต่การใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจลดลง

หากคุณคิดว่านโยบายการแจกเงินควรมุ่งสู่เศรษฐกิจโดยตรง หรือมุ่งลดความเหลื่อมล้ำในสังคม คุณมีมุมมองอย่างไร? ลองช่วยกันแชร์ความคิดเห็นเพื่อให้นโยบายทรัพย์กรรรมของประเทศมีประสิทธิภาพที่สุด

ที่มา – เปรียบเทียบ ‘คนละครึ่ง VS ดิจิทัลวอลเล็ต’ นโยบายแจกเงินแบบไหนดี-คุ้มค่า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *