ครม.เห็นชอบกู้เงินลงทุนแผนงาน กฟภ. ปี 68
คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ กฟภ. กู้เงินในประเทศเพื่อใช้เป็นเงินลงทุนสำหรับแผนงานระยะยาวใหม่ ปี 2568 รวม 11 แผนงาน ภายใต้กรอบวงเงินกู้รวม 10,406 ล้านบาท โดย กฟภ. จะทยอยกู้เงินตามความจำเป็นและความเหมาะสมของการดำเนินงานตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ
ข่าว ครม.เห็นชอบกู้เงินลงทุนแผนงาน กฟภ. ปี 68 สะท้อนแนวทางการพัฒนาระบบไฟฟ้าและการให้บริการประชาชนในระยะยาว ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน สถานีไฟฟ้า ระบบดิจิทัล ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และการนำสายไฟฟ้าลงใต้ดิน เพื่อให้ระบบไฟฟ้ามีความมั่นคงและรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น
ครม.เห็นชอบกู้เงินลงทุนแผนงาน กฟภ. ปี 68
กรอบวงเงินเต็มของแผนงานทั้ง 11 รายการอยู่ที่ 13,880.19 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินรายได้ของ กฟภ. 3,474.19 ล้านบาท และเงินกู้ในประเทศ 10,406 ล้านบาท วงเงินดังกล่าวถูกบรรจุไว้ในกรอบและงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจแล้วตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2567 การจัดสรรเงินจะช่วยให้ กฟภ. เดินหน้าโครงการสำคัญได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องดำเนินการกู้เงินทั้งหมดในครั้งเดียว
รายละเอียด 11 แผนงานสำคัญของ กฟภ.
- แผนงานสนับสนุนการดำเนินงาน ระยะที่ 6 วงเงินเต็มแผนงาน 6,150 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินกู้ 4,612 ล้านบาท และเงินรายได้ 1,538 ล้านบาท มุ่งจัดหาอุปกรณ์และสิ่งสนับสนุนให้เพียงพอต่อการปฏิบัติงาน รวมถึงช่วยให้การบริการลูกค้ารวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- แผนงานปฏิบัติการดิจิทัลด้านสื่อสารและโทรคมนาคม ปี 2568 วงเงิน 211.44 ล้านบาท โดยใช้เงินกู้ 158 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงข่ายสื่อสารให้ครอบคลุม และช่วยให้ศูนย์ควบคุมสามารถสั่งการอุปกรณ์ไฟฟ้าในสถานีไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- แผนงานปฏิบัติการดิจิทัลด้านระบบงานและแพลตฟอร์ม วงเงิน 96.07 ล้านบาท ใช้เงินกู้ 72 ล้านบาท เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีเสถียรภาพ พร้อมยกระดับความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์
- แผนงานปรับปรุงประสิทธิภาพสินทรัพย์สถานีไฟฟ้า วงเงิน 1,810.46 ล้านบาท ใช้เงินกู้ 1,357 ล้านบาท ช่วยให้ กฟภ. บริหารจัดการสินทรัพย์ได้ดีขึ้น และลดภาระงานด้านการบำรุงรักษา
- แผนงานจัดซื้ออุปกรณ์หลักเพื่อปรับปรุงระบบสายเคเบิลใต้ดิน วงเงิน 230.82 ล้านบาท ใช้เงินกู้ 173 ล้านบาท เพื่อให้ระบบสายเคเบิลใต้ดินและสถานีไฟฟ้าสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง และลดผลกระทบจากอุปกรณ์ชำรุด
- แผนงานจัดหาทดแทนสินทรัพย์สถานีไฟฟ้า วงเงิน 151.37 ล้านบาท ใช้เงินกู้ 113 ล้านบาท สำหรับจัดหาอุปกรณ์ทดแทนที่เสื่อมสภาพ เพื่อให้ระบบจำหน่ายไฟฟ้าพร้อมใช้งานอยู่เสมอ
- แผนงานเพิ่มประสิทธิภาพสินทรัพย์หม้อแปลงไฟฟ้ากำลังและหม้อแปลง AVR วงเงิน 1,084.96 ล้านบาท ใช้เงินกู้ 813 ล้านบาท ช่วยลดความเสี่ยงจากอุปกรณ์ที่เสื่อมสภาพ และเพิ่มความพร้อมในการจ่ายไฟ
- แผนงาน Digital Channels Integration and Enhancement วงเงิน 108 ล้านบาท ใช้เงินกู้ 81 ล้านบาท เพื่อรวมและพัฒนาช่องทางดิจิทัล ให้ลูกค้าสามารถติดต่อและใช้บริการของ กฟภ. ได้สะดวกจากแพลตฟอร์มเดียวมากขึ้น
- แผนงานซื้อขายและอนุญาตใช้สิทธิโปรแกรมคอมพิวเตอร์ วงเงิน 561.77 ล้านบาท ใช้เงินกู้ 421 ล้านบาท เพื่อเสริมระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามออนไลน์
- แผนระยะยาวการก่อสร้างเคเบิลใต้ดิน ระยะที่ 3 วงเงิน 2,500 ล้านบาท ใช้เงินกู้ 1,875 ล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่ดำเนินการ 74 จังหวัด ช่วยเพิ่มความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ลดปัญหาสายไฟฟ้าบนเสา และทำให้ภูมิทัศน์ในพื้นที่มีความเป็นระเบียบมากขึ้น
- แผนงานจ้างดูแลและบำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์สำหรับธุรกิจหลัก วงเงิน 975.30 ล้านบาท ใช้เงินกู้ 731 ล้านบาท เพื่อให้ระบบคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์พร้อมใช้งานต่อเนื่อง ลดโอกาสที่ระบบจะหยุดชะงัก และช่วยสนับสนุนการปฏิบัติงานของ กฟภ.
ผลที่ประชาชนคาดว่าจะได้รับ
การลงทุนครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะการก่อสร้างหรือจัดซื้ออุปกรณ์เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมการปรับปรุงกระบวนการทำงานและการให้บริการผ่านช่องทางดิจิทัล ประชาชนจึงมีโอกาสได้รับบริการที่รวดเร็วขึ้น ติดต่อ กฟภ. ได้ง่ายขึ้น และได้รับประโยชน์จากระบบไฟฟ้าที่มีความต่อเนื่องและเชื่อถือได้มากกว่าเดิม
นอกจากนี้ การพัฒนาโครงข่ายสื่อสาร ระบบสารสนเทศ และมาตรการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ยังมีความสำคัญต่อการรองรับสังคมดิจิทัล หากระบบไฟฟ้าและระบบข้อมูลทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ กฟภ. จะสามารถติดตามปัญหา วิเคราะห์สถานการณ์ และแก้ไขเหตุขัดข้องได้เร็วขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของผู้ใช้ไฟฟ้า
โดยสรุป ครม.เห็นชอบกู้เงินลงทุนแผนงาน กฟภ. ปี 68 เป็นการสนับสนุนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่ครอบคลุมทั้งระบบไฟฟ้า เทคโนโลยี และการบริการประชาชน แม้โครงการจะทยอยดำเนินการตามความจำเป็น แต่ผลลัพธ์ที่คาดหวังคือระบบไฟฟ้าที่มั่นคง ปลอดภัย และพร้อมรองรับการเติบโตของประเทศในอนาคต ผู้ใช้ไฟฟ้าควรติดตามความคืบหน้าของแต่ละโครงการ เพื่อดูว่าการลงทุนนี้จะยกระดับบริการในพื้นที่ของตนอย่างไร
ที่มา – ครม.เห็นชอบกู้เงินในประเทศเป็นเงินลงทุนสำหรับการลงทุนแผนงานระยะยาวใหม่ ปี68 ของ กฟภ.