ครม.ไฟเขียวกองทุนน้ำมันฯกู้เงิน 2 หมื่นล้าน พยุงสภาพคล่องรับมือวิกฤติ

ในสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันโลกผันผวนหนักจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติสำคัญที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจไทยให้รอดพ้นวิกฤติพลังงาน ล่าสุด ครม.ไฟเขียวกองทุนน้ำมันฯกู้เงิน 2 หมื่นล้าน พยุงสภาพคล่องรับมือวิกฤติ เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันในประเทศให้ประชาชนไม่เดือดร้อน

ครม.ไฟเขียวกองทุนน้ำมันฯกู้เงิน 2 หมื่นล้าน พยุงสภาพคล่องรับมือวิกฤติ

วันที่ 28 เมษายน 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมครม.มีมติอนุมัติให้สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) สามารถกู้ยืมเงินวงเงิน 20,000 ล้านบาท โดย สกนช. จะดำเนินการกู้เงินได้เมื่อครม.อนุมัติแผนการบริหารหนี้สาธารณะแล้ว มติครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เริ่มมาตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ส่งผลให้ปริมาณเชื้อเพลิงในตลาดโลกลดลงอย่างมาก และราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง

ผลกระทบโดยตรงคือราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศไทยที่พุ่งสูง สะท้อนถึงค่าครองชีพของประชาชนที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากข้อมูล ณ วันที่ 5 เมษายน 2569 กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีฐานะทางการเงินติดลบสูงถึง 53,000 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นหนี้ค้างจ่ายเงินชดเชยน้ำมันประเภทต่าง ๆ ให้ผู้ค้าน้ำมันถึง 56,000 ล้านบาท สถานการณ์นี้ทำให้ผู้ประกอบการขาดสภาพคล่อง ไม่สามารถจัดหาน้ำมันได้เต็มที่ และมีความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำมันในประเทศอย่างรุนแรง

สาเหตุวิกฤติและความจำเป็นในการกู้เงิน

ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ดังกล่าวทำให้อุปทานน้ำมันโลกถูกกระทบหนัก โดยเฉพาะจากอิหร่านที่เป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ รัฐบาลไทยจึงต้องเร่งหามาตรการรับมือ ในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 ได้เห็นชอบนำเสนอครม.เพื่ออนุมัติการกู้ยืมเงินของ สกนช. โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาระดับราคาน้ำมันให้เหมาะสมท่ามกลางวิกฤติ

  • แผนการใช้จ่ายเงินกู้: 20,000 ล้านบาท ในช่วงเดือนมิถุนายน – สิงหาคม 2569 เพื่อชดเชยราคาน้ำมันและพยุงผู้ประกอบการ
  • แผนชำระหนี้: เริ่มเดือนกรกฎาคม 2571 – สิงหาคม 2574 เพื่อไม่ให้เป็นภาระหนี้สาธารณะระยะยาว
  • การขยายวงเงิน: หากจำเป็น สามารถขยายเป็น 40,000 ล้านบาท และหากเกินกว่านั้นต้องออกพระราชกฤษฎีกาหรือ พ.ร.ก. ค้ำประกันจากกระทรวงการคลัง

การอนุมัติครั้งนี้ไม่เพียงเสริมสภาพคล่องให้กองทุนน้ำมันเท่านั้น แต่ยังช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากราคาพลังงานที่พุ่งสูง สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและประชาชน

หากไม่มีมาตรการนี้ ราคาน้ำมันอาจทะยานสูงกว่านี้ ส่งผลกระทบต่อค่าขนส่ง สินค้าอุปโภคบริโภค และกำลังซื้อของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มรายได้น้อย รัฐบาลมองว่านี่คือการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อป้องกันวิกฤติใหญ่กว่าเดิม นอกจากนี้ ยังช่วยรักษาความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศในระยะยาว

จากประสบการณ์วิกฤติน้ำมันในอดีต เช่น สงครามรัสเซีย-ยูเครน การมีกองทุนที่แข็งแกร่งช่วยลดแรงกระแทกได้มาก การตัดสินใจของครม.จึงเป็นก้าวสำคัญในการรับมือ ครม.ไฟเขียวกองทุนน้ำมันฯกู้เงิน 2 หมื่นล้าน พยุงสภาพคล่องรับมือวิกฤติ ครั้งนี้

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ เศรษฐกิจไทยจะได้รับประโยชน์โดยตรงจากการรักษาราคาน้ำมันไม่ให้ผันผวนเกิน 5-10% ต่อเดือน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการบริโภคและการลงทุนได้อีกด้วย

สุดท้าย การเคลื่อนไหวของรัฐบาลแสดงถึงความรับผิดชอบต่อประชาชนท่ามกลางพายุเศรษฐกิจโลก หากคุณเป็นผู้ใช้รถยนต์หรือธุรกิจที่พึ่งพาน้ำมัน แนะนำให้ติดตามราคาน้ำมันประจำวันและวางแผนการใช้พลังงานอย่างประหยัด เพื่อรับมือสถานการณ์ที่อาจยืดเยื้อ คุณคิดว่ามาตรการนี้เพียงพอหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อน ๆ ได้รับรู้ข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – ครม.ไฟเขียวกองทุนน้ำมันฯกู้เงิน 2 หมื่นล้าน พยุงสภาพคล่องรับมือวิกฤติ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *