ครม.ไฟเขียวงบประมาณ 18,500 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไทย พร้อมสนับสนุนกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและ กยศ.

ครม.ไฟเขียวงบ 18,500 ล้านบาท กระตุ้นเศรษฐกิจระยะยาว

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล ได้มีการประกาศความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณ 18,500 ล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีการแบ่งงบประมาณออกเป็นสองส่วนหลักที่มีเป้าหมายชัดเจน ได้แก่

  • 10,000 ล้านบาท สำหรับโครงการ กองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
  • 8,500 ล้านบาท เพื่อใช้ใน กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ทั้งในส่วนของผู้กู้รายใหม่และผู้กู้เดิม

การลงทุนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและอนาคตเศรษฐกิจ

จุดเด่นของงบประมาณในส่วนของ กยศ. คือการช่วยลดภาระของนักเรียน นักศึกษา และผู้ปกครอง โดยการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อการศึกษา ซึ่งมีผลต่อการพัฒนาแรงงานในอนาคต สิ่งนี้จะช่วยให้คนรุ่นใหม่พร้อมรับความท้าทายในศตวรรษที่ 21 ที่ความมั่นคงทางการศึกษาสัมพันธ์กับขีดความสามารถของประเทศในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ

ยกระดับขีดแข่งขันในยุคเศรษฐกิจใหม่

การลงทุนใน กองทุนเพิ่มขีดแข่งขันประเทศ จะเน้นการปรับปรุงโครงสร้างเศรษฐกิจให้ยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก เช่น การพัฒนาดิจิทัล การส่งเสริมการผลิตสินค้าที่มีนวัตกรรม และการเตรียมภาคเกษตรกรรมให้แข่งขันกับต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

งบประมาณส่วนที่เหลืออาจใช้เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากภาษีนำเข้าสหรัฐฯ 19%

รัฐบาลถือว่าการตกลงภาษีนำเข้ากับสหรัฐฯ ที่ได้อัตรา 19% ถือเป็นความสำเร็จที่ดีร่วมกัน แม้จะมีการเจรจาก่อนหน้านี้หลายรอบ และในท้ายที่สุดก็ได้ผลลัพธ์ที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับได้ โดยไทยยังได้รับการคุ้มครองสินค้าสำคัญบางชนิดที่ส่งผลต่อการเกษตรกรและผู้ผลิต

ซึ่งคำกล่าวของ รมช.คลัง ว่า “แม้จะยังเหลือเงินอีก 25,000 ล้านบาทในปีงบประมาณ 2568 แต่ยังไม่มีการตัดสินใจใด ๆ ที่ชัดเจน อาจนำมาใช้เยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอัตราภาษีนำเข้านี้ แต่ต้องรอฟังร่างถ้อยแถลงจากกระทรวงต่าง ๆ ก่อน แล้วจึงนำส่งสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาต่อ”

ในส่วนของ แผนกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่ผ่านมานี้ จึงไม่ใช่แค่การช่วยเหลือเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่มุ่งสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้สอดรับกับบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

ที่สำคัญ โครงการเหล่านี้ยังได้รับการสนับสนุนจากหลายๆ ส่วน ไม่ว่าจะเป็นการปฏิรูประบบภาษี และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดอุปสรรคทางเศรษฐกิจให้ผู้ประกอบการทุกระดับ

ไทยกับความท้าทายครั้งใหม่ในเวทีโลก

หากมองในภาพใหญ่ การตกลงทางภาษี 19% กับสหรัฐ อาจทำให้เกิดความท้าทายในตลาดโลก แต่ก็เปิดโอกาสให้ไทยต้องพัฒนาตนเองให้มากขึ้น ทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ ต้องทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด การสร้างนวัตกรรมในอุตสาหกรรมสำคัญ การพัฒนาแรงงานที่มีคุณภาพ และการลดการพึ่งพาต่างประเทศจะเป็นกุญแจสำคัญในการก้าวไปข้างหน้า

การได้รับการไฟเขียวงบประมาณนี้ เป็นการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรม และเชื่อว่าน่าจะได้ผลลัพธ์อย่างที่ทำให้เกิดความมั่นคงให้กับประเทศไทยอย่างชัดเจนในอีก 5–10 ปี

สำหรับคุณผู้อ่าน อย่าลืมติดตามความคืบหน้าทั้งในส่วนของ โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ครม. รวมถึงการตัดสินใจเรื่อง งบประมาณเยียวยา ที่อาจเกิดขึ้นห้วงปลายปีนี้ เพื่อให้ประชาชนได้เตรียมตัวรับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจอย่างรอบด้าน

ที่มา – ครม.ไฟเขียวงบ 18,500 ล้านบาท กระตุ้นเศรษฐกิจ เข้ากองทุนเพิ่มขีดแข่งขัน-กยศ.

Tags:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *