ความมั่นคงสกัดจับสิบล้อลอบขนเครื่องปั่นไฟ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวอาชญากรรมข้ามชาติ วันนี้เรามีข่าวร้อนๆ จากชายแดนไทย-เมียนมาที่น่าติดตามมาก เมื่อเจ้าหน้าที่ความมั่นคงแสดงพลังในการ ความมั่นคงสกัดจับสิบล้อลอบขนเครื่องปั่นไฟ และอุปกรณ์ไฟฟ้าสำคัญ เพื่อไม่ให้ตกไปอยู่ในมือของแก๊งสแกมเมอร์ที่กำลังขยายอาณาจักรในรัฐมอญ ประเทศเมียนมา เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา และกลายเป็นเครื่องเตือนใจถึงภัยคุกคามที่แฝงตัวอยู่ใกล้ชายแดนบ้านเรา

ความมั่นคงสกัดจับสิบล้อลอบขนเครื่องปั่นไฟ

ปฏิบัติการครั้งนี้เริ่มต้นจากจุดตรวจความมั่นคงบ้านน้ำเกิก บนถนนสาย 323 สายอำเภอสังขละบุรีไปด่านเจดีย์สามองค์ หมู่ 8 ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานรวมพลังกันอย่างลงตัว ได้แก่ พ.อ.เจนยุทธ ประเสริฐพงศ์ธร รองผู้บังคับการฉก.ลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ พล.ร.9 ร.อ.พงศกร สร้อยฉวี ผู้บังคับบัญชาการส่วนลาดตระเวน ฉก.ลาดหญ้า พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี พ.ต.อ.สันติ พิทักษ์สกุล ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลสังขละบุรี ตำรวจชายแดนที่ 134 เจ้าหน้าที่ปกครองอำเภอสังขละบุรี และศุลกากรสังขละบุรี

สถานการณ์การไล่ล่าที่ตื่นเต้น

ระหว่างตั้งจุดตรวจ เจ้าหน้าที่ส่งสัญญาณขอตรวจค้นรถบรรทุก 10 ล้อ จำนวน 3 คันที่ดูน่าสงสัยเพราะคลุมผ้าใบมิดชิด แต่รถทั้งสามคันไม่ยอมหยุดและพยายามหลบหนีทันที! เจ้าหน้าที่ไม่ยอมแพ้ ติดตามไล่ล่าจนพบว่ารถจอดนิ่งอยู่ห่างจากชายแดนประมาณ 300 เมตร ฝั่งตรงข้ามหมู่บ้านบ่อญี่ปุ่น รัฐมอญ เมียนมา นี่คือจุดที่ใกล้เคียงกับฐานที่มั่นของแก๊งสแกมเมอร์มากที่สุด

ของกลางสุดอลังการ มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

ผลการตรวจค้นเปิดเผยของกลางที่น่าตกใจ ดังนี้:

  • รถคันที่ 1: ขับโดยนายสุรศักดิ์ บรรทุกเครื่องกำเนิดไฟฟ้าดีเซลขนาด 1,000 kVA จำนวน 1 เครื่อง
  • รถคันที่ 2: ขับโดยนายสถาพร บรรทุกเครื่องกำเนิดไฟฟ้าดีเซลขนาด 1,000 kVA จำนวน 1 เครื่อง และตู้ระบบควบคุมไฟฟ้า 1 ตู้
  • รถคันที่ 3: ขับโดยนายชนะ บรรทุกตู้ควบคุมระบบไฟฟ้า จำนวน 3 ตู้

ของกลางทั้งหมดมีภาษาจีนติดอยู่รอบเครื่อง แสดงให้เห็นแหล่งกำเนิดจากจีน และผู้ขับขี่ไม่สามารถแสดงใบอนุญาตผ่านพิธีการศุลกากรได้เลย มูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท! เจ้าหน้าที่จึงจับกุมผู้ต้องหาทั้งสามรายทันที และขยายผลจับกุมเจ้าของบริษัทชิปปิ้งเพิ่มอีก 1 ราย

คำรับสารภาพและข้อกล่าวหา

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหารับสารภาพว่ารับจ้างจากบริษัทชิปปิ้งแห่งหนึ่งในตำบลลาดหญ้า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อขนสินค้าไปส่งลูกค้าที่ด่านเจดีย์สามองค์ แต่โชคร้ายถูกเจ้าหน้าที่สกัดจับได้ก่อน เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาตามพระราชบัญญัติศุลกากร ฐานส่งออกสินค้าโดยไม่ผ่านพิธีการและไม่ได้รับอนุญาต นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

เหตุการณ์ ความมั่นคงสกัดจับสิบล้อลอบขนเครื่องปั่นไฟ ครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นของการตรวจตราชายแดนอย่างเข้มงวด แก๊งสแกมเมอร์ในเมียนมามักต้องการเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดใหญ่และตู้ควบคุมเหล่านี้ เพื่อรองรับการทำงานของเซิร์ฟเวอร์คอลเซ็นเตอร์ที่ต้องใช้ไฟฟ้าตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะในพื้นที่ไฟฟ้าไม่เสถียรอย่างรัฐมอญ หากของกลางเหล่านี้หลุดรอดไปได้ ก็จะช่วยให้อาชญากรโกงเงินคนไทยและต่างชาตินับไม่ถ้วนได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังเป็นบทเรียนให้กับผู้ประกอบการชิปปิ้งและผู้ขับรถต้องตรวจสอบสินค้าอย่างละเอียดก่อนขนส่ง เพราะการลักลอบส่งออกไม่เพียงเสี่ยงติดคุก แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อาชญากรรมข้ามชาติ ปัจจุบัน แก๊งสแกมเมอร์ชายแดนมีรายงานว่าสร้างความเสียหายหลายพันล้านบาทต่อปี การปราบปรามแบบนี้จึงเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความมั่นคงของชาติ

สุดท้ายนี้ อยากฝากว่าเพื่อนๆ ควรระวังการติดต่อออนไลน์ที่ดูน่าสงสัย และสนับสนุนเจ้าหน้าที่ด้วยการแจ้งเบาะแส หากมีข้อมูลเพิ่มเติม แสดงความคิดเห็นด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้เพื่อสร้างความตระหนักรู้กันนะครับ! การป้องกันอาชญากรรมต้องเริ่มจากทุกคน

ที่มา – ความมั่นคงสกัดจับสิบล้อลอบขน ‘เครื่องปั่นไฟ-ตู้ควบคุมไฟฟ้า’ ส่งชายแดนให้แก๊งสแกมเมอร์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *