คุมเข้มร้านกัญชา 12,279 แห่ง
รัฐบาลเดินหน้าคุมเข้มร้านกัญชา 12,279 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้การจำหน่ายสมุนไพรควบคุมเป็นไปตามกฎหมายและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ทางการแพทย์อย่างชัดเจน หลังพบว่าผู้ประกอบการบางส่วนยังฝ่าฝืนเงื่อนไขใบอนุญาตในหลายรูปแบบ มาตรการครั้งนี้จึงไม่ได้มุ่งสร้างผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎ แต่เน้นจัดการกับร้านที่ไม่ให้ความร่วมมือและอาจสร้างความเสี่ยงต่อประชาชน เยาวชน และภาพรวมของสังคม
คุมเข้มร้านกัญชา 12,279 แห่ง เพื่อความปลอดภัย
จากข้อมูลล่าสุด ประเทศไทยมีร้านจำหน่ายสมุนไพรควบคุมหรือกัญชาที่ได้รับอนุญาตอยู่จำนวน 12,279 ร้าน โดยจังหวัดที่มีร้านกัญชามากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร 1,726 ร้าน จังหวัดภูเก็ต 1,046 ร้าน จังหวัดชลบุรี 900 ร้าน จังหวัดสุราษฎร์ธานี 717 ร้าน และจังหวัดเชียงใหม่ 482 ร้าน ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจกัญชายังคงมีบทบาทในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวและเมืองขนาดใหญ่
อย่างไรก็ตาม การมีใบอนุญาตไม่ได้หมายความว่าผู้ประกอบการจะสามารถดำเนินกิจการได้โดยไม่มีข้อจำกัด ร้านค้าทุกแห่งต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดอย่างเคร่งครัด ทั้งเรื่องการจัดทำรายงาน การจำหน่ายตามหลักเกณฑ์ การห้ามโฆษณาเชิงพาณิชย์ และการควบคุมการใช้กัญชาในสถานประกอบการ รัฐบาลจึงเพิ่มการติดตามและตรวจสอบเชิงรุก เพื่อให้กฎหมายมีผลในทางปฏิบัติจริง
คุมเข้มร้านกัญชา 12,279 แห่ง ตรวจสอบการฝ่าฝืน
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพบการกระทำผิดหลายลักษณะจากผู้ประกอบการบางราย ซึ่งแต่ละกรณีอาจส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้บริโภคและทำให้การใช้กัญชาหลุดออกจากกรอบทางการแพทย์ พฤติกรรมที่ถูกจับตาอย่างใกล้ชิดมีดังนี้
- ไม่จัดทำหรือไม่ส่งรายงาน ตามรูปแบบและระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ทำให้หน่วยงานไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลการดำเนินงานได้อย่างครบถ้วน
- จำหน่ายกัญชาโดยไม่มีใบสั่งจ่าย ซึ่งอาจทำให้ผู้ซื้อเข้าถึงผลิตภัณฑ์โดยขาดการประเมินความเหมาะสมและความปลอดภัย
- จัดโปรโมชันหรือโฆษณาเพื่อการค้า การสื่อสารลักษณะดังกล่าวอาจกระตุ้นการใช้กัญชาโดยไม่คำนึงถึงข้อจำกัดและผลกระทบต่อเยาวชน
- จัดให้มีการสูบกัญชาภายในร้าน ซึ่งไม่สอดคล้องกับแนวทางควบคุมการใช้กัญชาและอาจส่งผลต่อผู้ที่อยู่ใกล้เคียง
- จำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ทำให้การตรวจสอบผู้ซื้อและรูปแบบการจำหน่ายทำได้ยากขึ้น
สำหรับบทลงโทษ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกกำหนดมาตรการตั้งแต่การพักใช้ใบอนุญาต 30 วัน หรือ 90 วัน ขึ้นอยู่กับลักษณะและความรุนแรงของความผิด หากเป็นกรณีร้ายแรง ผู้ประกอบการอาจถูกเพิกถอนใบอนุญาตทันทีตามขั้นตอนของกฎหมาย นอกจากนี้ หากร้านใดเคยถูกพักใช้ใบอนุญาตแล้วกลับมากระทำผิดซ้ำในเรื่องเดิมเป็นครั้งที่สอง ก็อาจถูกพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตได้เช่นกัน
จำนวนคำอุทธรณ์และกระบวนการพิจารณา
ในปี 2569 มีการยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตรวม 66 คำขอ แบ่งเป็นกรุงเทพมหานคร 31 คำขอ จังหวัดภูเก็ต 15 คำขอ จังหวัดศรีสะเกษ 7 คำขอ จังหวัดสุราษฎร์ธานี 6 คำขอ จังหวัดชลบุรี 2 คำขอ และจังหวัดอื่น ๆ อีก 5 คำขอ ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการจำนวนหนึ่งยังต้องการใช้สิทธิทางกฎหมายเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงหรือคัดค้านคำสั่งของหน่วยงานรัฐ
รัฐบาลยืนยันว่าการอุทธรณ์จะต้องผ่านการพิจารณาอย่างรอบด้าน โดยคณะอนุกรรมการพิจารณาและวินิจฉัยอุทธรณ์จะตรวจสอบทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ก่อนเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย กระบวนการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้การตัดสินใจเป็นธรรม โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ ผู้ประกอบการจึงควรเตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วน รวมถึงชี้แจงแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างชัดเจน
ผู้ประกอบการควรเตรียมตัวอย่างไร
ร้านกัญชาที่ได้รับใบอนุญาตควรตรวจสอบการดำเนินงานของตัวเองเป็นระยะ ไม่ควรรอให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจแล้วจึงแก้ไข เพราะความผิดบางประเภทสามารถป้องกันได้ด้วยการวางระบบภายในที่ดี เจ้าของร้านควรเก็บข้อมูลการจำหน่ายอย่างเป็นระบบ ตรวจสอบเอกสารใบสั่งจ่าย กำหนดผู้รับผิดชอบด้านรายงาน และอบรมพนักงานให้เข้าใจกฎระเบียบตรงกัน
นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการใช้ข้อความโฆษณาที่สื่อว่ากัญชาช่วยสร้างความสนุกหรือเหมาะกับการใช้เพื่อสันทนาการ รวมถึงไม่ควรเผยแพร่โปรโมชันผ่านสื่อออนไลน์ หากไม่แน่ใจว่ากิจกรรมใดทำได้หรือไม่ ควรสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการ เพราะการแก้ไขตั้งแต่ต้นย่อมดีกว่าการต้องเผชิญคำสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตในภายหลัง
การคุมเข้มร้านกัญชา 12,279 แห่ง จึงเป็นสัญญาณว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการจัดระเบียบธุรกิจและการคุ้มครองประชาชนมากขึ้น ผู้ประกอบการที่ทำถูกต้องไม่ควรกังวลกับมาตรการตรวจสอบ แต่ควรใช้โอกาสนี้สร้างมาตรฐานที่ดีให้ธุรกิจของตัวเอง ส่วนผู้ที่เคยฝ่าฝืนควรเร่งปรับปรุงระบบและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อให้ธุรกิจกัญชาเดินหน้าได้อย่างรับผิดชอบและยั่งยืน
ในมุมมองของผู้บริโภค การเลือกใช้บริการจากร้านที่มีใบอนุญาตและแสดงข้อมูลอย่างโปร่งใสถือเป็นเรื่องสำคัญ หากพบการขายโดยไม่ตรวจสอบเงื่อนไข มีการโฆษณาเกินจริง หรือเปิดให้สูบภายในร้าน ควรหลีกเลี่ยงและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การร่วมกันสอดส่องของประชาชนจะช่วยสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมาย และทำให้การใช้กัญชาอยู่ในกรอบที่ปลอดภัยมากขึ้น
ข้อคิดสำคัญ: การปฏิบัติตามกฎหมายไม่ใช่เพียงการรักษาใบอนุญาต แต่เป็นความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค ชุมชน และอนาคตของอุตสาหกรรมกัญชา ผู้ประกอบการควรตรวจสอบมาตรฐานร้านอย่างสม่ำเสมอ และพร้อมปรับตัวให้สอดคล้องกับกฎระเบียบที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
ที่มา – รัฐบาลคุมเข้มร้านกัญชาได้รับอนุญาต 12,279 แห่ง ฝ่าฝืนเพิกถอนใบอนุญาต