ค้าต่างประเทศคว้ารางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ปี 69
กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ สร้างความภาคภูมิใจครั้งสำคัญด้วยการคว้ารางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี 2569 หรือ National Innovation Awards 2026 ด้านองค์กรนวัตกรรม จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ความสำเร็จนี้ทำให้กรมการค้าต่างประเทศกลายเป็นหน่วยงานแรกในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ที่ได้รับรางวัลในสาขาดังกล่าว และสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจในการยกระดับการทำงานภาครัฐให้สอดคล้องกับยุคดิจิทัล
ข่าว ค้าต่างประเทศคว้ารางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ปี 69 ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของรางวัลที่มอบให้กับหน่วยงานเท่านั้น แต่ยังเป็นภาพสะท้อนของการปรับเปลี่ยนวิธีคิด การทำงาน และการให้บริการประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยกรมฯ เดินหน้าสู่การเป็น “DFT’s SMART INTEGRATOR” หรือองค์กรที่ทำหน้าที่บูรณาการข้อมูล บริการ และความร่วมมือด้านการค้าต่างประเทศ เพื่อเชื่อมโยงประเทศไทยไปสู่โอกาสทางเศรษฐกิจที่กว้างไกลกว่าเดิม
ค้าต่างประเทศคว้ารางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ปี 69 สู่บริการดิจิทัล
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า รางวัลครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของกรมฯ และเป็นผลจากความร่วมมือของบุคลากรทุกระดับ ภายใต้แนวคิด “คน คิด เปลี่ยน ขับเคลื่อน” เจ้าหน้าที่ไม่ได้มองนวัตกรรมว่าเป็นเพียงการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ แต่ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงานให้ตอบโจทย์ผู้ประกอบการและประชาชนมากขึ้น
หัวใจของการพัฒนาอยู่ที่การทำให้การค้าต่างประเทศเป็นเรื่องง่าย สะดวก รวดเร็ว และลดต้นทุน ผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องเดินทางไปติดต่อหน่วยงานหลายครั้งเหมือนในอดีต อีกทั้งยังสามารถติดตามสถานะการดำเนินงานผ่านระบบออนไลน์ได้อย่างชัดเจน แนวทางนี้ช่วยลดการใช้เอกสาร ลดเวลาในการทำธุรกรรม และเพิ่มความโปร่งใสในกระบวนการให้บริการ
ค้าต่างประเทศคว้ารางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ปี 69 ด้วยแนวคิด SMART INTEGRATOR
ภายใต้แนวคิด “DFT’s SMART INTEGRATOR : บูรณาการการค้า เชื่อมไทย สู่โอกาสที่ไกลกว่า” กรมการค้าต่างประเทศมุ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ส่งออก ผู้นำเข้า และเครือข่ายการค้าระหว่างประเทศเข้าด้วยกัน การทำงานลักษณะนี้ช่วยให้ข้อมูลไหลเวียนได้เป็นระบบ และทำให้การตัดสินใจของผู้ประกอบการมีความรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น
การบูรณาการดังกล่าวครอบคลุมทั้งการเชื่อมโยงระบบงาน การใช้ข้อมูลเพื่อวางแผน และการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตร กรมฯ ให้ความสำคัญกับการออกแบบบริการจากมุมมองของผู้ใช้งานจริง โดยรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากผู้ประกอบการ ก่อนนำมาปรับปรุงขั้นตอนต่าง ๆ ให้ใช้งานง่ายและเหมาะสมกับบริบทของธุรกิจในแต่ละกลุ่ม
ยกระดับ e-DFT ด้วยเทคโนโลยีและข้อมูล
หนึ่งในผลงานเด่นของกรมฯ คือการปฏิรูปบริการ e-DFT ทั้ง 13 บริการ ให้เป็นระบบ End-to-End Digital Service ตั้งแต่การยื่นคำขอ การตรวจสอบข้อมูล การอนุมัติ ไปจนถึงการรับเอกสารหรือผลการดำเนินงานแบบดิจิทัล การเปลี่ยนแปลงนี้สอดคล้องกับนโยบาย No Visit และ Paperless 100% ซึ่งช่วยให้ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจได้จากทุกสถานที่โดยไม่ต้องพึ่งพาเอกสารกระดาษ
กรมฯ ยังนำเทคโนโลยีสำคัญมาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดข้อผิดพลาดในการให้บริการ ได้แก่ AI-OCR สำหรับอ่านและแปลงข้อมูลจากเอกสาร Machine Learning สำหรับช่วยวิเคราะห์และเรียนรู้รูปแบบข้อมูล รวมถึง Digital Signature สำหรับยืนยันตัวตนและรับรองเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีเหล่านี้ทำงานร่วมกันเพื่อให้กระบวนการมีความรวดเร็ว ปลอดภัย และตรวจสอบย้อนกลับได้
- AI-OCR ช่วยลดเวลาในการบันทึกข้อมูลจากเอกสารและลดความผิดพลาดจากการกรอกข้อมูลด้วยมือ
- Machine Learning ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและสนับสนุนการตรวจสอบให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
- Digital Signature ช่วยยืนยันความถูกต้องของเอกสารและเพิ่มความน่าเชื่อถือให้ธุรกรรมออนไลน์
- ระบบเชื่อมโยงข้อมูล ช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลได้อย่างเป็นระบบ
นอกจากนี้ กรมฯ ยังเชื่อมโยงข้อมูลผ่าน National Single Window หรือ NSW และ ASEAN Single Window หรือ ASW ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการอำนวยความสะดวกทางการค้า การเชื่อมต่อระดับประเทศและระดับอาเซียนช่วยลดการส่งข้อมูลซ้ำซ้อน เพิ่มความคล่องตัวในการนำเข้าและส่งออก และสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยแข่งขันในตลาดโลกได้ดียิ่งขึ้น
วัฒนธรรมนวัตกรรมคือพลังเบื้องหลังความสำเร็จ
แม้เทคโนโลยีจะมีบทบาทสำคัญ แต่ความสำเร็จของการเปลี่ยนผ่านดิจิทัลไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากขาดบุคลากรที่พร้อมเรียนรู้และปรับตัว กรมการค้าต่างประเทศจึงสร้างวัฒนธรรมองค์กรภายใต้แนวคิด “One Heart, Driving Innovation Together” เปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ทุกระดับมีส่วนร่วมในการเสนอแนวคิด ทดลองวิธีการใหม่ และพัฒนางานบริการอย่างต่อเนื่อง
แนวทางการสร้างวัฒนธรรมนวัตกรรมของกรมฯ ให้ความสำคัญกับ 4 ด้าน ได้แก่ People, Data, Partnership และ Sustainability แต่ละด้านมีบทบาทในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างสมดุล People คือการพัฒนาคนให้มีทักษะและความพร้อม Data คือการใช้ข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อประกอบการตัดสินใจ Partnership คือการทำงานร่วมกับพันธมิตร และ Sustainability คือการพัฒนาบริการที่สร้างประโยชน์ในระยะยาว
ประโยชน์ที่ผู้ประกอบการจะได้รับ
การพัฒนาบริการของกรมการค้าต่างประเทศส่งผลโดยตรงต่อผู้ประกอบการหลายด้าน ผู้ใช้งานสามารถยื่นคำขอผ่านระบบออนไลน์ได้ตลอดเวลา ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางและการจัดเตรียมเอกสาร ลดระยะเวลารอคอย และตรวจสอบสถานะได้สะดวกมากขึ้น สำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม การมีบริการภาครัฐที่รวดเร็วและเข้าถึงง่ายจะช่วยลดอุปสรรคในการเริ่มต้นหรือขยายตลาดต่างประเทศ
ในระยะยาว ระบบดิจิทัลยังช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย เพราะข้อมูลที่เชื่อมโยงกันทำให้หน่วยงานสามารถมองเห็นภาพรวมของการค้า วิเคราะห์แนวโน้ม และออกแบบมาตรการสนับสนุนได้ตรงจุดมากขึ้น ผู้ประกอบการเองก็สามารถวางแผนธุรกิจบนพื้นฐานของข้อมูลที่ชัดเจน และตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงของตลาดโลกได้รวดเร็ว
มุมมองต่ออนาคตของบริการภาครัฐ
กรณี ค้าต่างประเทศคว้ารางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ปี 69 จึงเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจของการนำแนวคิดนวัตกรรมมาใช้กับงานภาครัฐอย่างจริงจัง รางวัลนี้ช่วยยืนยันว่าหน่วยงานราชการสามารถพัฒนาบริการให้ทันสมัยและตอบโจทย์ประชาชนได้ หากมีเป้าหมายที่ชัดเจน มีผู้นำที่สนับสนุนการเปลี่ยนแปลง และเปิดพื้นที่ให้บุคลากรทุกระดับเข้ามามีส่วนร่วม
สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้คือการต่อยอดระบบดิจิทัลให้ครอบคลุมบริการมากขึ้น รวมถึงการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีอย่างมีความรับผิดชอบ หากกรมฯ ยังคงรับฟังเสียงของผู้ใช้งานและพัฒนาบริการอย่างต่อเนื่อง แนวคิด DFT’s SMART INTEGRATOR จะไม่ใช่เพียงคำขวัญ แต่จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการให้บริการด้านการค้าต่างประเทศที่ช่วยให้ไทยเชื่อมโยงกับโลกได้อย่างมั่นคง
สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการลดขั้นตอนและเพิ่มความคล่องตัวในการทำธุรกิจ ควรติดตามบริการ e-DFT และศึกษาช่องทางดิจิทัลของกรมการค้าต่างประเทศอย่างสม่ำเสมอ เพราะการปรับตัวให้พร้อมกับระบบออนไลน์ในวันนี้ จะช่วยสร้างโอกาสและความได้เปรียบในการแข่งขันในวันข้างหน้า
ที่มา – ค้าต่างประเทศ คว้ารางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ปี 69 ชู “DFT’s SMART INTEGRATOR”