“จักสานไทย” สู่สากล สร้างรายได้ยั่งยืน

กรมการพัฒนาชุมชนเดินหน้ายกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชน “จักสานไทย” สู่สากล เพื่อสร้างรายได้อย่างยั่งยืน ด้วยการจัดโครงการยกระดับงานหัตถกรรมชุมชน “จักสาน” สู่ตลาดสากล ภายใต้โครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ณ ห้องฟีนิกซ์ 1 – 4 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยนายสุรศักดิ์ อักษรกุล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน มอบหมายให้นายวรงค์ แสงเมือง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานเปิดงาน กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ที่มีผลิตภัณฑ์งานจักสาน ระดับ 1 – 5 ดาว จำนวน 35 กลุ่ม/ราย ดำเนินการระหว่างวันที่ 18 – 19 ตุลาคม 2568

ถือเป็นการจัดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ในการยกระดับผลิตภัณฑ์งานหัตถกรรมจักสาน โดยได้รับเกียรติจากคณะวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ ดร.ศรินดา จามรมาน ที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก , คุณธนันท์รัฐ ธนเสฎฐการย์ ที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก, คุณจิรัฏฐ์ ทรัพย์พิศาลกุล สไตล์ไดเรกเตอร์นิตยสาร Vogue , คุณศิริชัย ทหรานนท์ นักออกแบบและเจ้าของแบรนด์ THEATRE , คุณภูภวิศ กฤตพลนารา นักออกแบบเจ้าของแบรนด์ ISSUE, ดร.กรกลด คำสุข รักษาการผู้อำนวยการสำนักวิชาการสร้างสรรค์ วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, ผศ.ดร.รวิเทพ มุสิกะปาน ประธานหลักสูตรแฟชั่น สิ่งทอ และเครื่องตกแต่ง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ ให้แก่ กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการฯ

ทั้งนี้ ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ที่เข้าร่วมโครงการฯ จะได้รับการยกระดับพัฒนางานจักสาน ให้เป็นผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์เชิงนวัตกรรม เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ต่อยอดจากภูมิปัญญาดั้งเดิมด้วยแนวคิด Sustainable Fashion : แฟชั่นแห่งความยั่งยืน ตอบสนองความต้องการของตลาดสากล พร้อมได้รับการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์งานหัตถกรรมจักสานไทยให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในระดับนานาชาติ เป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ สามารถสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้นให้แก่ ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP และชุมชนได้อย่างยั่งยืน

“จักสานไทย” สู่สากลเพื่อรายได้ยั่งยืน

โครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดัน “จักสานไทย” ให้เป็นที่รู้จักในระดับสากลมากยิ่งขึ้น ไม่เพียงแต่เป็นการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ชุมชน แต่ยังเป็นการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาไทยให้คงอยู่ต่อไป การสนับสนุนผู้ผลิตและผู้ประกอบการ OTOP ให้สามารถพัฒนางานจักสานให้ตอบโจทย์ตลาดโลก เป็นการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนอย่างแท้จริง

โอกาสและความท้าทายของ “จักสานไทย” ในตลาดสากล

การนำ “จักสานไทย” สู่ตลาดสากลนั้นเต็มไปด้วยโอกาสมากมาย ด้วยความที่งานจักสานเป็นงานหัตถกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีความประณีต และใช้วัสดุจากธรรมชาติ ทำให้เป็นที่สนใจของผู้บริโภคที่ใส่ใจในเรื่องความยั่งยืนและมองหาสินค้าที่มีเรื่องราว แต่ขณะเดียวกันก็มีความท้าทายที่ต้องเผชิญ ทั้งในเรื่องของการออกแบบที่ต้องปรับให้เข้ากับรสนิยมของตลาดต่างประเทศ การควบคุมคุณภาพให้ได้มาตรฐานสากล และการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง

นอกจากนี้ การแข่งขันในตลาดสากลก็สูง ผู้ผลิต “จักสานไทย” ต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ต้องเรียนรู้เทคนิคใหม่ ๆ ต้องสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่แตกต่าง และต้องทำการตลาดอย่างชาญฉลาด เพื่อให้สามารถแข่งขันกับผู้ผลิตรายอื่น ๆ ได้

การสนับสนุนจากภาครัฐและภาคเอกชนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง รัฐบาลควรให้การสนับสนุนด้านการเงิน การฝึกอบรม และการตลาด เพื่อช่วยให้ผู้ผลิต “จักสานไทย” สามารถพัฒนาศักยภาพและขยายตลาดได้ ส่วนภาคเอกชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบ การผลิต และการจัดจำหน่าย เพื่อช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ “จักสานไทย”

หากทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างจริงจัง “จักสานไทย” ก็จะสามารถก้าวไปสู่ระดับสากลได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน สร้างรายได้ให้กับชุมชน และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย

ที่มา – “จักสานไทย” สู่สากลเพื่อรายได้ยั่งยืน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *