จับ 2 ซูเปอร์มาร์เก็ตห้วยขวางไร้ใบอนุญาต

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ห้วยขวาง ร่วมกับกรมธุรกิจการค้า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการในย่านห้วยขวาง เพื่อจัดระเบียบธุรกิจและสร้างความมั่นใจให้ประชาชน โดยการตรวจครั้งนี้พบประเด็นสำคัญจากร้านค้าหลายแห่ง ทั้งการจำหน่ายสินค้าที่ไม่มีฉลากภาษาไทย การไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ ใบอนุญาตทำงานไม่ถูกต้อง และใบอนุญาตจำหน่ายสุราหมดอายุ

หนึ่งในประเด็นที่ได้รับความสนใจคือ จับ 2 ซูเปอร์มาร์เก็ตห้วยขวางไร้ใบอนุญาต หลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจร้านซูเปอร์มาร์เก็ตที่จำหน่ายสินค้านำเข้าจากประเทศจีนจำนวน 2 แห่ง โดยพบสินค้าหลายรายการอาจไม่เป็นไปตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงเก็บตัวอย่างสินค้าและตรวจยึดผลิตภัณฑ์เพื่อส่งตรวจสอบอย่างละเอียด

จับ 2 ซูเปอร์มาร์เก็ตห้วยขวางไร้ใบอนุญาต ตรวจพบสินค้านับพันรายการ

ร้านแรกตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามซอยประชาราษฎร์บำเพ็ญ 7 เจ้าหน้าที่พบพนักงานหญิงไทย 2 คนให้ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงาน โดยหนึ่งในพนักงานระบุว่าเพิ่งเข้าทำงานได้ประมาณ 1 เดือน และสมัครงานผ่านประกาศในเฟซบุ๊ก จากนั้นมีชายชาวจีนเป็นผู้สัมภาษณ์งาน พนักงานรายดังกล่าวได้รับค่าจ้างเดือนละ 22,000 บาท และมีหน้าที่ส่งยอดขายประจำวันให้เจ้าของผ่านแอปพลิเคชัน WeChat

เจ้าหน้าที่พบพนักงานหญิงไทยอีกคนอายุประมาณ 50 ปี มีบัตรประจำตัวประชาชนไทย แต่พูดภาษาไทยไม่ชัดเจน เจ้าตัวให้ข้อมูลว่าบิดามารดาเป็นชาวจีน แต่ตนเองเกิดที่จังหวัดเชียงใหม่ ขณะเดียวกันข้อมูลเกี่ยวกับนายจ้างและวิธีรับค่าจ้างมีความไม่สอดคล้องกัน บางช่วงระบุว่าเคยพบผู้ว่าจ้างเป็นหญิงไทย บางช่วงระบุว่าเป็นชายชาวจีน และให้ข้อมูลทั้งการรับเงินสดกับการโอนเงินเข้าบัญชี

จากคำให้การที่วกวนและมีข้อสงสัย เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สน.ห้วยขวาง พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบประวัติบัตรประชาชนและกระบวนการได้มาซึ่งสัญชาติไทย ทั้งนี้ การตรวจสอบดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนรวบรวมข้อเท็จจริง ผู้เกี่ยวข้องยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีผลการตรวจสอบหรือคำพิพากษาตามกฎหมาย

จับ 2 ซูเปอร์มาร์เก็ตห้วยขวางไร้ใบอนุญาต พบสินค้านำเข้าไม่มีฉลาก

สำหรับร้านแรก เจ้าหน้าที่ อย. เก็บตัวอย่างสินค้าหลายประเภทเพื่อตรวจหาสารปนเปื้อนและตรวจสอบมาตรฐาน เบื้องต้นพบสินค้าจำนวนมากไม่มีเครื่องหมาย อย. หรือไม่มีฉลากภาษาไทยกำกับ ซึ่งอาจทำให้ผู้บริโภคไม่สามารถทราบข้อมูลสำคัญ เช่น ส่วนประกอบ วิธีใช้ วันผลิต วันหมดอายุ และคำเตือนที่จำเป็น

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบว่าร้านดังกล่าวเคยแจ้งเลิกกิจการไปแล้วมากกว่า 1 ปี แต่กลับยังเปิดจำหน่ายสินค้าเป็นปกติ ประเด็นนี้จึงต้องตรวจสอบต่อว่ามีการประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบผู้มีอำนาจในการดำเนินธุรกิจและแหล่งที่มาของสินค้า

ระหว่างการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ยังสังเกตเห็นป้ายโฆษณาหลังเคาน์เตอร์ ซึ่งระบุว่าร้านชำระค่าโฆษณาให้กับนิตยสารแห่งหนึ่งเดือนละ 2,000 บาท เมื่อตรวจสอบเว็บไซต์ของสื่อดังกล่าวกลับพบว่าเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์พนันออนไลน์ เจ้าหน้าที่จึงเตรียมตรวจสอบรายละเอียดทางการเงินและความเชื่อมโยงเพิ่มเติมว่า ร้านมีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมดังกล่าวหรือเพียงชำระค่าโฆษณาโดยไม่ทราบแหล่งที่มา

ร้านที่สองตั้งอยู่ใกล้ซอยประชาอุทิศ 22 พบหญิงไทยแสดงตัวเป็นเจ้าของกิจการ และมีลูกจ้างหญิงชาวเมียนมา 1 คน จากการตรวจสอบพบประเด็นเกี่ยวกับใบอนุญาตทำงานที่ไม่ถูกต้อง เจ้าของร้านให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่และยอมรับข้อกล่าวหาเบื้องต้น โดยยืนยันว่าเพิ่งเริ่มทำธุรกิจส่วนตัว เพราะเห็นผู้ประกอบการชาวจีนเปิดซูเปอร์มาร์เก็ตในย่านห้วยขวางหลายแห่ง จึงต้องการทำธุรกิจในลักษณะเดียวกัน

เจ้าของร้านระบุว่าสินค้าส่วนหนึ่งสั่งซื้อมาจากประเทศจีน และพร้อมรับผิดตามขั้นตอนของกฎหมาย กรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการควรตรวจสอบใบอนุญาตนำเข้า ใบอนุญาตจำหน่ายสินค้า และเอกสารเกี่ยวกับแรงงานให้ครบถ้วนก่อนเปิดร้าน เพราะการอ้างว่าไม่ทราบข้อกฎหมายอาจไม่เพียงพอที่จะยกเว้นความรับผิด

ตรวจร้านเสริมสวยและร้านขายสุราในพื้นที่ห้วยขวาง

นอกจากการตรวจ จับ 2 ซูเปอร์มาร์เก็ตห้วยขวางไร้ใบอนุญาต แล้ว เจ้าหน้าที่ยังตรวจสอบร้านเสริมสวยใกล้ซอยประชาราษฎร์บำเพ็ญ 6/1 ภายในร้านแบ่งพื้นที่ให้บริการทำเล็บ ทำผม และนวดหน้า ส่วนชั้นบนใช้เก็บน้ำยาย้อมผม น้ำยาทำเล็บ และผลิตภัณฑ์บำรุงผิวบางประเภทที่ไม่มีฉลากภาษาไทย

พนักงานของร้านชี้แจงว่าให้บริการเฉพาะทำผม ทำเล็บ และนวดหน้า ไม่มีการฉีดสารหรือทำหัตถการที่เกี่ยวข้องกับการเติมสารเข้าสู่ร่างกาย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ไม่พบความผิดชัดเจน แต่เจ้าของร้านแจ้งว่าจะนำเอกสารการยื่นขออนุญาตและหลักฐานประกอบกิจการมาแสดงภายหลัง จึงต้องติดตามผลการตรวจสอบต่อไป

ส่วนร้านที่สี่เป็นร้านจำหน่ายสุรา แม้มีใบอนุญาตประกอบกิจการติดไว้ แต่เจ้าหน้าที่พบว่าใบอนุญาตจำหน่ายสุราหมดอายุตั้งแต่วันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา ลูกจ้างให้ข้อมูลว่าเจ้าของร้านดำเนินการต่ออายุแล้ว แต่ยังไม่ได้นำใบอนุญาตฉบับใหม่มาแสดง เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดสุราบางส่วนเพื่อตรวจสอบ และกำชับให้นำเอกสารมาแสดงตามกำหนด

เจ้าหน้าที่เร่งจัดระเบียบธุรกิจและคุ้มครองผู้บริโภค

พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นระยะที่ 3 ของการจัดระเบียบย่านห้วยขวาง โดยมุ่งตรวจสอบธุรกิจที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย รวมถึงแยกแยะผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องออกจากกิจการที่อาจเกี่ยวข้องกับทุนสีเทา

  • ตรวจสอบใบอนุญาตประกอบกิจการและสถานะการจดทะเบียน
  • ตรวจสอบสินค้าและฉลากภาษาไทยตามกฎหมาย
  • ตรวจสอบใบอนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าว
  • ตรวจสอบใบอนุญาตจำหน่ายสุราและเอกสารที่เกี่ยวข้อง
  • ขยายผลกรณีพบความเชื่อมโยงกับธุรกิจหรือเว็บไซต์ผิดกฎหมาย

เจ้าหน้าที่ฝากเตือนผู้ประกอบการให้ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้อง ตรวจสอบเอกสารทุกประเภทก่อนเปิดให้บริการ และไม่ควรนำเข้าสินค้าที่ไม่มีฉลากหรือไม่ทราบแหล่งที่มา เพราะอาจกระทบต่อความปลอดภัยของผู้บริโภคและนำไปสู่ความผิดตามกฎหมายหลายฉบับ

สำหรับประชาชน หากพบร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าน่าสงสัย ไม่มีฉลากภาษาไทย หรืออาจเปิดกิจการโดยไม่มีใบอนุญาต สามารถรวบรวมข้อมูลและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ตรวจสอบได้ การ จับ 2 ซูเปอร์มาร์เก็ตห้วยขวางไร้ใบอนุญาต ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการดำเนินคดีกับร้านค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณให้ผู้ประกอบการทุกแห่งตระหนักถึงความสำคัญของการทำธุรกิจอย่างโปร่งใสและรับผิดชอบต่อผู้บริโภค

ท้ายที่สุด ผู้บริโภคควรเลือกซื้อสินค้าจากร้านที่มีใบอนุญาตชัดเจน ตรวจดูฉลากภาษาไทย วันหมดอายุ และข้อมูลผู้ผลิตทุกครั้ง หากพบสิ่งผิดปกติควรแจ้งหน่วยงานทันที เพื่อช่วยกันสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ปลอดภัยและเป็นธรรมในย่านห้วยขวาง

ที่มา – จับ 2 ซุปเปอร์มาร์เก็ตห้วยขวางไร้ใบอนุญาต ลูกจ้างวกวนให้การ-ขยายผลบัตรประชาชน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *