จับพรานป่าใจอำมหิต ลอบล่าเลียงผาในป่ามรดกโลกแก่งกระจาน
เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวสะเทือนใจวงการอนุรักษ์ ล่าสุดมีการจับพรานป่าใจอำมหิต ลอบล่า ‘เลียงผา’ ในป่ามรดกโลกแก่งกระจาน ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่ยอมรับไม่ได้อย่างยิ่งสำหรับสมบัติทางธรรมชาติของไทยครับ เรื่องราวเริ่มต้นจากการที่เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้รับแจ้งเบาะแสจึงสนธิกำลังกันออกลาดตระเวนอย่างเข้มข้นจนนำไปสู่การจับกุมผู้กระทำความผิดได้คาหนังคาเขา
เหตุการณ์บุกจับพรานป่าใจอำมหิต ลอบล่า ‘เลียงผา’ ในป่ามรดกโลกแก่งกระจาน
การปฏิบัติการครั้งนี้กินเวลาลาดตระเวนยาวนานถึง 4 วัน 3 คืน จนกระทั่งเจ้าหน้าที่พบร่องรอยต้องสงสัยในพื้นที่ป่าแก่งกระจาน จึงตัดสินใจดักซุ่มอยู่นานกว่า 10 นาที ก่อนจะเข้าปิดล้อมจับกุมบุคคลต้องสงสัยที่พยายามเข้ามาล่าสัตว์ป่าสงวน โดยในที่เกิดเหตุพบซากเลียงผาเพศผู้ที่ถูกกระสุนปืนขนาด .22 มม. จนเสียชีวิตอย่างน่าเวทนา เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่มัดตัวผู้ต้องหา
เปิดพฤติกรรมสุดแสบในการลอบล่าเลียงผา
จากการสอบปากคำผู้ต้องหาที่ถูกรวบตัวได้ ทราบว่านัดกันเข้ามาล่าสัตว์ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดหวังจะนำซากสัตว์ออกไป แต่เคราะห์ร้ายมาเจอกับเจ้าหน้าที่เสียก่อน พฤติกรรมเช่นนี้ไม่เพียงแต่ผิดกฎหมายอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และ พ.ศ. 2562 เท่านั้น แต่ยังถือเป็นการทำลายระบบนิเวศของผืนป่ามรดกโลกอย่างรุนแรง ซึ่งเหตุการณ์นี้ย้ำเตือนให้เราเห็นว่า การจับพรานป่าใจอำมหิต ลอบล่า ‘เลียงผา’ ในป่ามรดกโลกแก่งกระจาน ครั้งนี้คือชัยชนะของเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่าที่ปฏิบัติงานอย่างหนักหน่วง
- โทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 10 ปี
- โทษปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท
- ดำเนินคดีตามกฎหมายว่าด้วยการหลบหนีเข้าเมือง
มาตรการทางกฎหมายที่เข้มข้น: ผู้กระทำผิดต้องเผชิญกับบทลงโทษอย่างหนักตามกฎหมายอุทยานฯ และกฎหมายสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ซึ่งครอบคลุมทั้งโทษจำคุกและค่าปรับมหาศาล เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่ผู้อื่นที่คิดจะเข้ามาหาผลประโยชน์ในเขตอุทยานแห่งชาติ
เราในฐานะพลเมืองไทยต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา เพราะป่าแก่งกระจานไม่ได้เป็นของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นทรัพยากรล้ำค่าของโลก การปกป้องเลียงผาและสัตว์ป่าชนิดอื่นๆ จึงเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนที่ต้องร่วมมือกัน ไม่ให้คนกลุ่มนี้มาทำลายธรรมชาติเพื่อความสะใจหรือผลประโยชน์ส่วนตนอีกต่อไปครับ
ที่มา – บังอาจมาก! จับพรานป่าใจอำมหิต ลอบล่า ‘เลียงผา’ ในป่ามรดกโลกแก่งกระจาน



