จับหนุ่มเขมรตกงานไม่มีเงินซื้อข้าวกิน วิ่งราวทรัพย์สาวหน้าตลาดสำโรง
เชื่อว่าหลายคนคงเคยเห็นคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดที่แชร์กันว่อนโซเชียล เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาเกี่ยวกับเหตุการณ์ระทึกขวัญหน้าตลาดสำโรง ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกให้กับพ่อค้าแม่ค้าและผู้ที่สัญจรไปมาเป็นอย่างมาก วันนี้เราจะมาเจาะลึกรายละเอียดของคดี จับหนุ่มเขมรตกงานไม่มีเงินซื้อข้าวกิน วิ่งราวทรัพย์สาวหน้าตลาดสำโรง เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้ทุกคนระมัดระวังตัวกันมากขึ้นครับ
จับหนุ่มเขมรตกงานไม่มีเงินซื้อข้าวกิน วิ่งราวทรัพย์สาวหน้าตลาดสำโรง
เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา ผู้เสียหายเป็นหญิงสาวชาวกัมพูชาวัย 38 ปี กำลังนั่งพักผ่อนอยู่บริเวณหน้าร้านขายของชำย่านตลาดสำโรงเหนือ จังหวะที่กำลังเผลอ คนร้ายได้ฉวยโอกาสคว้ากระเป๋าสตางค์ที่มีทั้งเอกสารสำคัญและเงินสดประมาณ 4,000 บาท ก่อนจะวิ่งหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ผู้เสียหายต้องตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เบื้องหลังคำสารภาพหลังถูกจับหนุ่มเขมรตกงานไม่มีเงินซื้อข้าวกิน วิ่งราวทรัพย์สาวหน้าตลาดสำโรง
หลังจากเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ ก็ทำงานอย่างหนักจนในที่สุดสามารถ จับหนุ่มเขมรตกงานไม่มีเงินซื้อข้าวกิน วิ่งราวทรัพย์สาวหน้าตลาดสำโรง ได้สำเร็จในวันที่ 11 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยไปรวบตัวได้ที่ห้องพักย่านพระประแดง จากการสอบสวนผู้ต้องหา คือ นายมิน ทอ มุม อายุ 26 ปี ให้การรับสารภาพหมดเปลือกด้วยน้ำตานองหน้าว่า
- ตกงานมานานกว่า 10 วัน
- ในวันเกิดเหตุมีเงินติดตัวเพียง 20 บาทเท่านั้น
- ความหิวบีบคั้นจนตัดสินใจก่อเหตุครั้งแรก
ทางผู้ต้องหาได้กล่าวคำขอโทษผู้เสียหายและยืนยันว่านี่เป็นความผิดพลาดครั้งแรกและครั้งสุดท้ายในชีวิต อย่างไรก็ตาม แม้เหตุผลจะฟังดูน่าเห็นใจ แต่ทางเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดในข้อหา “วิ่งราวทรัพย์” เพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่
เหตุการณ์นี้ถือเป็นบทเรียนราคาแพง ทั้งในแง่ของความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินที่ควรมีสติอยู่เสมอ รวมถึงสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นในช่วงเศรษฐกิจฝืดเคือง เราควรดูแลตัวเองและเป็นหูเป็นตาให้กันและกันเสมอครับ
ที่มา – จับหนุ่มเขมรตกงานไม่มีเงินซื้อข้าวกิน วิ่งราวทรัพย์สาวหน้าตลาดสำโรง