จับแก๊งอุ้มสาวเรียกค่าไถ่ 1 แสนบาท อ้างแฟนกู้เงินไม่จ่าย
เหตุการณ์สุดสะเทือนขวัญเกิดขึ้นเมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2568 หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 9 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุอุ้มสาวอายุ 18 ปี เรียกค่าไถ่ 1 แสนบาท ได้ทั้งแก๊ง โดยมีรายละเอียดของการจับกุมอย่างลับลวงพรางและการปฏิบัติการเชิงยุทธวิธีที่นำไปสู่ความสำเร็จในการช่วยชีวิตเหยื่ออย่างปลอดภัย
จับกุมแก๊งร้ายยกล็อตบริเวณสตูล
เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 2 สิงหาคม ตำรวจนครบาลภูธรภาคที่ 9 นำโดย พ.ต.อ. สมพงษ์ สุวรรณวงศ์ และ พ.ต.อ. ศักดา เจริญกุล ได้นำกำลังจากหลายหน่วย รวมถึงชุดพิเศษศรีตรัง บุกจับกุมผู้ต้องหาสี่รายในข้อหาร่วมกันอุ้มสาวและเรียกค่าไถ่ 100,000 บาท โดยจุดเกิดเหตุอยู่บริเวณจุดตรวจทุ่งนุ้ย ถนนยนตรการกำธร ตำบลทุ่งนุ้ย อำเภควนกาหลง จังหวัดสตูล
จากการสกัดกักรถยนต์ต้องสงสัย 2 คัน ตำรวจพบว่าหญิงสาวผู้ถูกอุ้มยังมีชีวิตอยู่ นั่งอยู่เบาะหลัง โดยมีนายโชคชัย ผู้ต้องหา เป็นคนขับ และนายประทีป นั่งข้างคนขับ
เหตุการณ์ลักพาตัวสุดตื่นเต้น
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม เวลาประมาณ 13.37 น. สภ.สิเกา จังหวัดตรัง ได้รับแจ้งหญิงสาวอายุ 18 ปี ถูกอุ้มหายจากบ้านโดยรถยนต์ 2 คัน มีแก๊งอุ้มรีดไถพาสาวไปกักขังไว้ในกระท่อมสวนปาล์มที่อำเภอมะนัง จังหวัดสตูล จากนั้นคนร้ายได้ติดต่อไปหาแฟนของหญิงสาวเพื่อเรียกเงิน 100,000 บาท พร้อมขู่ว่าจะฆ่าและฝังศพหากไม่จ่ายเงินในคืนนั้น
- แฟนผู้เสียหายจ่ายเงินล่วงหน้า 50,000 บาทเพื่อขอผ่อนผัน
- คนร้ายนัดปล่อยตัวที่จังหวัดพัทลุง ทำให้เกิดแผนล่อซื้อ
- ตำรวจใช้หลายหน่วยงานเข้าร่วมปฏิบัติการจับกุมจนประสบความสำเร็จ
ปมกู้เงินนอกระบบ
จากการสอบสวนเบื้องต้น ปรากฏว่าภารกิจ อุ้มสาว เพื่อเรียกค่าไถ่นี้เกิดจากความขัดแย้งเรื่องหนี้สินเงินกู้ โดยแฟนของเหยื่อกู้เงินผู้ต้องหาไว้ 250,000 บาทพร้อมดอกเบี้ย 10% ต่อเดือน แต่หยุดชำระหนี้เงินกู้ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้คนร้ายรวบรวมทีมและบุกจับตัวแฟนสาวเพื่อทวงค่าไถ่
ประวัติอาชญากรรมของผู้ต้องหา
หนึ่งในผู้ต้องหา คือนายประทีป หรือ ‘หลง’ ที่ถูกหมายหัวเป็นผู้ต้องขังในคดีร้ายแรงเมื่อปี 2565 โดยศาลจังหวัดสงขลาออกหมายจับเขาในข้อหา ปล้นทรัพย์โดยใช้อาวุธ และยังอยู่ในลำดับที่ 185 ของรายชื่อที่ตำรวจภูธรออกตามล่า นอกจากนี้เขายังเชื่อมโยงกับคดีลักษณะเดียวกันหลายแห่งในภาคใต้
ขณะที่ผลตรวจค้นในเบื้องต้น ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้งสี่รายอย่างหนัก โดยมีทั้งร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง และกรรโชกทรัพย์ พร้อมทั้งครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งหมดให้การปฏิเสธ และกำลังอยู่ระหว่างการขยายผลเพื่อดำเนินคดีต่อผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
วีรกรรมของตำรวจและบทเรียนที่ควรรู้
เหตุการณ์ อุ้มสาวเรียกค่าไถ่ ได้เป็นบทเรียนให้กับคนทั่วไปที่คิดจะกู้เงินนอกระบบ โดยเฉพาะกับความเสี่ยงที่ตามมาจากการที่มิจฉาชีพอ้างถึงหนี้สินเพื่อก่ออาชญากรรมต่อชีวิต
การดำเนินการของตำรวจในครั้งนี้แสดงถึงความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะในเรื่องของข่าวกรวงสายลับและการบุกจับในจังหวะเวลาที่เหมาะสม จนสามารถกอบกู้ชิวิตของเหยื่อให้กลับคืนมาได้
หากคุณกำลังคิดจะกู้เงิน ควรระลึกอยู่เสมอว่า: ทางเลือกที่ปลอดภัยคือการกู้จากแหล่งที่ถูกกฎหมายและมีใบอนุญาตชัดเจน เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มผู้ก่อการร้ายอย่างกรณีนี้
ที่มา – จับได้ยกแก๊ง! อุ้มสาวเรียกค่าไถ่ 1 แสน ปมแฟนกู้เงินไม่จ่าย