จำคุกกำนันนกกับพวก 3 ปี ปรับ 22 ล้าน ปมฮั้วประมูลถนน
คดีฮั้วประมูลโครงการก่อสร้างถนนในจังหวัดนครปฐมกลายเป็นประเด็นสำคัญที่สังคมจับตามอง หลังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางมีคำพิพากษาลงโทษผู้เกี่ยวข้องหลายราย โดยมีสาระสำคัญคือ จำคุกกำนันนกกับพวก 3 ปี ปรับ 22 ล้าน ปมฮั้วประมูลถนน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเสนอราคาโครงการของหน่วยงานรัฐมูลค่ากว่า 44 ล้านบาท
คดีนี้อยู่ในการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI โดยกองคดีความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ หรือที่รู้จักกันในชื่อกองคดีฮั้วประมูล เจ้าหน้าที่ตรวจสอบการประมูลโครงการก่อสร้างถนนลาดยางแอสฟัลติกคอนกรีต สาย นฐ. 3004 แยกทางหลวงหมายเลข 346 ถึงบ้านศาลายา ในพื้นที่อำเภอบางเลนและพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ระยะทางประมาณ 3.6 กิโลเมตร
จำคุกกำนันนกกับพวก 3 ปี ปรับ 22 ล้าน ปมฮั้วประมูลถนน
โครงการดังกล่าวใช้วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-bidding มีวงเงินประมาณ 44,888,000 บาท โดยบริษัท ป.รวีกนก ก่อสร้าง จำกัด เป็นผู้ชนะการเสนอราคา ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ นายประวีณ หรือกำนันนก ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการของบริษัทดังกล่าว คณะพนักงานสอบสวนพิเศษจึงรวบรวมพยานหลักฐานและมีความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาจำนวน 41 ราย ก่อนส่งสำนวนให้พนักงานอัยการเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2568
ต่อมาพนักงานอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต มีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาจำนวน 21 ราย และคดีเข้าสู่การพิจารณาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง โดยศาลพิจารณาพฤติการณ์ของจำเลยแต่ละราย รวมถึงบทบาทในการจัดเตรียมเอกสาร การชักชวนผู้ประกอบการ และการทำให้การแข่งขันเสนอราคาไม่เป็นธรรม
รายละเอียดคำพิพากษาคดีจำคุกกำนันนกกับพวก 3 ปี ปรับ 22 ล้าน ปมฮั้วประมูลถนน
ศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดเกี่ยวกับการตกลงร่วมกันในการเสนอราคา เพื่อให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งมีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ โดยมีการหลีกเลี่ยงการแข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือกีดกันไม่ให้ผู้ประกอบการรายอื่นสามารถเสนอสินค้าและบริการได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังมีประเด็นการชักชวนให้ผู้อื่นร่วมตกลงกันในการเสนอราคา และการให้หรือรับผลประโยชน์เพื่อจูงใจให้เกิดการกระทำดังกล่าว
- กลุ่มผู้ว่าจ้างให้จัดการฮั้วประมูลและกลุ่มผู้รับจ้างจัดการฮั้วประมูล รวม 9 ราย ถูกลงโทษจำคุกบุคคลธรรมดารายละ 3 ปี
- จำเลยที่เป็นลูกจ้างได้รับโทษจำคุก 2 ปี ตามบทบาทและพฤติการณ์ที่ศาลพิจารณา
- กลุ่มผู้ซื้อเอกสารการเสนอราคา รวม 11 ราย ถูกลงโทษจำคุกบุคคลธรรมดารายละ 2 ปี
- จำเลยทุกรายถูกปรับรายละ 22.5 ล้านบาท ตามคำพิพากษาของศาล
- ศาลมีคำพิพากษายกฟ้องจำเลย 1 ราย
แม้พาดหัวข่าวจะระบุค่าปรับประมาณ 22 ล้านบาท แต่รายละเอียดคำพิพากษาระบุค่าปรับรายละ 22.5 ล้านบาท ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นว่าคดีฮั้วประมูลมีบทลงโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง เนื่องจากเป็นความผิดที่กระทบต่อระบบการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน และอาจทำให้รัฐไม่ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการแข่งขันของผู้ประกอบการ
คดีนี้สะท้อนปัญหาการแข่งขันโครงการรัฐ
การประมูลภาครัฐมีเป้าหมายเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการหลายรายเข้ามาแข่งขันกันด้านราคา คุณภาพ และความสามารถในการดำเนินงาน หากมีการตกลงกันล่วงหน้า ผู้ชนะการประมูลอาจถูกกำหนดไว้ก่อน ทำให้ราคาที่รัฐต้องจ่ายสูงกว่าที่ควรจะเป็น และลดโอกาสของบริษัทที่มีคุณสมบัติเหมาะสมในการเข้าร่วมแข่งขัน
กรณีนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการดำเนินคดีกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่ยังสะท้อนความจำเป็นของการตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตั้งแต่ขั้นตอนการกำหนดเงื่อนไข การเผยแพร่ประกาศ การซื้อเอกสาร การยื่นข้อเสนอ ไปจนถึงการทำสัญญาและตรวจรับงาน ทุกขั้นตอนควรมีข้อมูลที่ตรวจสอบได้และเปิดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถติดตามย้อนหลังได้
นอกจากโครงการถนนที่เป็นคดีพิเศษแล้ว DSI ยังตรวจสอบการดำเนินงานของบริษัท ป.พัฒนารุ่งโรจน์ก่อสร้าง จำกัด และบริษัท ป.รวีกนก ก่อสร้าง จำกัด ซึ่งมีข้อมูลว่าเคยชนะการประมูลและทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐตั้งแต่ปี 2555 ถึง 2566 มากกว่า 1,500 โครงการ โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งมีการประเมินในเบื้องต้นว่าอาจมีมูลค่าหลายพันล้านบาท
ประชาชนควรติดตามอะไรต่อจากคดีนี้
หลังมีคำพิพากษา ประเด็นที่ควรติดตามคือการดำเนินการตามกฎหมายในส่วนของจำเลยแต่ละราย การตรวจสอบโครงการอื่นที่อาจมีลักษณะใกล้เคียงกัน และการพิจารณาความเสียหายที่เกิดขึ้นกับหน่วยงานรัฐ รวมถึงแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดการสมยอมราคาในอนาคต
ประชาชนสามารถช่วยตรวจสอบความโปร่งใสได้จากข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานรัฐ เช่น ราคากลาง จำนวนผู้ยื่นข้อเสนอ รายชื่อผู้ชนะการประมูล และรายละเอียดสัญญา หากพบความผิดปกติ เช่น มีผู้เสนอราคาเพียงไม่กี่ราย เงื่อนไขการประมูลจำกัดการแข่งขันเกินสมควร หรือบริษัทเดิมชนะโครงการจำนวนมากผิดปกติ ก็ควรส่งข้อมูลให้หน่วยงานตรวจสอบที่มีอำนาจพิจารณา
คดี จำคุกกำนันนกกับพวก 3 ปี ปรับ 22 ล้าน ปมฮั้วประมูลถนน จึงเป็นบทเรียนสำคัญว่าการใช้งบประมาณของรัฐต้องอยู่บนพื้นฐานของการแข่งขันที่เป็นธรรมและตรวจสอบได้ การลงโทษผู้กระทำผิดเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาความเชื่อมั่น แต่การยกระดับระบบจัดซื้อจัดจ้างให้รัดกุม โปร่งใส และเปิดเผยข้อมูลอย่างต่อเนื่อง จะช่วยลดโอกาสเกิดปัญหาในระยะยาว
ท้ายที่สุด สังคมควรติดตามคดีนี้ด้วยข้อมูลที่รอบด้าน ไม่ด่วนสรุปเกินข้อเท็จจริง และร่วมกันสนับสนุนการตรวจสอบโครงการภาครัฐ เพื่อให้ทุกบาทของงบประมาณถูกใช้เพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง
ที่มา – จำคุก ‘กำนันนก’ กับพวก สูงสุด 3 ปี ปรับรายละ 22 ล้าน ปมฮั้วประมูลสร้างถนน