จีน-ไทย เดินหน้าความร่วมมือเศรษฐกิจ หนุนพลังงานใหม่-สิ่งแวดล้อมยั่งยืน

เชื่อว่าหลายคนคงได้เห็นข่าวคราวความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจที่น่าสนใจ เมื่อเร็วๆ นี้ สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน ร่วมกับสถาบันสื่อและบริหารธุรกิจไทย-จีน ได้จัดงานสัมมนาครั้งยิ่งใหญ่เพื่อตอกย้ำว่า จีน-ไทย เดินหน้าความร่วมมือเศรษฐกิจ หนุนพลังงานใหม่-สิ่งแวดล้อมยั่งยืน โดยได้รับเกียรติจากนายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย มาเป็นผู้กล่าวปาฐกถาพิเศษ ซึ่งงานนี้ยังถือเป็นจุดเริ่มต้นของหลักสูตรผู้บริหารธุรกิจไทยจีน (บทจ.) รุ่นที่ 3 อีกด้วย

จีน-ไทย เดินหน้าความร่วมมือเศรษฐกิจ หนุนพลังงานใหม่-สิ่งแวดล้อมยั่งยืน เพื่อโอกาสในอนาคต

ในช่วงปีนี้ ซึ่งนับเป็นปีแรกของแผนพัฒนา 5 ปี ฉบับที่ 15 ของจีน คุณจาง เจี้ยนเว่ย ได้ชี้ให้เห็นว่าโลกกำลังเผชิญกับความผันผวนทางพลังงานอย่างหนัก โดยเฉพาะผลกระทบจากภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทาน จีนจึงหันมาเร่งเครื่องพัฒนาโครงสร้างพลังงานภายในให้แข็งแกร่ง จนกลายเป็นผู้นำระดับโลกด้านพลังงานหมุนเวียน ทั้งพลังงานลม แสงอาทิตย์ และพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน

โอกาสทองในการขยายระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า

สำหรับประเทศไทย ความร่วมมือเรื่องนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในเชิงนโยบาย แต่มีการจับมือกันอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ปัจจุบันมีผู้ผลิตยักษ์ใหญ่จากจีนเข้ามาตั้งโรงงานผลิตในไทยแล้วถึง 8 บริษัท มูลค่าการลงทุนมหาศาลกว่า 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อ จีน-ไทย เดินหน้าความร่วมมือเศรษฐกิจ หนุนพลังงานใหม่-สิ่งแวดล้อมยั่งยืน สิ่งที่ตามมาคือโอกาสจ้างงานคนไทยนับแสนตำแหน่ง การถ่ายทอดเทคโนโลยีให้วิศวกรไทย และการสร้างฐานผลิตซัพพลายเชนชิ้นส่วนรถยนต์ที่ครบวงจร

ภายในงานยังมีการถกกันถึงทิศทางความร่วมมือที่ควรจะเป็น โดยมี 3 แนวทางหลักที่น่าสนใจ ดังนี้:

  • การประสานยุทธศาสตร์และนโยบายด้านพลังงานให้สอดคล้องกันมากขึ้น
  • การขยายการค้าและการลงทุนในห่วงโซ่มูลค่าพลังงานสะอาดใหม่ๆ
  • การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมกับสถาบันการศึกษาเพื่อพัฒนาบุคลากรทักษะสูง

นอกจากนี้ ท่านทูตยังฝากประเด็นสำคัญเกี่ยวกับภาพลักษณ์การลงทุนของจีน โดยยืนยันว่าวิสาหกิจจีนส่วนใหญ่ทำธุรกิจอย่างโปร่งใสและถูกต้องตามกฎหมาย และยินดีที่จะร่วมมือกับทางการไทยในการปราบปรามกลุ่มมิจฉาชีพ เพื่อรักษาบรรยากาศการลงทุนที่ดีให้ยั่งยืนต่อไป

ในส่วนท้ายของงาน เสวนาวิชาการจากผู้เชี่ยวชาญทั้งภาครัฐและเอกชนไทย ไม่ว่าจะเป็นตัวแทนจากคณะกรรมาธิการการพลังงาน สภาอุตสาหกรรม และสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ต่างเห็นพ้องว่าพลังงานใหม่คือนวัตกรรมที่จะเข้ามาเปลี่ยนโลกและเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในอีกทศวรรษข้างหน้า นี่คือจังหวะเวลาสำคัญที่ไทยต้องเตรียมพร้อมรับมือและคว้าโอกาสจากการเป็น Hub ของพลังงานสะอาดในภูมิภาคให้ได้ครับ

ที่มา – จีน-ไทย เดินหน้าความร่วมมือเศรษฐกิจ หนุนพลังงานใหม่-สิ่งแวดล้อมยั่งยืน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *