จีนซื้อสินค้าเกษตรสหรัฐต่ำสุดรอบ 7 ปี
สถานการณ์การค้าระหว่างจีนกับสหรัฐกำลังกลับมาเป็นที่จับตาอีกครั้ง หลังข้อมูลล่าสุดสะท้อนว่า จีนซื้อสินค้าเกษตรสหรัฐต่ำสุดรอบ 7 ปี แม้ก่อนหน้านี้ทั้งสองประเทศจะมีข้อตกลงให้จีนเพิ่มการนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ต่อปีก็ตาม ประเด็นนี้ไม่ได้สะท้อนเพียงตัวเลขการซื้อขายเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับความต้องการบริโภคภายในจีน ราคาสินค้า การแข่งขันจากประเทศผู้ส่งออกรายอื่น และเงื่อนไขทางการค้าที่ทั้งสองฝ่ายยังตีความไม่ตรงกัน
จีนซื้อสินค้าเกษตรสหรัฐต่ำสุดรอบ 7 ปี สะท้อนอะไร
ข้อมูลศุลกากรที่มีการวิเคราะห์พบว่า ในช่วงเดือนมกราคมถึงกันยายน จีนซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐที่ไม่รวมถั่วเหลือง เช่น เนื้อสัตว์และข้าวโพด คิดเป็นมูลค่าประมาณ 7,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 243,000 ล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวถือว่าต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันนับตั้งแต่ปี 2562 ซึ่งเป็นช่วงที่สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐเริ่มทวีความรุนแรง
แม้จีนมีแนวโน้มทำได้ตามเป้าหมายการนำเข้าถั่วเหลือง แต่สินค้าเกษตรประเภทอื่นกลับยังมียอดสั่งซื้อไม่มากนัก ความแตกต่างนี้ทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามว่า ข้อตกลงการค้าจะสามารถผลักดันการซื้อสินค้าได้จริงมากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะเมื่อจีนมีผลผลิตภายในประเทศเพียงพอ และยังมีทางเลือกจากประเทศผู้ส่งออกรายอื่นที่เสนอราคาหรือเงื่อนไขได้ดีกว่า
จีนซื้อสินค้าเกษตรสหรัฐต่ำสุดรอบ 7 ปี เพราะปัจจัยใด
สาเหตุสำคัญประการหนึ่งคืออุปสงค์ภายในจีนที่อ่อนตัวลง ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจยังใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง ทำให้ความต้องการสินค้าอาหารบางประเภทลดลงตามไปด้วย ขณะเดียวกัน จีนยังมีผลผลิตข้าวโพดในประเทศเพียงพอ จึงไม่จำเป็นต้องเร่งนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐ หากราคาสินค้านำเข้าสูงกว่าสินค้าที่ผลิตได้เอง
การแข่งขันจากบราซิลก็เป็นอีกแรงกดดันต่อผู้ส่งออกอเมริกัน โดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่ผู้ซื้อสามารถเปรียบเทียบราคาและคุณภาพจากหลายแหล่งได้ นอกจากนี้ ยอดส่งออกข้าวฟ่างจากสหรัฐไปจีนเคยเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ในช่วงหลายเดือนล่าสุดกลับแทบไม่มีความเคลื่อนไหว สะท้อนว่าการฟื้นตัวของการค้าสินค้าเกษตรยังไม่ทั่วถึง
- กำลังซื้อในจีนชะลอตัว: ผู้บริโภคและภาคธุรกิจระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น
- จีนมีผลผลิตในประเทศเพียงพอ: โดยเฉพาะข้าวโพด ทำให้ลดความจำเป็นในการนำเข้า
- การแข่งขันจากบราซิลและประเทศอื่น: ผู้ซื้อจีนมีทางเลือกเพิ่มขึ้น
- ข้อจำกัดด้านกฎระเบียบ: สินค้าเนื้อสัตว์บางส่วนยังติดเงื่อนไขการตรวจสอบและใบอนุญาต
เป้าหมายนำเข้าสินค้าเกษตร 5 แสนล้านบาทยังท้าทาย
ทำเนียบขาวเคยประกาศว่า จีนตกลงนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐมูลค่า 17,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือประมาณ 573,000 ล้านบาท ตั้งแต่ปี 2569 โดยปีแรกจะคำนวณตามสัดส่วนระยะเวลาที่เหลืออยู่ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่าการเริ่มนับระยะเวลาจะใช้วันที่ประกาศข้อตกลง หรือวันที่จีนเริ่มดำเนินมาตรการลดภาษีนำเข้า
ความไม่ชัดเจนดังกล่าวทำให้ยังตอบไม่ได้เต็มที่ว่าจีนทำผิดเงื่อนไขหรือไม่ หากยอดซื้อไม่ถึงเป้าหมาย ขณะเดียวกัน เกษตรกรสหรัฐก็เริ่มกังวล เพราะต้องรับมือกับต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นและตลาดส่งออกที่ผันผวน ประเด็นนี้จึงอาจถูกนำไปใช้ในการแข่งขันทางการเมือง โดยเฉพาะในพื้นที่เกษตรกรรมที่มีความสำคัญต่อการเลือกตั้ง
สำหรับสินค้าเนื้อสัตว์ สถานการณ์ก็ไม่ง่ายเช่นกัน จีนมีเนื้อหมูและเนื้อไก่ในตลาดจำนวนมาก ขณะที่ราคาเนื้อวัวจากสหรัฐอยู่ในระดับสูงจากจำนวนฝูงวัวที่ลดลง นอกจากนี้ โรงงานแปรรูปเนื้อวัวของสหรัฐจำนวนมากยังไม่สามารถส่งออกไปจีนได้เต็มที่ เนื่องจากปัญหาสารตกค้างและข้อกำหนดด้านความปลอดภัยอาหาร
รัฐวิสาหกิจจีนอาจมีบทบาทสำคัญ
นักวิเคราะห์มองว่า หากจีนต้องการทำให้ยอดนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐเข้าใกล้เป้าหมาย รัฐวิสาหกิจอาจต้องเข้ามาช่วยจัดซื้อโดยตรง คล้ายกับแนวทางที่ใช้ในตลาดถั่วเหลือง เพราะการปล่อยให้การซื้อขายเป็นไปตามกลไกตลาดเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เมื่อสินค้าอเมริกันมีราคาสูงกว่าคู่แข่งหรือไม่สอดคล้องกับความต้องการภายในประเทศ
โดยสรุป จีนซื้อสินค้าเกษตรสหรัฐต่ำสุดรอบ 7 ปี เป็นสัญญาณว่าข้อตกลงทางการค้าไม่ได้รับประกันการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นเสมอไป ทั้งสองประเทศยังต้องจัดการกับปัจจัยด้านราคา อุปสงค์ กฎระเบียบ และความเชื่อมั่น หากติดตามเรื่องนี้ต่อ ผู้ประกอบการและนักลงทุนควรจับตายอดนำเข้าถั่วเหลือง ข้าวโพด เนื้อสัตว์ รวมถึงมาตรการจากรัฐบาลจีนอย่างใกล้ชิด เพราะตัวเลขเหล่านี้อาจบอกทิศทางความสัมพันธ์ทางการค้าในระยะต่อไปได้
มุมมองที่น่าสนใจคือ ตลาดจะฟื้นตัวได้จริงก็ต่อเมื่อสินค้าจากสหรัฐแข่งขันด้านราคาและผ่านเงื่อนไขนำเข้าได้มากขึ้น ไม่ใช่เพียงอาศัยคำมั่นทางการเมือง ดังนั้น ผู้อ่านควรติดตามข่าวการค้าโลกอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินผลกระทบต่อราคาสินค้าเกษตรและเศรษฐกิจในอนาคต
ที่มา – จีนซื้อสินค้าเกษตรสหรัฐต่ำสุดรอบ 7 ปี แม้รับปากนำเข้ากว่า 5 แสนล้านบาท