ชาวบ้านสุรินทร์อพยพหนีวิกฤต รถติดถนนแน่น โดรนกัมพูชายังบิน
ชาวบ้านสุรินทร์อพยพหนีวิกฤต รถติดถนนแน่น โดรนกัมพูชายังบิน
ในยามบ่ายวันที่ 7 ธันวาคม 2568 ชาวบ้านสุรินทร์ต่างตื่นตระหนก เมื่อเสียงไซเรนและข้อความแจ้งเตือนดังขึ้นพร้อมกันในโทรศัพท์มือถือหลายพันเครื่อง ข้อความดังกล่าวระบุว่าเกิดการปะทะกันระหว่างทหารไทยและกัมพูชาในพื้นที่ชายแดน จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดน ได้แก่ อ.พนมดงรัก อ.กาบเชิง อ.สังขะและ อ.บัวเชด อพยพออกจากพื้นที่ไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวทันที
เหตุการณ์นี้ส่งผลให้ชาวบ้านสุรินทร์จำนวนมากต้องรีบเก็บข้าวของ ขนย้ายสัตว์เลี้ยง และเดินทางออกจากบ้านไปยังพื้นที่ปลอดภัย การเดินทางอพยพครั้งนี้ทำให้เกิดปัญหารถติดถนนแน่นเป็นระยะทางยาวหลายกิโลเมตร โดยเฉพาะในเส้นทางจาก อ.ปราสาท มุ่งหน้าสู่ตัวเมืองสุรินทร์ ที่พบว่ามีรถยนต์ส่วนตัว รถจักรยานยนต์ และรถพ่วงข้างจำนวนมาก ต่างพากันเดินทางพร้อมสัมภาระและครอบครัว
บรรยากาศการอพยพของชาวบ้านสุรินทร์
บรรยากาศการอพยพของชาวบ้านสุรินทร์เต็มไปด้วยความตึงเครียด แต่ก็แฝงไปด้วยความมีน้ำใจช่วยเหลือกัน ผู้คนต่างขับขี่รถด้วยความระมัดระวัง คอยสังเกตสัญญาณไฟจราจรและเจ้าหน้าที่ตำรวจที่คอยอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทาง เจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัย ผู้นำชุมชน ชรบ.หมู่บ้านและจิตอาสาต่างเข้ามาช่วยเหลือดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้กับผู้อพยพ
- การจราจร – รถติดถนนแน่น ต้องใช้เวลารอคอยนาน
- การขนส่ง – มีทั้งรถส่วนตัว รถจักรยานยนต์ และรถพ่วงข้าง
- ความช่วยเหลือ – เจ้าหน้าที่และจิตอาสาคอยดูแลและอำนวยความสะดวก
โดรนกัมพูชายังคงบินว่อน
ขณะเดียวกัน ยังคงพบว่ามีโดรนของทหารกัมพูชาบินว่อนในพื้นที่ชายแดนหลายจุด ไม่เพียงแต่ในพื้นที่ชายแดนช่องจอมเท่านั้น แต่ยังมีการพบเห็นโดรนบินต่ำเหนือท้องฟ้า อ.เมืองสุรินทร์อีกด้วย ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้เห็นโดรนบินต่ำวนไปมาทางทิศตะวันออกของตัวเมืองสุรินทร์ในช่วงเวลา 3 ทุ่มที่ผ่านมา เห็นไฟกระพริบสีแดงขาวอย่างชัดเจน
การปรากฏตัวของโดรนกัมพูชานี้ยิ่งทำให้สถานการณ์ตึงเครียดมากยิ่งขึ้น สร้างความกังวลให้กับชาวบ้านสุรินทร์ที่ต้องอพยพหนีวิกฤต หลายคนต่างหวาดผวาและกลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบขึ้นอีก
ผลกระทบจากการอพยพ
การอพยพของชาวบ้านสุรินทร์ครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ ธุรกิจการค้า รวมถึงชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ชายแดน ตลาดชายแดนช่องจอมที่เคยคึกคัก กลับกลายเป็นเงียบเหงาเป็นอย่างมาก ร้านค้าต่างๆ ต้องปิดกิจการชั่วคราว ประชาชนต่างอพยพออกไปกันแล้ว
อย่างไรก็ตาม ยังมีบางส่วนที่เลือกที่จะอยู่ดูสถานการณ์ในวันพรุ่งนี้อีกครั้ง ซึ่งอาจเป็นเพราะยังไม่สามารถตัดสินใจอพยพได้ หรืออาจมีเหตุจำเป็นบางประการที่ทำให้ไม่สามารถอพยพได้
ข้อความเตือนภัยจากภาครัฐ
ข้อความเตือนภัยที่ส่งถึงประชาชนมีใจความสำคัญดังนี้
แจ้งอพยพออกนอกพื้นที่การสู้รบ 07-11-2025 16:04:24 น. ขณะนี้เกิดเหตุสู้รบที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่บริเวณ อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ ขอให้ผู้อยู่ในบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่ อ.พนมดงรัก อ.กาบเชิง อ.สังขะและ อ.บัวเชด อพยพออกจากพื้นที่ชายแดนไปยังพื้นที่พักพิงชั่วคราว หรือพื้นที่ปลอดภัยที่ราชการกำหนดหรือติดต่อกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่และที่ว่าการอำเภอ เพื่อนัดหมายและอพยพไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวที่ทางราชการกำหนด ทั้งนี้ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการในพื้นที่อย่างเคร่งครัด สอบถามรายละเอียด โทร 1784 DDPM
ข้อความนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามของภาครัฐในการดูแลความปลอดภัยของประชาชน พร้อมทั้งให้ข้อมูลและคำแนะนำที่ชัดเจนในการอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัย
บทสรุปและข้อคิด
เหตุการณ์การอพยพของชาวบ้านสุรินทร์ครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของความตึงเครียดในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ สถานการณ์นี้ยังคงต้องการความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการแก้ไขปัญหาและสร้างความสงบสุขให้กับพื้นที่ชายแดน
สำหรับประชาชนที่ต้องอพยพ ควรติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามคำแนะนำของภาครัฐอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว
ที่มา – ชาวบ้านสุรินทร์แห่อพยพ รถเต็มถนนจราจรหนาแน่น โดรนเขมรยังบินว่อน!


