ชาวบ้านแพรกเตรียมสถานที่รับร่างทหารกล้าพลีชีพเนิน 677
ชาวบ้านแพรกเตรียมสถานที่รับร่างทหารกล้าพลีชีพเนิน 677
วันที่ 14 ธันวาคม 2568 บรรยากาศที่วัดหลวงพ่อเขียว ต.สำพะเนียง อ.บ้านแพรก จ.พระนครศรีอยุธยา เต็มไปด้วยความโศกเศร้าและสำนึกในความเสียสละ เมื่อเจ้าหน้าที่ หน่วยงานราชการ และพี่น้องชาวบ้านแพรกร่วมกันจัดเตรียมสถานที่เพื่อรับร่างของ จ่าสิบเอกดำรงเกียรติ แก้วกระจ่าง ทหารกล้าผู้พลีชีพในการปฎิบัติหน้าที่ที่เนิน 677 ช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี
การเดินทางมารับศพครั้งนี้ มีนายณรงค์ศักดิ์ ศรีสวัสดิ์ นายอำเภอบ้านแพรก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลบ้านแพรก กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้าน และพระสงฆ์ ร่วมกันจัดเตรียมสถานที่อย่างสมเกียรติ ด้วยความอาลัยและเคารพในวีรกรรมของทหารรักชาติ
ความร่วมมือของชุมชนในการต้อนรับทหารกลับบ้าน
บรรยากาศการเตรียมการรับศพเป็นไปด้วยความเงียบงันและเคร่งขรึม ทุกคนล้วนตั้งใจทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด เพื่อให้การส่งท้ายทหารผู้เสียสละเป็นไปอย่างสมพระเกียรติ ขณะเดียวกัน ครอบครัวของจ่าสิบเอกดำรงเกียรติ ก็เดินทางไปรับศพที่ท่าอากาศยานดอนเมือง โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
คำพูดจากหัวใจของนายอำเภอบ้านแพรก
นายณรงค์ศักดิ์ ศรีสวัสดิ์ นายอำเภอบ้านแพรก กล่าวว่า “การรับรู้ข่าวการสูญเสียทหารหนุ่มจากบ้านแพรก ทำให้ผมและทุกคนในอำเภอรู้สึกเสียใจอย่างมาก ทางอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประสานกับครอบครัวเพื่อจัดเตรียมสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนา และอำนวยความสะดวกในการรับศพ ทั้งนี้ เราทุกคนภาคภูมิใจที่ทหารของบ้านแพรกได้ทำหน้าที่ปกป้องผืนแผ่นดินไทยด้วยความกล้าหาญ”
นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมสถานที่บำเพ็ญกุศลศพ ซึ่งจะจัดขึ้นที่วัดหลวงพ่อเขียว โดยจะรอการยืนยันกำหนดการจากครอบครัวและเจ้าหน้าที่ทหารอีกครั้ง
ความรู้สึกจากครอบครัวทหารผู้เสียสละ
นางสมควร บันเทิง อายุ 73 ปี ป้าของจ่าสิบเอกดำรงเกียรติ กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “ครอบครัวรู้ข่าวจากการแจ้งของเจ้าหน้าที่ ทุกคนเสียใจและตกใจมาก แต่ในความเสียใจนั้น เราก็มีความภาคภูมิใจในตัวหลานชาย ที่ได้ทำหน้าที่รักษาแผ่นดินไทยด้วยความกล้าหาญ”
“เขาเป็นเด็กดี รักพ่อแม่มาก ตั้งแต่เด็กก็มีความฝันอยากเป็นทหาร พอเรียนจบมัธยมปลาย ก็ไปสอบนักเรียนนายสิบด้วยตัวเอง จนสามารถสอบติดและได้เป็นทหารในหน่วยจู่โจม”
จ่าสิบเอกดำรงเกียรติ เริ่มปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่การปะทะกับกัมพูชาครั้งแรก โดยเป็นหนึ่งในชุดทหารที่ยึดภูมะเขือและชักธงชาติไทยขึ้นสู่ยอดเขา หลังจากนั้น เขาก็ปฏิบัติหน้าที่ต่อเนื่องที่ภูมะเขือมาโดยตลอด
ช่วงล่าสุด ก่อนเกิดเหตุ เขาได้รับการตรวจร่างกายและเดินทางกลับบ้านพักในค่ายทหารที่ จ.ลพบุรี พร้อมพบภรรยาและลูกสาว ก่อนจะแวะมาเยี่ยมพ่อแม่ที่บ้านแพรก แต่เมื่อมีการปะทะรอบใหม่ เขาก็อาสาสมัครไปปฏิบัติภารกิจยึดเนิน 677 ช่องอานม้า จนสามารถยึดคืนได้สำเร็จ แต่ก็ต้องเสียชีวิตจากการตอบโต้ของอีกฝ่าย
เสียงจากใจของป้าทหารผู้เสียสละ
“อยากฝากถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ขอให้ดำเนินการกับทางกัมพูชาอย่างจริงจัง สงครามครั้งนี้อยากให้มันจบสิ้นไป จะได้ไม่ต้องมีการสูญเสียทหารและประชาชนอีก” นางสมควรกล่าวด้วยน้ำตา
ความเงียบเหงาของบ้านหลังเล็กริมแม่น้ำ
บรรยากาศที่บ้านเลขที่ 27 หมู่ 1 ต.สำพะเนียง อ.บ้านแพรก จ.พระนครศรีอยุธยา เงียบเหงา บ้านไม้ชั้นเดียวใต้ถุนสูง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำลพบุรี ระดับน้ำที่เคยท่วมขังเริ่มลดลง แต่ความเศร้าโศกในครอบครัวยังคงหนักอึ้ง
นายสราวุฒิ พูนใย อายุ 41 ปี ลูกพี่ลูกน้องของจ่าสิบเอกดำรงเกียรติ กล่าวว่า “พอทราบข่าว ครอบครัวต่างตกใจและเสียใจมาก แต่ก็มีหน่วยงานราชการและชาวบ้านมาร่วมให้กำลังใจและช่วยกันจัดเตรียมสถานที่ ปกติเขาจะอยู่กับภรรยาและลูกที่บ้านพักในค่ายทหาร และจะแวะมาเยี่ยมพ่อแม่ที่บ้านหลังนี้เป็นประจำ”
“เขามักจะเล่าเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ให้ฟังเสมอ ทั้งความยากลำบาก ความเหนื่อยล้า แต่ก็มีความภาคภูมิใจที่ได้ปกป้องประเทศชาติ”
การไว้อาลัยจากชาวบ้านแพรก
ในวันดังกล่าว ชาวบ้านแพรกต่างร่วมใจกันทำความสะอาดวัด จัดเตรียมสถานที่ ตั้งเต็นท์ จัดข้าวปลาอาหาร และเตรียมสถานที่สำหรับพิธีบำเพ็ญกุศล ทุกคนทำด้วยความตั้งใจและสำนึกในพระคุณของทหารผู้เสียสละ
หลายคนกล่าวว่า “ทหารคนนี้เป็นลูกหลานของบ้านแพรก เป็นความภาคภูมิใจของพวกเราทุกคน แม้เขาจะจากไป แต่วีรกรรมและความกล้าหาญของเขาจะอยู่ในใจของเราตลอดไป”
ชาวบ้านแพรกเตรียมสถานที่รับร่างทหารกล้าพลีชีพเนิน 677
การเตรียมการรับศพในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการส่งท้ายทหารคนหนึ่ง แต่เป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระคุณของประชาชนต่อบุคคลผู้เสียสละเพื่อชาติบ้านเมือง ชาวบ้านแพรกได้แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือ ความสามัคคี และความกตัญญูที่มีต่อทหารผู้เสียสละ
การสูญเสียในครั้งนี้ แม้จะทำให้ครอบครัวและเพื่อนบ้านต้องเสียใจ แต่ก็เป็นการเตือนใจให้ทุกคนตระหนักถึงคุณค่าของความสงบสุขที่เรามีในวันนี้ ล้วนมาจากเลือดเนื้อและชีวิตของทหารหลายชีวิตที่เฝ้า守แผ่นดินไทย
ขอแสดงความเสียใจและ致敬ต่อ จ่าสิบเอกดำรงเกียรติ แก้วกระจ่าง และครอบครัว ขอให้วีรกรรมของท่านจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ชาติไทยตลอดไป
ที่มา – ชาวบ้านแพรก เตรียมสถานที่รับร่างทหารกล้าพลีชีพเนิน 677 อย่างสมเกียรติ




