ชาวสมุยขับไล่เจ้าของฟาร์มม้า
ชาวสมุยขับไล่เจ้าของฟาร์มม้า หลังชาวบ้านในพื้นที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมตัวกันกว่า 300 คน เพื่อเรียกร้องให้ผู้ประกอบการยุติการนำม้าออกมาให้บริการนักท่องเที่ยวบนชายหาดสาธารณะ โดยชาวบ้านระบุว่าได้รับผลกระทบจากมานานกว่า 1 ปี ทั้งปัญหามูลม้าที่ถูกปล่อยทิ้งไว้บนชายหาด กลิ่นรบกวน รวมถึงม้าที่เดินเข้าไปในชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรม
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 ต.ค. โดยนายวีรพล วัชรสินธุ ประธานคณะกรรมการชุมชนบางเก่า เป็นผู้นำชาวบ้านจากตำบลตลิ่งงาม ตำบลหน้าเมือง และตำบลมะเร็ต เดินทางมารวมตัวประท้วง พร้อมถือป้ายข้อความว่า “ชาวสมุย ไม่เอาธุรกิจม้า ให้บริการบนหาดสาธารณะและพื้นที่ชุมชน” การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.เกาะสมุย ฝ่ายปกครองอำเภอเกาะสมุย และสมาชิกสภาเทศบาลนครเกาะสมุยเข้าดูแลความเรียบร้อย
ชาวสมุยขับไล่เจ้าของฟาร์มม้า หลังได้รับความเดือดร้อน
บรรยากาศระหว่างการประท้วงเป็นไปอย่างตึงเครียด ชาวบ้านจำนวนมากตะโกนเรียกร้องให้คอกม้าออกจากพื้นที่เกาะสมุย โดยให้เหตุผลว่าการนำม้าออกมาเดินบนชายหาดและใช้เป็นกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวขี่ ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงกระทบต่อการใช้พื้นที่สาธารณะของคนในชุมชนและนักท่องเที่ยวทั่วไป
ชาวบ้านกล่าวว่า ปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่เกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลานาน ผู้ประกอบการปล่อยม้าออกมาเดินบนชายหาด โดยไม่มีระบบควบคุมหรือผู้รับผิดชอบดูแลมูลม้าที่เกิดขึ้นอย่างเหมาะสม ทำให้มีมูลม้าตกค้างตามแนวชายหาด นักท่องเที่ยวบางคนต้องหลีกเลี่ยงบริเวณดังกล่าว ขณะที่คนในชุมชนมองว่าเป็นปัญหาด้านสุขอนามัยและสิ่งแวดล้อมที่ควรได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง
ข้อร้องเรียนของชาวบ้านต่อธุรกิจฟาร์มม้า
นอกจากปัญหาบนชายหาดแล้ว ม้ายังเดินเข้าไปในพื้นที่ชุมชนและแปลงเกษตรของชาวบ้าน บางครั้งม้ากินพืชผลทางการเกษตรจนได้รับความเสียหาย ชาวบ้านจึงต้องคอยเฝ้าระวังและหาวิธีป้องกันไม่ให้ม้าเข้ามาในพื้นที่ของตนเอง ความเสียหายดังกล่าวอาจดูเป็นเรื่องเล็กในสายตาคนนอก แต่สำหรับเกษตรกรที่พึ่งพาผลผลิตแต่ละแปลงเป็นรายได้ ถือเป็นภาระที่สร้างความกังวลอย่างมาก
- มีการปล่อยม้าเดินบนชายหาดสาธารณะ
- มูลม้าถูกทิ้งไว้โดยไม่มีการจัดเก็บอย่างเหมาะสม
- ม้าเดินเข้าไปในชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรม
- ชาวบ้านกังวลเรื่องความปลอดภัยจากม้าจำนวนมาก
- ผู้ประกอบการยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้เป็นที่ยอมรับของชุมชน
ก่อนที่ชาวบ้านจะเดินทางมารวมตัว มีรายงานว่าเจ้าของคอกม้าขับรถยนต์กระบะออกจากบ้านพักไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ชาวบ้านยิ่งไม่พอใจและมองว่าอีกฝ่ายไม่ได้แสดงความรับผิดชอบต่อข้อร้องเรียนที่เกิดขึ้น หลังจากนั้นผู้ชุมนุมจึงเดินหน้าประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนว่าไม่ต้องการให้ธุรกิจม้าดำเนินกิจการบนชายหาดสาธารณะและพื้นที่ชุมชนต่อไป
เจ้าหน้าที่เคยเตือนและยึดม้า 22 ตัว
ที่ผ่านมา นายอำเภอเกาะสมุยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเคยลงพื้นที่เพื่อแจ้งเตือนผู้ประกอบการให้แก้ไขปัญหา รวมทั้งกำชับให้ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านระบุว่าสถานการณ์ยังไม่เปลี่ยนแปลงอย่างจริงจัง จึงนำไปสู่การรวมตัวเรียกร้องครั้งล่าสุด
เมื่อวันที่ 29 ก.ย. ฝ่ายปกครองอำเภอเกาะสมุยและเจ้าหน้าที่เทศกิจเทศบาลนครเกาะสมุยได้ลงพื้นที่ดำเนินการยึดม้าจำนวน 22 ตัวไว้เป็นของกลาง เนื่องจากผู้ประกอบการไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ หลังจากนั้นเจ้าของคอกม้าจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายและชำระค่าปรับตามที่กำหนด เหตุการณ์นี้สะท้อนว่าปัญหาดังกล่าวมีทั้งมิติด้านกฎหมาย การใช้พื้นที่สาธารณะ และการดูแลสวัสดิภาพสัตว์
นายวีรพลกล่าวว่า การรวมตัวของชาวบ้านมีเป้าหมายเพื่อปกป้องสิทธิในการใช้ชายหาดและพื้นที่ชุมชนอย่างปลอดภัย ชาวบ้านไม่ได้ต้องการสร้างความวุ่นวาย แต่ต้องการให้หน่วยงานรัฐเข้ามาจัดการปัญหาอย่างเป็นระบบ พร้อมตรวจสอบว่าการประกอบกิจการดังกล่าวมีใบอนุญาตและปฏิบัติตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องหรือไม่
ชาวบ้านแจ้งความและเรียกร้องทางออกที่ชัดเจน
หลังจากการประท้วง นายวีรพลได้นำตัวแทนชาวบ้านเดินทางไปยัง สภ.เกาะสมุย เพื่อแจ้งความกับผู้ประกอบการ โดยระบุข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการปล่อยม้าเดินบนชายหาด การปล่อยมูลม้าเรี่ยราด และความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตร นอกจากนี้ยังแสดงความห่วงใยเรื่องความปลอดภัย เพราะม้าที่ถูกนำมาใช้งานมีจำนวนถึง 22 ตัว หากม้าตกใจ วิ่งหนี หรือควบคุมไม่ได้ อาจทำให้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวได้รับอันตราย
ประเด็นสำคัญที่ชุมชนต้องการเห็นคือการกำหนดพื้นที่ประกอบกิจการให้ชัดเจน หากธุรกิจสามารถดำเนินการได้ตามกฎหมาย ก็ควรมีมาตรการควบคุมที่รัดกุม เช่น ห้ามนำม้าเข้าไปในพื้นที่ชายหาดสาธารณะ จัดทำคอกที่ได้มาตรฐาน มีผู้ดูแลตลอดเวลา เก็บมูลม้าทันที และชดเชยความเสียหายให้ผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นธรรม
กรณี ชาวสมุยขับไล่เจ้าของฟาร์มม้า จึงไม่ใช่เพียงความขัดแย้งระหว่างผู้ประกอบการกับชาวบ้านเท่านั้น แต่ยังเป็นบทเรียนเรื่องการจัดการธุรกิจท่องเที่ยวที่ต้องคำนึงถึงชุมชน สิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยควบคู่กัน การส่งเสริมการท่องเที่ยวควรสร้างรายได้โดยไม่ผลักภาระให้คนในพื้นที่ และทุกฝ่ายควรมีเวทีพูดคุยเพื่อหาทางออกที่ชัดเจน
ท้ายที่สุด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง ติดตามการดำเนินคดี และสื่อสารผลการแก้ไขให้ชาวบ้านรับทราบอย่างโปร่งใส ขณะที่ผู้ประกอบการควรรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดขึ้น หากทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างจริงใจ ก็จะช่วยรักษาความน่าอยู่ของเกาะสมุยและสร้างการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนได้
ความคิดเห็น: ชายหาดเป็นพื้นที่ของทุกคน การประกอบธุรกิจควรดำเนินไปพร้อมกับความรับผิดชอบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม หากพบปัญหา ควรแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและร่วมกันติดตามการแก้ไขอย่างสันติ
ที่มา – ชาวสมุยรวมตัวขับไล่เจ้าของฟาร์มม้า ปล่อยม้าถ่ายมูลเรี่ยราดบนชายหาด




