ชาวเน็ตรุมจวกพ่อแม่ขุนลูกสาววัย 3 ขวบจนอ้วนตุ้บเพื่อถ่ายคลิปโชว์กิน หวังยอดวิวโซเชียล
ชาวเน็ตรุมจวกพ่อแม่ขุนลูกสาววัย 3 ขวบจนอ้วนตุ้บเพื่อถ่ายคลิปโชว์กิน หวังยอดวิวโซเชียล
กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่ถูกพูดถึงอย่างหนักบนโลกโซเชียลมีเดียของจีน เมื่อมีคลิปวิดีโอเด็กหญิงตัวน้อยวัยเพียง 3 ขวบที่ถูกพ่อแม่เลี้ยงดูจนมีน้ำหนักตัวพุ่งสูงถึง 35 กิโลกรัม เพียงเพื่อผลักดันให้เธอเป็นดาวเด่นในคอนเทนต์แนว “มุกบัง” หรือการกินโชว์บนแพลตฟอร์มติ๊กต็อกเวอร์ชันจีน (โต่วอิน) โดยหวังเพียงยอดวิวและเงินรายได้ จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมและการนำเด็กมาหาผลประโยชน์อย่างน่าใจหาย
ผลกระทบจากการที่ชาวเน็ตรุมจวกพ่อแม่ขุนลูกสาววัย 3 ขวบจนอ้วนตุ้บเพื่อถ่ายคลิปโชว์กิน หวังยอดวิวโซเชียล
สำหรับหนูน้อย “เพ่ยฉี” คนนี้ น้ำหนักตัวของเธอเกินเกณฑ์มาตรฐานของเด็ก 3 ขวบ (ซึ่งควรอยู่ที่ประมาณ 15 กิโลกรัม) ไปกว่าเท่าตัว พ่อแม่มักจงใจป้อนอาหารที่ให้พลังงานสูง เช่น ไก่ทอด และเนื้อสัตว์ติดมัน พร้อมตั้งหัวข้อคลิปสุดสะดุดตาเพื่อเรียกยอดผู้ติดตาม พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้ชาวเน็ตจำนวนมากไม่พอใจและมองว่านี่คือการทารุณกรรมรูปแบบหนึ่ง เพราะไม่ใช่แค่ปัญหาสุขภาพกายที่ตามมา แต่ยังรวมถึงผลกระทบต่อพัฒนาการทางจิตใจของเด็กด้วย
แม้พ่อแม่จะออกมาแก้ต่างว่าเพ่ยฉีเป็นเด็กเจริญอาหารมาแต่ไหนแต่ไรและพวกตนไม่ได้บังคับ แต่การชาวเน็ตรุมจวกพ่อแม่ขุนลูกสาววัย 3 ขวบจนอ้วนตุ้บเพื่อถ่ายคลิปโชว์กิน หวังยอดวิวโซเชียลนั้น ก็กดดันหนักจนแพลตฟอร์มต้องสั่งแบนบัญชีของเด็กหญิงไปในที่สุด ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นอุทาหรณ์ที่สำคัญมากสำหรับสังคมยุคออนไลน์
- นำเด็กมาหาผลประโยชน์ผ่านการสร้างคอนเทนต์ที่อันตรายต่อสุขภาพ
- การสร้างค่านิยมผิดๆ ที่เน้นยอดวิวมากกว่าคุณภาพชีวิตของลูก
- ความสำคัญของการปกป้องสิทธิเด็กบนสื่อสังคมออนไลน์
ในมุมมองของเรา นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของครอบครัวเพียงอย่างเดียว แต่เป็นปัญหาสังคมที่ทุกแพลตฟอร์มควรให้ความสำคัญอย่างจริงจัง การอนุญาตให้พ่อแม่นำลูกมาแสวงหาผลประโยชน์โดยไม่คำนึงถึงสุขภาพระยะยาวของเด็กถือเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ เราควรช่วยกันเป็นหูเป็นตาเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำอีก เพราะเด็กทุกคนควรจะเติบโตอย่างมีคุณภาพ ไม่ใช่เติบโตมาเพื่อเป็นเครื่องมือเรียกยอดไลก์ครับ
ที่มา – ชาวเน็ตรุมจวกพ่อแม่ขุนลูกสาววัย 3 ขวบจนอ้วนตุ้บเพื่อถ่ายคลิปโชว์กิน หวังยอดวิวโซเชียล
