ชิมงานศิลปะกลางป่าเขาใหญ่กับรสชาติเชิงทดลอง 7 องก์ “Bloom by Wuttisak”
ชิมงานศิลปะกลางป่าเขาใหญ่กับรสชาติเชิงทดลอง 7 องก์ “Bloom by Wuttisak”
สายอาร์ตและสายฟู้ดดี้เตรียมตัวใจสั่น! เมื่อพื้นที่ๆ ธรรมชาติและศิลปะหลอมรวมกันอย่าง Khao Yai Art Forest ประกาศแต่งตั้ง “เชฟวุฒิ – วุฒิศักดิ์ วุฒิอัมพร” ขึ้นแท่น In-Residence Culinary Artist คนแรก!
นี่ไม่ใช่แค่การทำอาหาร แต่คือการถ่ายทอด “ความรู้สึก” จากผืนป่าสู่จานอาหารที่สวยงามราวกับงานศิลปะชั้นสูง
ปรัชญาศิลปะบนจานอาหาร: “Black Dress & Gold Accessories”
เชฟวุฒิไม่ได้มองจานอาหารเป็นแค่ภาชนะ แต่เขามองเหมือน ‘รันเวย์แฟชั่น’ เขาหยิบเทคนิคการใช้คู่สีที่ตัดกันอย่างลงตัวมาใช้ เช่น การตัดกันของสีดำและสีทอง เปรียบเสมือนผู้หญิงในชุด Black Dress ที่สวมเครื่องประดับสีทองโดดเด่น ทำให้ทุกคำที่คุณทานมีมิติและน่าค้นหา
เชฟวุฒิ เกิดและเติบโตที่จังหวัดตาก เริ่มต้นเส้นทางสายครัวด้วยการฝึกฝนตนเอง ก่อนสั่งสมประสบการณ์ในห้องครัวของโรงแรมระดับห้าดาวมากว่า 20 ปี เขาเป็นทั้งนักเขียน ผู้สร้างสรรค์งานอาหาร (Culinary Artist) และหนึ่งในเชฟประจำโครงการเชฟแคร์ส (Chef Cares) โดยเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในด้านปรัชญาการทำอาหารที่ละเมียดละไม ราวกับ “บทกวีและความรู้สึกจากใจ” อาหารของเขาสะท้อนถึงรากเหง้า และมรดกความเป็นไทยอย่างงดงาม ผสานพืชพรรณป่าที่เก็บด้วยมือ (foraged flora) เข้ากับการทำครัวอย่างปราณีตและยั่งยืน – สอดคล้องกับคุณค่าและจิตวิญญาณของเขาใหญ่ อาร์ต ฟอเรสต์อย่างแท้จริง
“การทำอาหารกับงานศิลปะ เป็นสองสิ่งที่แยกจากกันไม่ออก” เขายังกล่าวเสริมด้วยว่า ส่วนตัวได้ศึกษาการเทคนิคการตกแต่งจานอาหารของเชฟชื่อดังทั่วโลก ที่มักจะผสมผสานความเป็นศิลปะเข้ากับการจัดจานได้อย่างสวยงาม โดยเฉพาะการใช้สีสันตัดกันให้ดูน่าสนใจเหมือนเทคนิคที่ใช้ในวงการแฟชั่นและศิลปะ
เชฟวุฒิ ยอมรับว่า การได้ร่วมงานกับ เขาใหญ่ อาร์ต ฟอเรสต์ ถือเป็นความภูมิใจและความท้าทายสำหรับเขา เพราะต้องรังสรรค์จานอาหารที่ผสมผสานระหว่าง “การพัฒนาเมนูพื้นบ้าน” ควบคู่ไปกับ “การสร้างสรรค์สิ่งใหม่” โจทย์ที่ยากและท้าทายที่สุด คือการยกระดับรสชาติอาหารพื้นบ้านให้มีความร่วมสมัย โดยไม่ละทิ้งรากเหง้าและเอกลักษณ์ของความเป็นไทย
“วิสัยทัศน์ของคุณมาริษา เจียรวนนท์ คือการเป็นเสาหลักในการสนับสนุนวัตถุดิบพื้นถิ่น ถ่ายทอดความรู้ให้กับชุมชน เพื่อยกระดับมรดกอาหารไทยพื้นบ้านให้ก้าวสู่ความเป็นสากลอย่างสง่างาม พร้อมทั้งสร้างเอกลักษณ์ที่โดดเด่น และเพิ่มรายได้ที่ยั่งยืนคืนสู่ชุมชน ผ่านการรังสรรค์เมนูจากวัตถุดิบของชุมชน เช่น หอยเชอรี่, ข้าวตังจากข้าวเหนียว และพริกพรานจากสกลนคร เราจึงต้องศึกษาถึงรากเหง้าของอาหารพื้นเมือง และวัตถุดิบท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง การพัฒนาให้ดีกว่าเดิมนั้นยากกว่าการสร้างสรรค์เมนูใหม่อย่างสิ้นเชิง อย่างการยกระดับรสชาติของปลาร้าให้ดียิ่งขึ้น ทั้งที่ของเดิมก็อร่อยอยู่แล้ว ถือเป็นโจทย์ที่ยากและท้าทายสำหรับผม”
“Bloom by Wuttisak” การเดินทางแห่งรสชาติ 7 องก์ (7 Acts)
เชฟวุฒิหยิบเอา ‘จิตวิญญาณอีสาน’ มาปัดฝุ่นใหม่ ผสานวัตถุดิบที่หาได้จากป่า (Foraged Flora) และภูมิปัญญาท้องถิ่น ชวนทุกคนออกเดินทางผ่านรสชาติเชิงทดลอง (Experimental Dining Journeys) และศิลปะแห่งการจัดจาน (Culinary Installations) ตลอดจนรังสรรค์เมนูตามฤดูกาลจากวัตถุดิบในท้องถิ่น หลอมรวมเป็นประสบการณ์ใหม่ในแบบ “Bloom by Wuttisak” คือการเดินทางแห่งรสชาติเชิงทดลอง 7 องก์ ด้วยแรงบันดาลใจจากความอุดมสมบูรณ์และความหลากหลายทางชีวภาพของเขาใหญ่ วัตถุดิบพื้นถิ่นในแต่ละฤดูกาล และมรดกอาหารพื้นบ้านของชาวอีสาน ทุกจานคือการผสมผสานศาสตร์และศิลป์ จนเกิดเป็นคอร์สพิเศษที่ต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น!
- องก์ที่ 1 – การต้อนรับจากผืนดิน: เมนูพื้นถิ่นอีสานที่ยกระดับน้ำพริกพรานแบบโบราณ ผสมผสานกับสาโทและลูกกำจัด (พืชพื้นถิ่นที่มีรสเผ็ดปร่าคล้ายมะแขว่นทางภาคเหนือ) มอบกลิ่นหอมและรสชาติเผ็ดฝาดปลายลิ้น รับประทานคู่กับข้าวตังกรอบ หอยเชอร์รี และเครื่องสมุนไพร
- องก์ที่ 2 – ความละมุนของธรรมชาติ: เมนูไก่ย่างผัดซอสถั่วสูตรลับฉบับเชฟ คัดสรรสะโพกไก่คุณภาพดีนำมาย่างและผัดกับสมุนไพรพื้นถิ่น ผสานความนุ่มละมุนเข้ากับซอสถั่วคั่วหอมที่มีรสหวานมันกลมกล่อม เสิร์ฟพร้อมปลาหมึกและน้ำจิ้มรสเปรี้ยวหวาน ช่วยตัดรสชาติได้อย่างยอดเยี่ยม
- องก์ที่ 3 – ศิลปะแห่งผืนป่า: เป็ดย่างมูสกะหล่ำกับกระเจี๊ยบกวน เนื้อเป็ดรมควันหอมกรุ่นที่ผ่านการหมักอย่างพิถีพิถัน เสริมด้วยสัมผัสที่สดชื่นของกระเจี๊ยบอบแห้งนำมากวนเข้ากับตะไคร้ ปิดท้ายด้วยกลิ่นหอมสดชื่นของเปลือกส้มเพื่อเพิ่มมิติความหอมอีกระดับ เข้ากันได้อย่างดีกับมูสกะหล่ำปลีเนื้อเนียนและกะทิ
- องก์ที่ 4 – จิตวิญญาณแห่งผืนนา: เมนูสุดสร้างสรรค์จาก ‘ปูนา’ อุดมไปด้วยความมันตามฤดูกาล นำมาสกัดแยกเป็น 3 ส่วนเพื่อดึงกลิ่นหอมและรสชาติเข้มข้นมีเอกลักษณ์ในแต่ละส่วนออกมา รับประทานคู่กับผักพื้นบ้านตามฤดูกาล และแจ่วพริกสดที่ให้รสเผ็ดน้อย แต่มีกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์
- องก์ที่ 5 – แก่นแท้แห่งอีสานบรรจบญี่ปุ่น: การผสมผสานวัฒนธรรมอาหารอย่างสร้างสรรค์ ด้วยการนำมะเขือส้ม (มะเขือเทศพื้นบ้านอีสาน) มาคลุกเคล้ากับน้ำดาชิในแบบญี่ปุ่นเกิดเป็น ‘ซุปมะเขือส้ม’ รสกลมกล่อม เสิร์ฟคู่กับปลานิลจากเกษตรกรในชุมชนนำมาย่างจนหอมผสมซอสสูตรลับกับปลาร้า ให้รสชาตินัวและเข้มข้นถึงใจ
- องก์ที่ 6 – ความสดชื่นแห่งท้องทุ่ง: เมนูแสนอร่อยจากกุ้งคัดเกรดเนื้อแน่นนำไปย่างจนหอมกรุ่น เสิร์ฟพร้อมแจ่วตะไคร้สดรสชาติเปรี้ยวนำคล้ายน้ำจิ้มซีฟู้ดแต่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว จับคู่กับข้าวกล้องไรซ์เบอรี่และผักดอง เพื่อสร้างมิติรสชาติที่ซับซ้อนน่าค้นหา
- องก์ที่ 7 – บทส่งท้ายแห่งวัยเยาว์: ปิดท้ายด้วยขนมพื้นเมืองอีสานอย่าง ‘ข้าวปาดใบเตย’ ขนมพื้นบ้านของชาวอีสาน ทำจากแป้งข้าวเหนียว กะทิ และใบเตย เป็นรสชาติแห่งความทรงจำวัยเด็ก รับประทานคู่กับชาใบเตยกลิ่นหอมละมุน และเหล้ามะม่วงที่เชฟหมักอย่างพิถีพิถัน เพื่อส่งท้ายมื้ออาหารด้วยความอิ่มเอมใจ
หัวใจที่ยิ่งใหญ่: อาหารคือความรัก อาหารคือพลัง
โปรเจกต์นี้เกิดขึ้นภายใต้วิสัยทัศน์ของ คุณมาริษา เจียรวนนท์ (ผู้ก่อตั้งมูลนิธิ Chef Cares) ที่ต้องการยกระดับวัตถุดิบพื้นถิ่นอย่าง หอยเชอร์รี หรือพริกพราน ให้กลายเป็นเมนูระดับ World Class เพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืนกลับสู่ชุมชนเขาใหญ่
- สถานที่: Khao Yai Art Forest (เขาใหญ่)
- ช่วงเวลาพิเศษ: 11 ธันวาคม 2568 – 18 มกราคม 2569
- Bloom by Wuttisak Tasting Set: 4,500 บาทสุทธิ/ท่าน (สัมผัส 7 องก์แห่งรสชาติ)
- บัตรเข้าชมโครงการ: 500 บาท (เพื่อสนับสนุนการดูแลธรรมชาติและงานศิลปะ)
- บัตรเข้าชมพื้นที่เต็มรูปแบบ + อาหารกลางวัน: 1,000 บาท
- บัตรเข้าชมพื้นที่เต็มรูปแบบ + อาหารเย็น: 1,500 บาท
เมนูเพิ่มเติม อาทิ เมนูอาหารจานเดี่ยว เครื่องดื่ม เซตเมนูพิเศษ และชุดน้ำชายามบ่าย สามารถสั่งและชำระเงินเพิ่มเติมได้ที่ร้านอาหาร
ในช่วงฤดูหนาวระหว่างวันที่ 11 ธันวาคม 2568 – 18 มกราคม 2569 เขาใหญ่ อาร์ต ฟอเรสต์ เปิดให้เข้าชมพื้นที่และงานศิลปะทุกวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 12.30 น. – 18.00 น. และวันเสาร์ – วันอาทิตย์ เวลา 10.00 น. –18.00 น. (เข้าชมงานศิลปะรอบสุดท้ายเวลา 17.30 น.) บริการอาหารและเครื่องดื่มระหว่างเวลา 12.30 น. –18.00 น. ในวันจันทร์ – ศุกร์ และเวลา 10.30 น. –18.00 น. ในวันเสาร์ – อาทิตย์ (เวลาสั่งอาหารรอบสุดท้าย)
ซื้อบัตรเข้า “เขาใหญ่ อาร์ต ฟอเรสต์” ล่วงหน้าได้ทาง www.khaoyaiart.com
ผู้ที่ต้องการรับประทานอาหารโดยไม่มีแพ็กเกจบัตรเข้าชม จำเป็นต้องชำระค่าบัตรเข้าพื้นที่ 500 บาท เพื่อสนับสนุนการดูแลธรรมชาติและการดำเนินงานของโครงการ
สำหรับการเยี่ยมชมแบบหมู่คณะ ประสบการณ์อาหารพิเศษ หรือการจัดงานเลี้ยงส่วนตัว ติดต่อ [email protected]
การได้สัมผัส ชิมงานศิลปะกลางป่าเขาใหญ่กับรสชาติเชิงทดลอง 7 องก์ “Bloom by Wuttisak” ไม่ใช่แค่การทานอาหาร แต่คือการเดินทางทางประสาทสัมผัสที่เชื่อมโยงระหว่างธรรมชาติ ศิลปะ และวัฒนธรรมอาหารไทยอย่างลึกซึ้ง ถือเป็นหนึ่งในประสบการณ์อันล้ำค่าที่นักชิมและนักเดินทางไม่ควรพลาด
ที่มา – ชิมงานศิลปะกลางป่าเขาใหญ่กับรสชาติเชิงทดลอง 7 องก์ “Bloom by Wuttisak”



























