ช็อก! เด็ก 14 น้ำหนัก 110 กก. ดับปริศนา!
นพ.จิรรุจน์ ชมเชย กุมารแพทย์เชี่ยวชาญด้านโรคระบบหายใจและเวชบำบัดวิกฤต โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เผยความเสียใจจากการติดตามเคสเด็กที่เสียชีวิตจากการอ้วนอย่างรุนแรง
ช็อก! เด็ก 14 น้ำหนัก 110 กก. ดับปริศนา!
เด็กวัย 13 ปีรายหนึ่งที่มีน้ำหนัก 76 กิโลกรัม มีอาการนอนกรน หายใจเหนื่อย และน้ำท่วมปอด ซึ่งซ้ำซ้อนด้วยการติดเชื้อโควิด-19 ได้รับการรักษาในห้องไอซียูหลายคืน โชคดีที่รอดชีวิตมาได้ แต่ก็ต้องรอให้ไตฟื้นตัว
แต่กลับมีกรณีที่ “ไม่โชคดี” เพราะมีน้องชายอีกรายวัย 14 ปีที่มีน้ำหนักสูงถึง 110 กิโลกรัม ก่อนจะเสียชีวิตด้วยภาวะหยุดหายใจเรื้อรัง หัวใจวาย และน้ำท่วมปอด ในช่วงเวลาที่สั้นๆ แพทย์ยังไม่สามารถช่วยได้ทัน
เด็กอ้วนตั้งแต่เด็กเล็ก อาจเสี่ยงอันตรายสูง
ปีละ 1-2 ราย คือจำนวนเด็กในจังหวัดนครราชสีมาที่เสียชีวิตเพราะภาวะอ้วนอย่างรุนแรง ล้วนมีความร่วมของปัจจัยหลายอย่าง โดยเหมือนกันทุกรายคือ “อ้วนตั้งแต่เด็กเล็ก” เริ่มจากน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่ 40 -> 60 -> 80 กิโลกรัม แต่ไม่มีการติดตามหรือตรวจเช็คสุขภาพอย่างต่อเนื่อง
อาการเช่นนอนกรนหรือหายใจลำบากอาจดูเหมือนเรื่องง่ายที่ผู้ใหญ่จะมองข้ามว่าเด็กโตขึ้นจะหายเอง แต่เมื่อปนกับความอ้วน ที่แท้เป็นสัญญาณของความผิดปกติที่เป็นอันตรายแบบเงียบๆ
การตรวจสอบและวินิจฉัย
พ่อแม่สามารถตรวจสอบได้จากการวัดน้ำหนัก ส่วนสูง แล้วนำไปคำนวณด้วยสูตรที่ https://nutstatcal.kiddiary.in.th/ เพื่อตรวจสอบว่าลูกมีน้ำหนักที่เหมาะสมกับส่วนสูงหรือไม่ และ “อ้วนมากไปกี่เปอร์เซ็นต์” ที่จำเป็นต้องเฝ้าระวัง และปรับพฤติกรรมทันที
การนอนกรนอย่างต่อเนื่องอาจเป็นสัญญาณของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea) ซึ่งมีความเสี่ยงสูงกับเด็กอ้วน หากมีอาการดังกล่าว ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที
แนวทางการแก้ไขปัญหาภาวะอ้วน
- งดของหวานและอาหารแปรรูป: หลีกเลี่ยง UPF (Ultra Processed Food) เช่น น้ำอัดลม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมกินเล่น
- บริโภคอาหารธรรมชาติ: แนะนำนมโคแท้จืด 3 มื้อ/วัน ไม่เกิน 3 กล่อง พร้อมอาหารใส่ใยและผักดิบ
- การออกกำลังกาย: เล่นมากกว่าเฝ้าหน้าจอ นอนแต่หัวค่ำหยุดได้หรือยัง?
- หลับให้เพียงพอ: ห้ามนอนดึก ควรนอนก่อน 22.00 น.
- เป็นตัวอย่างที่ดี: บทบาทของพ่อแม่สำคัญมาก หากผู้ปกครองมีพฤติกรรมไม่ดี ลูกก็จะ “เดินตามแม่ปู” อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
น้ำหนักที่เกิน ก้าวแรกของ “โรคเรื้อรังในวัยเด็ก” ซึ่งกระบวนการเสื่อมของร่างกายอาจเริ่มต้นขึ้นโดยไม่รู้ตัว อายุทางชีวภาพอาจเร็วกว่าวัยจริง และเมื่อเด็กหนุ่มเด็กสาวมามูดร้องหัวเราะเล่นอยู่ท่ามกลางภายนอกที่ดูสดใส ก็ไม่ใช่ว่า “ชีวิตของพวกลูกๆ” ไม่มีความเสี่ยงอยู่อีกแล้ว
ดังนั้นอย่ารอให้เด็กจากไปด้วยน้ำหนัก 110 กิโลกรัม ถึงมาเสียใจ… เฝ้าระวังสุขภาพ จัดการน้ำหนักตอนนี้ คือสิ่งสำคัญที่ผู้ปกครองทุกคนควรรีบตื่น
ที่มา – ช็อก! เด็ก 14 น้ำหนัก 110 กก. ดับปริศนา! หมอผงะเผยสาเหตุหลัก ทำไมพ่อแม่ต้องอ่านด่วนที่สุด!