‘ช่อ’โพสต์‘เราคือคนขีดเส้นทางนี้เอง’ หลัง ‘พรรคอนุทิน’อุ้ม‘อนุทิน’เป็นนายกฯ
เมื่อวันที่ 6 กันยายน น.ส.พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กภายใต้หัวข้อ ‘เราคือคนขีดเส้นทางนี้เอง ต่อจากนี้คือนาทีวัดใจ‘ ซึ่งสะท้อนถึงสถานการณ์ทางการเมืองหลังจากการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีภายใต้การสนับสนุนของพรรคภูมิไทยธรรม หรือที่ถูกเรียกกันว่า ‘พรรคส้ม’ การเมืองในช่วงเวลานี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของระบอบการเมืองไทย
‘เราคือคนขีดเส้นทางนี้เอง’ หลังที่สภาไม่ถูกยุบ
น.ส.พรรณิการ์ระบุว่า ตลอดช่วงเวลา 2 เดือนครึ่งที่ผ่านมา คณะก้าวหน้าเรียกร้องให้รัฐบาลพรรคเพื่อไทยยุบสภาเพื่อคืนอำนาจสู่ประชาชน แต่สุดท้ายพรรคเพื่อไทยไม่ได้ดำเนินการตามที่เรียกร้อง จนกระทั่งอำนาจของพรรคร่วงหล่นจนหมดสิ้น การตัดสินใจในครั้งนี้จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญในการกำหนดทิศทางของประเทศ
ทางเลือกที่ยากของฝ่ายประชาธิปไตย
ข้อความของน.ส.พรรณิการ์ยังกล่าวว่า พรรคภูมิไทยธรรมไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด แต่กลับเป็นทางเลือกเพียงทางเดียวที่ยังมีอยู่ การไม่ออกมาลงเสียงในการประชุมรัฐสภา อาจส่งผลให้นายภูมิธรรม ธนวัฒน์อยู่ในตำแหน่งรักษาการไปเรื่อย ๆ ซึ่งอาจเป็นการเปิดทางให้นายทักษิณ ชินวัตร เจรจาเพื่อตีดีลทางการเมืองใหม่
ในส่วนของความร่วมมือระหว่างพรรคภูมิไทยธรรมกับพรรคประชาธิปัตย์ใหม่ มีเงื่อนไขหลักคือการยุบสภาหลังจากนี้ 4 เดือน พร้อมจัดประชามติเพื่อออกกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งเป็นข้อเสนอที่ถือว่าสำคัญอย่างมากต่ออนาคตของการเมืองไทย
พรรคประชาธิปัตย์ใหม่ เดินหน้ากับเป้าหมายใหญ่
อย่างไรก็ตาม น.ส.พรรณิการ์ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า แม้พรรคประชาธิปัตย์ใหม่จะชนะในการเลือกตั้ง แต่มิได้หมายความว่าจะสามารถบริหารประเทศได้อย่างราบรื่น เพราะจากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาใครก็ตามที่อยู่ในอำนาจอาจต้องเผชิญกับการถูกดำเนินคดี หรือแม้กระทั่งถูกยุบพรรค ดังนั้น การตัดสินใจในครั้งนี้จึงต้องคำนึงถึงภาพรวมของระบอบประชาธิปไตยอย่างรอบด้าน
- ชี้แจงว่าการร่วมมือไม่ใช่การยอมจำนน
- ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ใหม่ไม่ได้สูญเสียความแข็งแกร่ง
- ยอมรับการวิจารณ์ในสังคมเป็นเรื่องปกติของประชาธิปไตย
เธอเน้นว่า การตัดสินใจครั้งนี้เป็นการนำไปสู่สังคมที่ประชาชนเป็นผู้ถืออำนาจสูงสุด แม้จะมีเสียงวิจารณ์ว่าท่าทีเช่นนี้อาจทำให้อนุรักษ์นิยมเข้มแข็งขึ้น แต่ในทางกลับกัน ความเข้มแข็งของพรรคประชาธิปัตย์ใหม่ยังคงอยู่และไม่ได้อ่อนแอลง เพราะพรรคไม่ได้วัดความสำเร็จจากคะแนนนิยมเท่านั้น
น.ส.พรรณิการ์ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า นี่คือจุดเริ่มต้นของเส้นทางใหม่ในระบอบการเมืองไทย การที่พรรคหรือนักการเมืองต้องเผชิญการวิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง เป็นเพียงพลวัตรปกติของประชาธิปไตย เพื่อส่งเสริมให้มีการเลือกตั้งที่แท้จริงและทันสมัยในอนาคต
และใน 4 เดือนข้างหน้า ทุกฝ่ายควรให้ความสำคัญกับการรณรงค์ให้ประชาชนเข้าใจถึงความสำคัญของการปฏิรูปรัฐธรรมนูญเพื่อก้าวไปสู่อนาคตที่ดีกว่า
ในการเมืองที่ไม่มีใครชนะไปหมด การทำงานร่วมกันคือกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนแปลงสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ อย่าหมดหวัง อย่าหดหู่ และอย่าหยุดรักการเมืองที่เป็นประชาธิปไตย
ท้ายที่สุด นี่คือเส้นทางใหม่ที่พวกเราเป็นผู้เขียนกันเอง
ที่มา – ‘ช่อ’โพสต์‘เราคือคนขีดเส้นทางนี้เอง ต่อจากนี้คือนาทีวัดใจ’ หลัง ‘พรรคส้ม’อุ้ม‘อนุทิน’เป็นนายกฯ