ซิกเว่ห่วงสุญญากาศ กสทช. กระทบแผนเอกชน
สถานการณ์การทำงานของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. กำลังได้รับความสนใจจากภาคธุรกิจ หลังไม่สามารถจัดประชุมบอร์ดเพื่อพิจารณาวาระสำคัญได้อย่างต่อเนื่อง โดยประเด็นนี้ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับทิศทางการกำกับดูแลอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย และอาจส่งผลต่อการวางแผนลงทุนของเอกชนในระยะต่อไป
นายซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น แสดงความคิดเห็นว่า ภาคธุรกิจจำเป็นต้องมีหน่วยงานกำกับดูแลที่เข้มแข็ง มีอำนาจตัดสินใจ และสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง เพราะอุตสาหกรรมโทรคมนาคมต้องอาศัยการวางแผนระยะยาว ทั้งด้านโครงข่าย เทคโนโลยี การลงทุน และการให้บริการประชาชน หากหน่วยงานกำกับดูแลเกิดภาวะสุญญากาศ การตัดสินใจในเรื่องสำคัญก็อาจล่าช้าและทำให้เอกชนประเมินทิศทางธุรกิจได้ยากขึ้น
ซิกเว่ห่วงสุญญากาศ กสทช. กระทบแผนเอกชน
แม้ในเวลานี้ความล่าช้าของ กสทช. จะยังไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินธุรกิจของทรูอย่างชัดเจน แต่เริ่มมีผลต่อโครงการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม หรือ USO ซึ่งเป็นโครงการที่ กสทช. มีหน้าที่รับผิดชอบ โครงการดังกล่าวมีความสำคัญต่อการลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล เพราะช่วยให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงบริการอินเทอร์เน็ตและโทรคมนาคมได้ใกล้เคียงกับคนในเมือง
เมื่อกระบวนการพิจารณาและอนุมัติงานไม่สามารถเดินหน้าได้ตามปกติ ภาคเอกชนจึงไม่สามารถดำเนินงานโครงการต่อได้ตามแผนที่กำหนดไว้ ความล่าช้านี้อาจกระทบทั้งกำหนดการติดตั้งโครงข่าย การจัดสรรทรัพยากร และการบริหารงบประมาณ นอกจากนี้ยังทำให้ผู้ประกอบการต้องรอความชัดเจนก่อนตัดสินใจลงทุนหรือจัดเตรียมทีมงานในพื้นที่ต่างๆ
ซิกเว่ห่วงสุญญากาศ กสทช. กับผลต่อการลงทุนโทรคมนาคม
ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ผลกระทบต่อบริษัทใดบริษัทหนึ่งเท่านั้น แต่เกี่ยวข้องกับความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการทั้งอุตสาหกรรม หากหน่วยงานกำกับดูแลไม่สามารถประชุมและพิจารณาเรื่องต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ประกอบการอาจต้องชะลอแผนธุรกิจบางส่วน โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับใบอนุญาต การใช้คลื่นความถี่ การขยายโครงข่าย และการให้บริการในพื้นที่ที่มีข้อกำหนดเฉพาะ
สำหรับภาคธุรกิจ การมีกรอบกติกาที่ชัดเจนถือเป็นปัจจัยสำคัญพอๆ กับเงินลงทุนและเทคโนโลยี เพราะแผนงานด้านโทรคมนาคมมักต้องใช้เวลาหลายปีจึงจะเห็นผล หากกฎเกณฑ์หรือแนวทางอนุมัติเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง หรือไม่มีผู้มีอำนาจตัดสินใจที่ชัดเจน ต้นทุนในการดำเนินงานก็อาจเพิ่มขึ้น และการเปิดตัวบริการใหม่อาจล่าช้ากว่ากำหนด
ดาวเทียมต่างชาติยังเป็นบริการเสริม
อีกประเด็นที่ถูกจับตาคือการเข้ามาของผู้ให้บริการดาวเทียมต่างชาติ เช่น SpaceX ซึ่งให้บริการ Starlink และอาจถูกมองว่าเป็นคู่แข่งรายใหม่ในตลาดโทรคมนาคมไทย อย่างไรก็ตาม การให้บริการดาวเทียมในประเทศไทยยังเกี่ยวข้องกับข้อกำหนดด้านใบอนุญาตสิทธิการใช้วงโคจรดาวเทียม หรือ Landing License ตามกฎหมาย โดยปัจจุบันมีผู้ได้รับใบอนุญาตในไทยอยู่เพียง 2 ราย ได้แก่ ไทยคม และบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ NT
กสทช. ยังไม่มีแผนอนุมัติใบอนุญาตใหม่ ขณะที่ผู้ให้บริการดาวเทียมต่างชาติส่วนใหญ่ไม่ต้องการเข้ามายื่นขอใบอนุญาต เนื่องจากกังวลเรื่องเงื่อนไขและข้อบังคับทางกฎหมายที่มีความซับซ้อน ประเด็นนี้จึงสะท้อนให้เห็นว่าการกำกับดูแลต้องสร้างสมดุลระหว่างการคุ้มครองประโยชน์ของประเทศ การส่งเสริมการแข่งขัน และการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่
ในมุมมองของซิกเว่ บริการดาวเทียมยังมีข้อจำกัดทางเทคนิคหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นความเร็วในการรับส่งข้อมูล ปริมาณการรองรับผู้ใช้งานมือถือ 5G และการใช้งานภายในอาคารที่ยังทำได้จำกัด ด้วยเหตุนี้ ดาวเทียมจึงยังไม่สามารถแข่งขันกับโครงข่ายมือถือภาคพื้นดินได้โดยตรง แต่มีบทบาทเป็นบริการเสริมเพื่อเชื่อมต่อพื้นที่ที่โครงข่ายเสาสัญญาณเข้าไม่ถึง
- ช่วยเชื่อมต่อพื้นที่ห่างไกล เช่น กลางทะเลและพื้นที่ป่า
- สนับสนุนการสื่อสารในพื้นที่ที่ติดตั้งเสาสัญญาณได้ยาก
- เพิ่มทางเลือกด้านการเชื่อมต่อในสถานการณ์ฉุกเฉิน
- เติมเต็มพื้นที่ประมาณ 2% ที่ยังมีข้อจำกัดด้านโครงข่ายภาคพื้นดิน
ทรูเตรียมร่วมมือ Amazon ขยายการเชื่อมต่อ
ทรูอยู่ระหว่างเตรียมแผนธุรกิจร่วมกับ Amazon เพื่อนำบริการดาวเทียมมาเสริมการเชื่อมต่อในพื้นที่ทุรกันดารของประเทศไทย แผนดังกล่าวไม่ได้มุ่งแทนที่โครงข่ายมือถือเดิม แต่เป็นการใช้เทคโนโลยีดาวเทียมเข้ามาช่วยเติมเต็มช่องว่างในพื้นที่ที่การลากสายหรือการติดตั้งเสาสัญญาณมีต้นทุนสูงและใช้เวลานาน
แนวทางนี้สะท้อนภาพอนาคตของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมที่อาจต้องใช้เทคโนโลยีหลายรูปแบบทำงานร่วมกัน ทั้งโครงข่ายมือถือ ไฟเบอร์ อินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม และระบบสื่อสารสำหรับภาคธุรกิจหรือหน่วยงานรัฐ การมีหน่วยงานกำกับดูแลที่ตัดสินใจได้รวดเร็วจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถออกแบบบริการและลงทุนได้อย่างมั่นใจ
บทสรุป: ซิกเว่ห่วงสุญญากาศ กสทช. เพราะความล่าช้าอาจไม่ได้กระทบเฉพาะผู้ประกอบการ แต่ยังเกี่ยวข้องกับการขยายโครงข่ายและโอกาสเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล การเร่งสร้างความชัดเจนในการทำงานของ กสทช. จึงเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายควรให้ความสำคัญ หากสามารถเดินหน้ากำกับดูแลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภาคเอกชนก็จะวางแผนลงทุนได้ดีขึ้น และประเทศไทยจะพร้อมรับเทคโนโลยีโทรคมนาคมรูปแบบใหม่มากกว่าเดิม
ที่มา – “ซิกเว่” ห่วงสุญญากาศ ‘กสทช.’ ทำเอกชนวางแผนบริหารงานได้ยาก