ซีอิ๊ว-กาแฟปลอม ระบาด 4 จังหวัด! ปอศ. บุกโรงงาน 7 จุด

ซีอิ๊ว-กาแฟปลอม ระบาด 4 จังหวัด! ปอศ. บุกโรงงาน 7 จุด

การบุกค้นของตำรวจสอบสวนกลางในครั้งนี้ถือเป็นการปะทะกับขบวนการลักลอบผลิตสินค้าปลอมที่มีการวางแผนและกระจายตัวอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าจำเป็นในครัวเรือนอย่าง ซีอิ๊ว และ กาแฟ ที่มีการปลอมแปลงฉลากและส่วนผสม ทำให้ผู้บริโภคเสี่ยงต่ออันตรายจากสารเคมีและสิ่งปนเปื้อน

การบุกค้นดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.อัคราเดช พรหมมา ผบก.ปอศ. โดยสั่งการให้ กก.1 บก.ปอศ. นำกำลังเข้าตรวจค้นทั้งหมด 7 จุด ครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ ลพบุรี นนทบุรี นครปฐม ปทุมธานี และกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นการต่อยอดจากข้อมูลและเบาะแสที่สอดคล้องกันมานานหลายสัปดาห์

ซีอิ๊ว-กาแฟปลอม แพร่กระจายในตลาดมืด

แหล่งที่มาของสินค้าปลอมเหล่านี้ส่วนใหญ่ถูกผลิตในบ้านพักและโกดังขนาดเล็ก ซึ่งไม่มีการควบคุมด้านสุขอนามัยหรือมาตรฐานการผลิตใด ๆ ทั้งสิ้น ภายในสถานที่พบเห็นการจัดวางวัตถุดิบและอุปกรณ์การผลิตอย่างสับสน ไม่มีการจัดการเรื่องความสะอาด ซึ่งถือเป็นการละเมิดกฎหมายด้านอาหารโดยชัดเจน

จากการตรวจค้น พบของกลางที่ชี้ให้เห็นถึงการผลิตสินค้าปลอมอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็น:

  • ฉลากปลอมของแบรนด์ดังที่มีชื่อเสียง
  • ขวดเปล่าและบรรจุภัณฑ์ที่เตรียมไว้สำหรับบรรจุสินค้าปลอม
  • ผงเคมีและสารผสมต่าง ๆ ที่ใช้เลียนแบบรสชาติ
  • สีคาราเมล ซึ่งใช้ในการทำสีของซีอิ๊วและกาแฟ
  • ถังผลิตขนาดใหญ่ที่ใช้ผสมและบรรจุสินค้า
  • สินค้าปลอมสำเร็จรูปพร้อมจำหน่ายหลายร้อยลัง

มูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่สามารถวัดได้เพียงแค่ตัวเลข เพราะผลกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภคและชื่อเสียงของแบรนด์ที่ถูกปลอมแปลงนั้นรุนแรงกว่าหลายเท่า

กฎหมายและข้อหาที่เกี่ยวข้อง

จากหลักฐานที่พบ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาแก่ผู้ต้องสงสัยในขบวนการนี้ 2 ข้อหาหลัก ได้แก่:

  1. ข้อหาละเมิด พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า กรณีการใช้ฉลากและเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต
  2. ข้อหาผลิตอาหารปลอมตาม พ.ร.บ.อาหาร ซึ่งห้ามการผลิต ดัดแปลง หรือเจือปนอาหารให้ไม่เป็นไปตามจริงหรือทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด

ทั้งนี้ พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 กำหนดบทลงโทษไว้อย่างชัดเจน ผู้ใดผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายอาหารปลอม มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากก่อให้เกิดอันตรายแก่สุขภาพหรือทำให้ผู้บริโภคได้รับอันตรายร้ายแรง โทษจะเพิ่มขึ้นตามลำดับ

ภัยเงียบจากสินค้าปลอมในชีวิตประจำวัน

สินค้าจำเป็นอย่าง ซีอิ๊ว และ กาแฟ ถือเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคทั่วไปเลือกซื้อโดยอิงจากฉลากและแบรนด์เป็นหลัก แต่เมื่อขบวนการผลิตสินค้าปลอมสามารถเลียนแบบฉลากได้อย่างแนบเนียน ผู้บริโภคจึงเสี่ยงต่อการเลือกซื้อสินค้าที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพโดยไม่รู้ตัว

ส่วนผสมในสินค้าปลอมมักไม่ผ่านการตรวจสอบ อาจมีสารกันบูด สารให้สี หรือวัตถุดิบที่ไม่ผ่านมาตรฐานการผลิตอาหาร ซึ่งสะสมในร่างกายและก่อให้เกิดโรคเรื้อรังในระยะยาว

แนวทางการป้องกันและคำแนะนำสำหรับผู้บริโภค

เพื่อลดความเสี่ยงจากการซื้อสินค้าปลอม ผู้บริโภคควรพึงระวังและสังเกตสิ่งต่าง ๆ ดังนี้:

  • ตรวจสอบบรรจุภัณฑ์ – ดูความเรียบร้อยของขวด ฉลาก การพิมพ์ที่คมชัด และรหัสผลิต
  • สังเกตสีและกลิ่น – ซีอิ๊วและกาแฟปลอมมักมีสีที่เข้มผิดปกติ หรือมีกลิ่นที่ไม่เป็นธรรมชาติ
  • เลือกซื้อจากร้านที่น่าเชื่อถือ – หลีกเลี่ยงการซื้อจากแหล่งที่ไม่มีการรับรองหรือขายตามเพจออนไลน์ที่ไม่มีข้อมูลชัดเจน
  • รายงานเมื่อพบสินค้าต้องสงสัย – หากพบสินค้าที่เข้าข่ายปลอม ควรแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที

การบุกค้นครั้งนี้ไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการปราบปรามขบวนการผลิตสินค้าปลอมที่มีการเชื่อมโยงกันในหลายพื้นที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงขยายผลสอบสวนเพื่อติดตามผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด และปิดช่องโหว่ที่ทำให้สินค้าปลอมสามารถกระจายสู่ผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง

การตระหนักรู้ของผู้บริโภคและการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดจะเป็นกุญแจสำคัญในการยุติปัญหานี้ได้อย่างยั่งยืน

ที่มา – “ซีอิ๊ว–กาแฟปลอม ระบาด 4 จังหวัด!” ปอศ. บุกโรงงาน 7 จุด ของกลางเกินแสนชิ้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *