ด.ช.ออทิสติก 13 ปี ถูกรุ่นพี่ล่วงละเมิด 9 ครั้ง แม่สลดหัวใจ
จากกรณีที่เกิดเหตุล่วงละเมิดทางเพศต่อนักเรียนชายวัย 13 ปี ที่มีภาวะ ออทิสติก ภายในโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ซึ่งถูกรุ่นพี่คนเดียวกันบังคับกระทำอนาจารและล่วงละเมิดทางก้นหลายครั้ง จนกระทบจิตใจอย่างรุนแรง ได้กลายเป็นประเด็นที่สะเทือนสังคมอย่างมาก
ด.ช.ออทิสติกวัย 13 ปีถูกล่วงละเมิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ตามรายงานจากผู้สื่อข่าว เมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา นางสาวณภัชกมล สังข์แก้ว อาสาสมัครจากมูลนิธิเป็นหนึ่ง พร้อมด้วยแม่ของเด็กชายผู้เสียหาย อายุ 13 ปี ได้เดินทางไปแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองปัตตานี โดยเปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นไม่น้อยกว่า 9 ครั้ง ซึ่งเกิดภายในโรงเรียนแห่งหนึ่งที่ลูกชายของเธอเรียนอยู่
แม่ของเด็กชารเผยว่า ลูกชายเป็นเด็กที่มีความแตกต่าง เพราะมีภาวะออทิสติก จึงมักจะนั่งรับประทานอาหารอยู่คนเดียวในห้องเรียนในช่วงเวลาพักกลางวัน ก่อให้เกิดโอกาสสำหรับเด็กชายอีกคน ซึ่งเป็นรุ่นพี่อายุ 15 ปี เข้าถึงตัวเขาได้ง่าย และลงมือกระทำความผิดซ้ำๆ
ผลกระทบต่อจิตใจเด็กออทิสติก
เด็กชายเล่าให้แม่ฟังว่า รุ่นพี่บังคับพาเขาไปห้องน้ำชั้น 3 สำหรับผู้ชายก่อนลงมือกระทำอนาจาร จนเขาได้รับบาดเจ็บทั้งร่างกายและจิตใจอย่างหนัก หลังจากเกิดเหตุ เขากลายเป็นเด็กเก็บตัว สื่อสารยาก และมีพฤติกรรมผิดปกติ เช่น ฝันร้ายบ่อย และหวาดกลัวผู้อื่นเข้าใกล้
เมื่อแม่ถามครูในโรงเรียน ได้รับการยืนยันว่าเหตุการณ์มีความเป็นจริง และที่น่าตกใจคือ โรงเรียนมีคำสั่งไล่นักเรียนคนผิดออกแล้ว แต่กลับไม่มีการเยียวยา หรือการช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใดๆ เลย
หน่วยงานยังไม่เคลื่อนไหว ครอบครัวร้องเรียนไร้การเยียวยา
พ.ต.อ.เจฟรีย์ ไศลมานกุล ผู้กำกับการ สภ.เมืองปัตตานี เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวน ได้รวบรวมพยานหลักฐานจากที่เกิดเหตุ รวมถึงการสอบปากคำเด็กชายผู้เสียหายอย่างละเอียด และเตรียมเรียกผู้ต้องหาอายุ 15 ปี เข้ามาสอบสวนเพิ่มเติม
นางสาวณภัชกมล กล่าวว่า ได้เข้ามาดูแลกรณีนี้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากครอบครัวมีความกังวลว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงได้ประสานงานกับ พมจ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เด็กผู้เสียหายได้รับการดูแลทั้งด้านกายภาพและจิตใจ นอกจากนี้ยังต้องการให้หน่วยงานทางการศึกษาเร่งเข้ามาเร่งแก้ไขและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำแล้วซ้ำอีก
เรื่องนี้ไม่ใช่เพียงปัญหาส่วนตัวของเด็ก แต่เป็นปัญหาระบบสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนที่ควรได้รับการตรวจสอบและการดูแลอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เด็กที่มีความแตกต่างอย่าง ออทิสติก ถูกเลือกปฏิบัติหรือตกเป็นเหยื่อได้อีก
หากคุณเป็นพ่อแม่หรือครู ขอให้หมั่นสังเกตพฤติกรรมของเด็ก เช่น การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์หรือพฤติกรรม อาจเป็นสัญญาณสำคัญที่จะช่วยชีวิตเด็กคนหนึ่งได้