‘ดร.ธรณ์’ ชี้ แลนด์บริดจ์ กระทบปะการังเกาะพยามหนัก

โครงการแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) ชุมพร-ระนอง กลายเป็นประเด็นร้อนที่คนไทยจับตามอง รัฐบาลจุดพลุเมกะโปรเจกต์มูลค่ากว่า 1 ล้านล้านบาท เพื่อเชื่อมโยงอ่าวไทยกับทะเลอันดามัน สร้างท่าเรือน้ำลึก ทางรถไฟ และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ให้เป็นศูนย์กลางการค้าและโลจิสติกส์ระดับโลก แต่ในขณะที่ฝั่งสนับสนุนมองว่าเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจมหาศาล ฝั่งคัดค้านกังวลเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะแนวปะการังอันอุดมสมบูรณ์ ล่าสุด ‘ดร.ธรณ์’ ชี้ แลนด์บริดจ์ กระทบปะการังเกาะพยาม หนักที่สุด รองลงมาคือเกาะค้างคาว ซึ่งเป็นข้อมูลที่มาจากรายงาน EHIA (รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) เอง

‘ดร.ธรณ์’ ชี้ แลนด์บริดจ์ กระทบปะการังเกาะพยาม

ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และนักสิ่งแวดล้อมชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความเตือนภัยผ่านเฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 โดยนำข้อมูลจาก EHIA มาวิเคราะห์ พบว่าหากสร้างท่าเรือแลนด์บริดจ์ แนวปะการังบริเวณเกาะพยามจะได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด เนื่องจากการฟุ้งกระจายของตะกอนจากการก่อสร้าง ตะกอนเหล่านี้จะลอยไปปกคลุมปะการัง ทำให้แสงสว่างลดลง น้ำขุ่น และตะกอนทับถมจนปะการังตายได้ง่าย

ดร.ธรณ์อธิบายว่า แผนที่ที่นำเสนอมาจาก EHIA โดยตรง จุดสีม่วงแสดงตำแหน่งแนวปะการังสถานภาพสมบูรณ์หรือสมบูรณ์มาก ตามการสำรวจของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ส่วนพื้นที่สีแดงและส้มคือโซนที่ตะกอนจะกระจายไปถึง โดยเกาะพยามโดนหนักสุดเพราะอยู่ใกล้และอยู่นอกเขตอุทยานแห่งชาติ ในเขตดูแลของกรมทะเล ขณะที่เกาะค้างคาวซึ่งอยู่ในอุทยานแห่งชาติแหลมสน ก็เสี่ยงรองลงมา

‘ดร.ธรณ์’ ชี้ แลนด์บริดจ์ กระทบปะการังเกาะพยาม จากข้อมูล EHIA ชัดเจน

แนวปะการังเหล่านี้ถือเป็นท็อปของจังหวัดระนอง โดยเฉพาะหลังจากเหตุปะการังฟอกขาวซ้ำซากในทะเลไทย ทำให้แนวปะการังน้ำตื้นระดับสมบูรณ์เหลือน้อยนิด ดร.ธรณ์ย้ำว่า ก่อนตัดสินใจทำโครงการ ต้องชั่งน้ำหนักว่าคุ้มค่าหรือไม่ เมื่อเทียบกับความเสียหายที่เกิดขึ้น หากเดินหน้า ก็ต้องมีมาตรการปกป้องที่ชัดเจน ไม่ใช่ปล่อยไปตามยถากรรม

ผลกระทบของแลนด์บริดจ์ต่อแนวปะการังเกาะพยามและเกาะค้างคาว

เกาะพยาม ตั้งอยู่ในอ่าวแม่รำพึง จังหวัดระนอง เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่มีปะการังสวยงาม ดึงดูดนักดำน้ำทั่วโลก ส่วนเกาะค้างคาวอยู่ใกล้เคียงในเขตอุทยานแหลมสน มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง การก่อสร้างท่าเรือจะก่อตะกอนฟุ้งกระจายไปไกลหลายกิโลเมตร ส่งผลให้:

  • น้ำขุ่นและแสงน้อย: ปะการังอยู่ได้ด้วยการสังเคราะห์แสงจากสาหร่ายโซแอกซานเทลเลต ตะกอนบังแสงทำให้ปะการังอดอยาก
  • ตะกอนทับถม: เปลือกปะการังถูกฝังกลบ หายใจไม่ออก สิ่งมีชีวิตในแนวปะการังตายตาม
  • ระบบนิเวศพัง: ปลา กุ้ง ปู และสัตว์ทะเลอื่นๆ สูญเสียที่อยู่อาศัย ส่งผลต่อชาวประมงและการท่องเที่ยว
  • ฟอกขาวเร่งด่วน: ปะการังที่อ่อนแออยู่แล้วจะยิ่งเสี่ยงต่อการฟอกขาวจากน้ำร้อน

ข้อมูล EHIA เก็บตั้งแต่ปี 2565-2566 ยืนยันชัดเจนว่าโซนปะการังสมบูรณ์จะโดนตะกอนในระดับสูง

แนวทางปกป้องปะการังจากโครงการแลนด์บริดจ์

ดร.ธรณ์เสนอว่าต้องลงทุนจริงจังในการปกป้อง เช่น ใช้เงินจากนักลงทุนต่างชาติที่คาดว่าจะเข้ามา สร้างกำแพงกั้นตะกอน ระบบกรองน้ำ หรือย้ายแนวปะการังบางส่วน รวมถึงติดตามผลกระทบแบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ ควรมีกฎหมายคุ้มครองเข้มงวด และชดเชยชุมชนที่ได้รับผลกระทบ การพัฒนาเศรษฐกิจไม่ควรถล่มทิ้งธรรมชาติ ซึ่งเป็นสมบัติของชาติและรุ่นหลัง

โครงการแลนด์บริดจ์อาจนำรายได้มหาศาล แต่หากทำลายปะการังเกาะพยามและเกาะค้างคาว ความเสียหายจะยั่งยืนกว่านั้น สรุปแล้ว ‘ดร.ธรณ์’ ชี้ แลนด์บริดจ์ กระทบปะการังเกาะพยาม เป็นเสียงเตือนที่เราควรฟัง การพัฒนาที่ยั่งยืนต้องสมดุลระหว่างเศรษฐกิจกับสิ่งแวดล้อม คุณคิดอย่างไรกับโครงการนี้? เห็นด้วยกับดร.ธรณ์หรือมองว่าคุ้มค่า? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นให้เกิดการถกเถียงที่สร้างสรรค์!

ที่มา – ‘ดร.ธรณ์’ ชี้ หากสร้างแลนด์บริดจ์ ปะการัง ‘เกาะพยาม-เกาะค้างคาว’ ได้รบผลกระทบหนัก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *