ดร.สิเรมอร วิเคราะห์เจาะลึก สหรัฐฯ บุกจับกุม นิโคลัส มาดูโร ผลกระทบไทย-โลก
เมื่อไม่นานมานี้ กรณีการที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ไฟเขียวให้กองกำลังทหารสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการบุกจับกุม นิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ได้กลายเป็นประเด็นร้อนระดับโลก ดร.สิเรมอร อัศวพรหมธาดา อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นในเชิงลึกเกี่ยวกับเรื่องนี้ พร้อมชี้ให้เห็นถึงผลกระทบต่อไทยและประเทศอื่นๆ ทั่วโลก
ดร.สิเรมอร วิเคราะห์เจาะลึก สหรัฐฯ บุกจับกุม นิโคลัส มาดูโร ผลกระทบไทย-โลก
ดร.สิเรมอร กล่าวว่า การกระทำของสหรัฐฯ ในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการใช้อำนาจของตนเองในการบุกรุก ปราบปราม และเข้าแทรกแซงประเทศอื่นอย่างเข้มข้น โดยไม่รับฟังเสียงทัดทานจากนานาชาติที่มีเพิ่มมากขึ้น สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ควรจับตาและเฝ้าระมัดระวัง
แม้ว่าจะไม่เกิดเหตุรุนแรงเช่นเดียวกับเวเนซุเอลา แต่การแทรกแซงอาจมาในรูปแบบอื่นๆ เช่น การเป็นตัวกลางในการเจรจาเรื่องไทย-กัมพูชา หรือการจัดการปัญหาสแกมเมอร์ข้ามชาติ ซึ่งไทยควรตระหนักถึงความเป็นไปได้เหล่านี้
ผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อประเทศไทย
ดร.สิเรมอร ยังได้วิเคราะห์ถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประเทศไทย โดยเฉพาะในด้านราคาน้ำมัน หากสหรัฐฯ เข้าไปจัดการน้ำมันในเวเนซุเอลาตามที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุจริง ก็จะสามารถเพิ่มความสามารถในการกำหนดปริมาณน้ำมันในตลาดโลกและราคาน้ำมันได้ ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลกระทบมาถึงไทยด้วยเช่นกัน
เวเนซุเอลามีแหล่งพลังงานน้ำมันที่สำคัญ ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของรัฐวิสาหกิจที่มีชื่อย่อว่า PDVSA ได้ดำเนินการจัดสรรปันส่วนให้สัมปทานและร่วมลงทุนกับคู่ค้าบริษัทน้ำมันจากหลายๆ ประเทศไปแล้ว รายใหญ่ที่สุดคาดว่าน่าจะเป็นจีน รองลงมาคือคู่ค้าหลายๆ ประเทศในแถบยุโรป
- การเข้าไปจัดการพลังงานน้ำมันเวเนซุเอลาของสหรัฐฯ ไม่ใช่เรื่องง่าย
- สหรัฐฯ จะต้องเข้าไปดีลหรือเข้าไปจัดการกับประเทศคู่ค้าเหล่านี้
- สหรัฐฯ อาจได้เปรียบเรื่องการขนส่งน้ำมันจากแท่นขุดเจาะไปยังโรงกลั่นในรัฐลุยเซียนาและรัฐเท็กซัส
ดร.สิเรมอร วิเคราะห์เจาะลึก สหรัฐฯ บุกจับกุม นิโคลัส มาดูโร ผลกระทบไทย-โลก
การกระทำของสหรัฐฯ ได้รับการถูกประณามอย่างหนักจากหลายประเทศ เพราะถือเป็นการขัดแย้งอย่างเห็นได้ชัดต่อกฎบัตรสหประชาชาติที่ได้ให้ความคุ้มครองอำนาจอธิปไตยทางดินแดนของแต่ละประเทศและหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในของรัฐอื่น
ดร.สิเรมอร ยังกล่าวถึงสถานการณ์เวเนซุเอลาและสหรัฐฯ ว่า ถึงแม้การดำเนินการของสหรัฐฯ จะทำให้ประชาชนเวเนซุเอลาจำนวนไม่น้อยออกมาเฉลิมฉลองและแสดงความดีใจ เพราะเชื่อว่าต้นเหตุที่ทำให้เศรษฐกิจตกต่ำถูกทำให้พ้นไปแล้ว แต่ส่วนตัวเห็นว่า การเข้ามาของสหรัฐฯ ไม่สามารถการันตีอนาคตที่สดใสให้กับเวเนซุเอลาได้ง่ายดายอย่างที่คิด
เวเนซุเอลาอาจจะต้องอยู่ในภาวะความไม่แน่นอนทางการเมือง เศรษฐกิจ และความไม่มีเสถียรภาพต่อไป และอาจเกิดความวุ่นวายต่างๆ ภายในประเทศตามมาอีก เนื่องจากปฏิเสธไม่ได้ว่าตลอดระยะเวลาเกือบ 13 ปี ภายใต้การบริหารของนิโคลัส มาดูโร มีทั้งผู้ที่ได้รับผลประโยชน์และเสียผลประโยชน์
การแข่งขันเชิงภูมิรัฐศาสตร์ในลาตินอเมริกา
ดร.สิเรมอร ยังได้กล่าวถึงการแข่งขันเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่เข้มข้นในภูมิภาคลาตินอเมริกา เพราะในปัจจุบันไม่ได้มีเพียงแค่สหรัฐฯ ที่มีอำนาจต่อภูมิภาคลาตินอเมริกา แต่ยังมีจีนซึ่งเข้ามามีอำนาจในภูมิภาคอย่างเข้มข้นมากขึ้นเรื่อยมาตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 21
การกระทำของสหรัฐฯ จึงยิ่งเป็นการซ้ำเติมความแตกแยกให้เกิดขึ้นในภูมิภาคลาตินอเมริกา เพราะมีรัฐบาลจากหลายประเทศ เช่น อาร์เจนตินา เอล ซาลวาดอร์ ให้การสนับสนุนและไม่คัดค้านต่อการกระทำของสหรัฐฯ แต่กลุ่มประเทศอย่างเม็กซิโก โคลอมเบีย ชิลี บราซิล นั้นประณามการกระทำของสหรัฐฯ
การกระทำของสหรัฐฯในเหตุการณ์นี้เปรียบเสมือนการสะกิดแผลเก่าที่สหรัฐฯ เคยแทรกแซงและก้าวก่ายกิจการทางการเมืองประเทศต่างๆ ในภูมิภาคมาในยุคสงครามเย็น ขณะที่อีกหนึ่งประเทศมหาอำนาจอย่างจีนที่มีความเป็นมิตรมากกว่า อาจกลายมาเป็นตัวเลือกให้กลุ่มประเทศจากลาตินอเมริกาหันหน้าเข้าหาเพิ่มมากขึ้น และอาจเป็นโอกาสให้จีนปรับยุทธศาสตร์เข้าไปเพิ่มอำนาจในลาตินอเมริกามากกว่าที่เป็นอยู่ก็เป็นได้
สำหรับไทยนั้น ดร.สิเรมอร รู้สึกเห็นด้วยที่กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ของประเทศไทย ออกแถลงการณ์ต่อกรณีดังกล่าวด้วยท่าทีที่เป็นกลาง ไม่โจมตีหรือประณามการกระทำของสหรัฐฯ และเรียกร้องในลักษณะที่ให้ทุกฝ่ายแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี เคารพกฎบัตรสหประชาชาติ เพราะสหรัฐฯ เป็นพันธมิตรทางการทูตกับไทยมาอย่างยาวนาน
ทั้งนี้ ส่วนตัวรู้สึกเห็นด้วยที่กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ของประเทศไทย ออกแถลงการณ์ต่อกรณีดังกล่าวด้วยท่าทีที่เป็นกลาง ไม่โจมตีหรือประณามการกระทำของสหรัฐฯ และเรียกร้องในลักษณะที่ให้ทุกฝ่ายแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี เคารพกฎบัตรสหประชาชาติ เพราะสหรัฐฯ เป็นพันธมิตรทางการทูตกับไทยมาอย่างยาวนาน
สำหรับเวเนซุเอลานั้น ไทยไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางการทูตที่แน่นแฟ้นมากนัก ไทยไม่ได้มีสถานทูตอยู่ในเวเนซุเอลา และเวเนซุเอลาก็ไม่ได้เข้ามาตั้งสถานทูตในไทย ขณะที่สหรัฐฯ เป็นพันธมิตรทางการทูตกับไทยมาอย่างยาวนาน ฉะนั้นแถลงการณ์ที่ออกมาในลักษณะที่วางตัวเป็นกลาง ยึดหลักสากลที่ว่าด้วยเรื่องการแก้ปัญหาความขัดแย้งตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ จึงแนวทางที่ดีในสถานการณ์นี้
การกระทำของสหรัฐฯ ได้รับการถูกประณามอย่างหนักจากหลายประเทศ เพราะถือเป็นการขัดแย้งอย่างเห็นได้ชัดต่อกฎบัตรสหประชาชาติที่ได้ให้ความคุ้มครองอำนาจอธิปไตยทางดินแดนของแต่ละประเทศและหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในของรัฐอื่น และการที่สหรัฐฯ ที่เป็นประเทศสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ยิ่งสะท้อนให้เห็นว่า ขนาดประเทศที่ถือเป็นหนึ่งในประเทศสมาชิกถาวรของ UNSC ยังละเมิดอำนาจกฎบัตรสหประชาชาติ คำถามคือในเวลานี้ระเบียบโลกอยู่ที่ไหน และประเทศต่างๆ จะกระทำการใดก็ได้ใช่หรือไม่
การกระทำของสหรัฐฯ อาจจะนำมาซึ่งความแตกแยกของอิทธิพลจากประเทศต่างๆ ที่มีต่อภูมิภาคลาตินอเมริกา เพราะในปัจจุบันไม่ได้มีเพียงแค่สหรัฐฯ ที่มีอำนาจต่อภูมิภาคลาตินอเมริกา แต่ยังมีจีนซึ่งเข้ามามีอำนาจในภูมิภาคอย่างเข้มข้นมากขึ้นเรื่อยมาตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 21 ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การเข้ามาให้ความช่วยเหลือและการลงทุนซึ่งมีเงื่อนไขน้อยกว่าหรือไม่มีเลยเมื่อเปรียบเทียบกับสหรัฐฯ ทั้งยังมีการเพิ่มอิทธิพลเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในเรื่องอื่นๆ เช่น เทคโนโลยีและความมั่นคง อีกทั้งยังมีรัสเซีย และอิหร่าน ที่เข้ามามีบทบาทในด้านการค้าอาวุธและความมั่นคง สิ่งเหล่านี้ได้ทำให้เกิดการแข่งขันเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่เข้มข้นในภูมิภาคจากประเทศมหาอำนาจมากขึ้น สหรัฐฯ จึงไม่ได้เป็นพี่ใหญ่เพียงหนึ่งเดียวของภูมิภาคลาตินอเมริกาอีกแล้ว
การกระทำของสหรัฐฯ จึงยิ่งเป็นการซ้ำเติมความแตกแยกให้เกิดขึ้นในภูมิภาคลาตินอเมริกา เพราะมีรัฐบาลจากหลายประเทศ เช่น อาร์เจนตินา เอล ซาลวาดอร์ ให้การสนับสนุนและไม่คัดค้านต่อการกระทำของสหรัฐฯ แต่กลุ่มประเทศอย่างเม็กซิโก โคลอมเบีย ชิลี บราซิล นั้นประณามการกระทำของสหรัฐฯ การกระทำของสหรัฐฯในเหตุการณ์นี้เปรียบเสมือนการสะกิดแผลเก่าที่สหรัฐฯ เคยแทรกแซงและก้าวก่ายกิจการทางการเมืองประเทศต่างๆ ในภูมิภาคมาในยุคสงครามเย็น ขณะที่อีกหนึ่งประเทศมหาอำนาจอย่างจีนที่มีความเป็นมิตรมากกว่า อาจกลายมาเป็นตัวเลือกให้กลุ่มประเทศจากลาตินอเมริกาหันหน้าเข้าหาเพิ่มมากขึ้น และอาจเป็นโอกาสให้จีนปรับยุทธศาสตร์เข้าไปเพิ่มอำนาจในลาตินอเมริกามากกว่าที่เป็นอยู่ก็เป็นได้
ที่มา – ดร.สิเรมอร วิเคราะห์เจาะลึก สหรัฐฯ บุกจับกุม นิโคลัส มาดูโร ผลกระทบไทย-โลก
