ดส. จับหนุ่มขู่แบล็กเมล์เด็กหญิง 13 ปี

กรณี ดส. จับหนุ่มขู่แบล็กเมล์เด็กหญิง 13 ปี ถือเป็นเหตุการณ์ที่สะท้อนภัยออนไลน์ใกล้ตัวเด็กและเยาวชน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.ดส.บช.น. เข้าจับกุมชายอายุ 28 ปีในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา หลังผู้ปกครองรายหนึ่งนำโทรศัพท์มือถือของบุตรสาวเข้าแจ้งความ เมื่อพบพฤติกรรมน่าสงสัยและข้อความข่มขู่จำนวนมาก

ตามข้อมูลการสืบสวน ผู้ต้องหาใช้แอปพลิเคชันที่เด็กและวัยรุ่นนิยม รวมถึง TikTok และเกม ROBLOX เป็นช่องทางค้นหาเหยื่อ ก่อนชักชวนให้พูดคุยและย้ายไปยังแอปพลิเคชัน Discord จากนั้นจึงใช้วิธีสร้างความหวาดกลัว โดยกล่าวหาว่าเด็กทำผิดกฎหมายหรือมีพฤติกรรมหมิ่นประมาท พร้อมขู่ว่าจะนำเรื่องไปบอกผู้ปกครองหรือแจ้งตำรวจ

ดส. จับหนุ่มขู่แบล็กเมล์เด็กหญิง 13 ปี หลังผู้ปกครองพบความผิดปกติ

ด้วยความกลัวและไม่เข้าใจสถานการณ์ เด็กบางรายจึงทำตามคำสั่งของผู้ต้องหา โดยมีการบันทึกภาพหรือวิดีโอคอลในลักษณะไม่เหมาะสม แล้วนำสื่อดังกล่าวมาใช้ข่มขู่เพื่อเรียกเงิน รวมถึงขู่ว่าจะเผยแพร่ต่อเพื่อนหรือโรงเรียน หากเหยื่อไม่ยอมทำตามความต้องการ พฤติกรรมดังกล่าวสร้างความหวาดกลัว ความอับอาย และผลกระทบต่อสภาพจิตใจของเด็กอย่างรุนแรง

เจ้าหน้าที่ระบุว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นพบพฤติกรรมในลักษณะเดียวกันกับเด็กหลายราย ขณะที่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเคยก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะต้องรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมและตรวจสอบข้อมูลในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อขยายผลว่ามีผู้เสียหายรายอื่นหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมหรือไม่

ดส. จับหนุ่มขู่แบล็กเมล์เด็กหญิง 13 ปี เตือนภัยจากการพูดคุยออนไลน์

คดีนี้เป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับครอบครัว เพราะมิจฉาชีพหรือผู้ไม่หวังดีอาจเริ่มต้นจากการพูดคุยธรรมดาในเกมหรือโซเชียลมีเดีย ก่อนค่อย ๆ สร้างความสนิทสนมและขอข้อมูลส่วนตัว ผู้ปกครองจึงควรพูดคุยกับบุตรหลานอย่างสม่ำเสมอ ให้เด็กเข้าใจว่าการถูกข่มขู่ไม่ใช่ความผิดของเด็ก และสามารถขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ได้ทันที

สัญญาณที่ผู้ปกครองควรสังเกต ได้แก่ เด็กมีอาการหวาดกลัวเมื่อได้รับข้อความ มีการลบแชตหรือซ่อนโทรศัพท์ นอนไม่หลับ ไม่อยากไปโรงเรียน เก็บตัวผิดปกติ หรือมีผู้ติดต่อมาเรียกเงิน หากพบพฤติกรรมเหล่านี้ ควรใช้คำพูดที่ไม่ตำหนิ ไม่ซักถามด้วยอารมณ์รุนแรง และช่วยเก็บหลักฐานอย่างเป็นระบบ

  • บันทึกภาพหน้าจอ ชื่อบัญชี ลิงก์ และข้อความที่ใช้ข่มขู่
  • อย่ารีบโอนเงินหรือทำตามคำสั่ง เพราะอาจทำให้ถูกเรียกร้องเพิ่ม
  • หลีกเลี่ยงการส่งต่อภาพหรือคลิปของเด็ก แม้ต้องการขอคำปรึกษา
  • พาเด็กไปพบผู้ปกครองที่ไว้ใจได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือหน่วยงานคุ้มครองเด็ก
  • ตั้งค่าความเป็นส่วนตัวและบล็อกบัญชีหลังจากเก็บหลักฐานเรียบร้อยแล้ว

เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาหลายข้อหาแก่ผู้ต้องหา ทั้งความผิดเกี่ยวกับการกระทำอนาจารต่อเด็ก การบันทึกภาพหรือเสียงเพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ การรีดเอาทรัพย์ การข่มขืนใจ และการครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก จากนั้นนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งขยายผลไปยังผู้เสียหายรายอื่น

เหตุการณ์นี้ย้ำให้เห็นว่า การดูแลความปลอดภัยของเด็กบนโลกออนไลน์ไม่ควรเป็นหน้าที่ของเด็กเพียงฝ่ายเดียว ผู้ใหญ่ควรสร้างบรรยากาศที่ทำให้เด็กกล้าพูดเมื่อเกิดปัญหา และควรสอนทักษะการรับมือกับคนแปลกหน้า การตั้งค่าความเป็นส่วนตัว และการรายงานบัญชีที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยอย่างต่อเนื่อง

หากเด็กถูกข่มขู่หรือถูกนำภาพไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต สิ่งสำคัญที่สุดคืออย่ากล่าวโทษเด็ก ควรรักษาหลักฐาน ขอความช่วยเหลือโดยเร็ว และประสานเจ้าหน้าที่เพื่อคุ้มครองผู้เสียหาย การแจ้งเหตุอย่างรวดเร็วอาจช่วยหยุดยั้งผู้ก่อเหตุและป้องกันไม่ให้มีเด็กตกเป็นเหยื่อเพิ่ม

ที่มา – ดส. จับหนุ่มวิตถารขู่อัดคลิปเด็กหญิงวัย 13 บังคับเหยื่อใช้แปรงสีฟัน 7 อันยัดอวัยวะเพศ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *