ดัชนีหุ้นปิดบวก 1.31 จุด รับโครงการคนละครึ่ง

ในวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2568 ตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดทั้งวัน โดยได้รับแรงหนุนจากการเมืองภายในประเทศที่เริ่มชัดเจนมากขึ้น รวมถึงความคาดหวังในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจากการกระตุ้นกำลังซื้อผ่านโครงการคนละครึ่ง และมาตรการลดภาระค่าครองชีพ ซึ่งส่งผลให้ดัชนีหุ้นปิดที่ระดับ 1,266.11 จุด เพิ่มขึ้น 1.31 จุด หรือ 0.10% และมีมูลค่าการซื้อขายรวม 54,546.06 ล้านบาท

ดัชนีหุ้นปิดบวก 1.31 จุด รับโครงการคนละครึ่ง

ความหวังที่เศรษฐกิจจะฟื้นตัวในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ เริ่มเป็นปัจจัยบวกให้กับตลาดหุ้นไทย โดยนักลงทุนเริ่มกลับมามีความเชื่อมั่นในสภาพคล่องของระบบเศรษฐกิจไทย ทั้งจากการเปิดโครงการคนละครึ่งที่มีผลกระทบโดยตรงต่อฐานผู้บริโภค และคาดการณ์ว่าในอนาคตอาจมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ทั้งในด้านภาษีและการลงทุนภาครัฐ

ปัจจัยที่ส่งผลต่อดัชนีหุ้นวันนี้

จากข้อมูลของบริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า แนวรับของดัชนีอยู่ในระดับ 1,225-1,240 จุด และแนวต้านอยู่ที่ 1,270-1,285 จุด ปัจจัยที่นักลงทุนจับตามองอย่างใกล้ชิด ได้แก่ พัฒนาการในเชิงการเมืองภายในประเทศ และแรงซื้อขายของนักลงทุนต่างชาติ ขณะเดียวกันก็ต้องติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐอเมริกา เช่น ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ประจำเดือนสิงหาคม รวมถึงยอดคำขอสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

นอกจากนี้ การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในระดับนานาชาติ เช่น ความสัมพันธ์ทางการค้ากับประเทศพันธมิตร การเงินโลก และสถานการณ์ความขัดแย้งที่ส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทาน ก็เป็นปัจจัยที่น่าจับตาเช่นกัน

หุ้นที่น่าสนใจในวันนี้

  • กัลฟ์ ปิดที่ 45.25 บาท ลดลง -2.25 บาท
  • ซีพีออลล์ ปิดที่ 48.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท
  • ซีแพ็กซ์ ปิดที่ 22.60 บาท เพิ่มขึ้น 2.80 บาท
  • ธนาคารกสิกรไทย ปิดที่ 172.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท
  • ปตท. ปิดที่ 31.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท

จากข้อมูลหุ้นที่เคลื่อนไหวอย่างมีนัยสำคัญในวันนี้ จะเห็นได้ว่ากลุ่มธนาคารและพลังงานยังคงเป็นจุดสนใจของนักลงทุน ขณะที่กลุ่มค้าปลีก โดยเฉพาะรายที่ได้รับผลดีจากโครงการ “คนละครึ่ง” ก็มีทิศทางที่เป็นบวกเช่นกัน

การกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการที่มุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายรายได้น้อย-ปานกลาง เช่น โครงการคนละครึ่ง ถือเป็นแนวทางที่ช่วยกระตุ้นการบริโภคและยกระดับเศรษฐกิจภายในประเทศในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม การติดตามภาพรวมเศรษฐกิจในภาพยาวยังคงมีความสำคัญ เพื่อประเมินความยั่งยืนของการฟื้นตัวนี้

ทั้งนี้ นักลงทุนควรกระจายความเสี่ยง และคำนึงถึงสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ยังมีหลายความไม่แน่นอนไว้ด้วย รวมถึงการติดตามนโยบายภาครัฐอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับกลยุทธ์ทางการลงทุนได้ตรงจุดต่อไป

ที่มา – ดัชนีหุ้นปิดบวก 1.31 จุด รับโครงการคนละครึ่ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *